คอลัมนิสต์

'ซีฮอว์ก'เลือดไทยปลื้มได้แทนคุณแผ่นดิน

'ซีฮอว์ก'เลือดไทยปลื้มได้แทนคุณแผ่นดิน

07 พ.ย. 2554

เปิดใจ'ซีฮอว์ก'เลือดไทย 'ผมภูมิใจที่ได้ตอบแทนแผ่นดินเกิด' : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่งคง

        ใช้เวลากว่า 120 นาที ในการร่วมปฏิบัติการกับทีมสำรวจหน่วยเอชเอเอสที (HAST) สังกัดนาวิกโยธินสหรัฐอเมริกา ที่เดินทางมาจากฐานทัพสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิกที่เกาะโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น เพื่อออกบินสำรวจพื้นที่ผู้ประสบอุทกภัยในเขต กทม. และ ปริมณฑล โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ รุ่นซีฮอว์ก (Seahawk) เป็นยานพาหนะในการบินสำรวจพื้นที่ประสบอุทกภัย
   
          นที เกียรติชัย นายทหารพิเศษ 4 กองกำลังนาวิกโยธินสหรัฐอเมริกาโพ้นทะเลที่ 3 ภาคพื้นแปซิฟิก นายทหารเชื้อชาติไทย แต่ถือสัญชาติอเมริกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมกล่าวถึงภารกิจที่ได้ร่วมทำเพื่อ "แผ่นดินแม่" ของเขาว่า ภารกิจของหน่วยเอชเอเอสที คือ การทำหน้าที่เป็นหน่วยสำรวจและประเมินสถานการณ์การช่วยเหลือด้านมนุษยชน ทั้งนี้ สาเหตุหลักที่ทำให้เขาได้รับภารกิจครั้งนี้ คือ ความที่เป็น "คนไทย" จึงมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคนไทย และรู้ภาษาไทย จึงสามารถช่วยในการสื่อสารกับนาวิกโยธินสหรัฐ กับคนไทยได้ดีที่สุด
   
          “ผมได้รับภารกิจดังกล่าวเมื่อสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยได้รับการร้องขอจากรัฐบาลไทย และเมื่อได้รับการร้องขอจึงได้ประสานงานไปยังทหารนาวิกโยธินสหรัฐทันที โดยเราได้รับภารกิจด้วยการส่งทีมเข้ามาสำรวจ และประเมินสถานการณ์น้ำท่วมของประเทศไทย เพื่อที่จะให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ตามความเหมาะสม” นทีกล่าว
   
          นทีเล่าถึงภารกิจของหน่วย ซึ่งได้เดินทางมาปฏิบัติภารกิจในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม โดยขณะนี้ทีมสำรวจได้ปฏิบัติภารกิจกว่า 2 สัปดาห์แล้ว และยังไม่ได้กำหนดว่าภารกิจดังกล่าวจะสำเร็จเมื่อใด เพียงแต่จะพยายามสนับสนุนตามความเหมาะสม ทั้งนี้จากการลงพื้นที่ได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลไทย และกองทัพไทย เป็นอย่างดี รวมทั้งสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย
   
          สำหรับภารกิจของทีมในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการบินสำรวจตามพื้นที่ประสบภัยตั้งแต่ จ.นครสวรรค์ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเป็นที่แรกๆ รวมทั้งในพื้นที่ จ.ลพบุรี ก่อนที่จะลงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ปทุมธานี จ.นนทบุรี เรื่อยมาจนถึงพื้นที่ กทม. และในเขตปริมณฑล ทันทีที่ได้รับคำสั่งให้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม และเดินทางมาถึงในช่วงเช้าวันที่ 15 ตุลาคม โดยเดินทางมาทั้งหมดจำนวน 11 นาย มี พ.อ.โคเนีย จอห์น เสนาธิการกองกำลังโพ้นทะเลของนาวิกโยธินสหรัฐอเมริกา
   
