
1 เดือนนับจากนี้
1 เดือนนับจากนี้ : บทบรรณาธิการ
เป็นที่คาดการณ์กันว่า น้ำเหนือที่หลากและทะลักเข้าท่วมเกือบเต็มพื้นที่กรุงเทพมหานคร อาจต้องใช้เวลานานถึง 1 เดือน กว่าระดับน้ำจะลด หรือเริ่มคลี่คลาย เท่ากับว่าคนกรุงเทพฯ ต้องอดทนกับการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้สามารถ "อยู่ได้" ขณะที่ภาคธุรกิจก็ต้องคิดค้นหาวิธี "ช่วยเหลือตัวเอง" ให้กิจการเสียหายน้อยที่สุด สภาพเช่นนี้ แม้ที่ผ่านมาอาจประเมินได้ว่า รัฐบาลและศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัย (ศปภ.) ล้มเหลวในการบริหารงานในสถานการณ์ฉุกเฉิน หากแต่ก็ไม่ควรจะเสียเวลาและกระทำการบั่นทอนความรู้สึกของประชาชนด้วยการกล่าวโทษโยนผิดกันไปมา
วาระพิเศษเร่งด่วนที่รัฐบาลจะต้องเร่งนำเสนอแผน พร้อมประสานสั่งการตามแผนให้เป็นระบบนับจากนี้ แบ่งออกได้หลายด้าน เช่น 1.การคมนาคมขนส่ง ระดับภาคในกรณีที่ กทม.ถูกตัดขาดกับภาคใต้โดยสิ้นเชิง กับการขนส่งใน กทม.และย่านชานเมืองเอง ซึ่งรัฐบาลจะต้องเร่งระดมรถขนาดใหญ่เข้ามาใช้งานร่วมกับฝ่ายกองทัพผ่านการบริหารอย่างเป็นระบบ พร้อมๆ กับเร