          "จากการสำรวจพบว่าแต่ละพื้นที่มีปัญหาหนักมาก โดยส่วนตัวเห็นว่าเมื่อเห็นสถานการณ์ในประเทศไทยแล้วรู้สึกอึ้ง และสงสารผู้ที่ประสบอุทกภัยที่อยู่ในสภาพที่ลำบากมาก ซึ่งการแก้ไขปัญหาจะต้องใช้ระยะเวลานาน เพราะน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ และมีปริมาณน้ำมาก ที่สำคัญเป็นภัยธรรมชาติในลักษณะที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” นทีบอกเล่าถึงความรู้สึกส่วนตัว
   
          อย่างไรก็ตาม ถ้ามองใน "มุมบวก" เขาก็ได้เห็นถึง "น้ำใจ" ที่คนไทยมีให้กัน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่น่าปลื้มใจที่คนไทยไม่เคยทิ้งกัน
   
          นทียังกล่าวถึงภารกิจอีกว่า ในการเข้าสำรวจพื้นที่จะมีการอาศัยข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ว่า น้ำไปถึงจุดไหน หรือมีจุดรั่วในพื้นที่ใด โดยก่อนการปฏิบัติการแต่ละครั้งจะมีการกำหนดจุดสำคัญว่าพื้นที่ไหนกำลังมีปัญหา
   
          ส่วนการประสานงานกันระหว่างนาวิกโยธินสหรัฐกับกองทัพไทย ก็ได้มีการประสานกันตลอดเวลา และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันถึงข้อปัญหา และจุดบกพร่อง ซึ่งจะต้องเรียนรู้ร่วมกัน แต่ถ้ามองในภาพรวมคิดว่า รัฐบาลไทย และทหารไทย ก็ดูแลประชาชนได้ดีพอสมควร โดยสหรัฐให้การสนับสนุนการบินสำรวจทางอากาศ โดยมีทหารฝ่ายไทย และสหรัฐร่วมมือกันสำรวจเพื่อหาทางช่วยเหลืออย่างเต็มที่
   
          นทีกล่าวถึงความรู้สึกที่ได้เข้ามาปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือแผ่นดินแม่ของเขาว่า "ผมรู้สึกภูมิใจมาก และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการเข้ามาช่วยเหลือประเทศไทย และได้ตอบแทนบุญคุณของประเทศไทย"
   
          ส่วนอีกแง่มุมที่เขาพบเห็นระหว่างเดินทางกลับมาตุภูมิ คือ ได้เห็นน้ำใจของคนไทย และได้เห็นว่า คนไทยมีกำลังใจสู้ทุกสถานการณ์
   
          "ถึงแม้คนไทยจะลำบากอย่างไร แต่พอใครเข้ามาช่วย คนไทยก็ยังต้อนรับขับสู้ และยังยิ้มได้ ซึ่งไม่ได้แปลว่าคนไทยไม่ลำบาก แต่คนไทยจะยิ้มสู้ตลอด เมื่อผมได้มีโอกาสบอกเล่า และสื่อให้ชาวต่างชาติได้เข้าใจตรงจุดนี้ ผมก็รู้สึกภูมิใจมาก"
   
          นทีกล่าวทิ้งท้ายว่า เมื่อได้มายืนอยู่บนผืนแผ่นดินไทยก็ถือว่าเป็นโอกาสอันดีอย่างมากที่จะได้ช่วยเหลือบ้านเกิดเมืองนอนของตน เมื่อได้รับมอบหมายให้มาปฏิบัติภารกิจในประเทศไทย ก็ตกปากรับคำทันทีโดยไม่ต้องคิดอะไร และจะนำเอาประสบการณ์จากการฝึก "คอบราโกลด์" มาประยุกต์ใช้ในการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะภารกิจเพื่อให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม และบรรเทาสาธารณภัย และสุดท้ายนทีก็อยากให้คนไทยรักกัน และคงความรัก และความ "สามัคคี" กันเอาไว้ เพื่อร่วมมือร่วมใจฝ่าฟันวิกฤติการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน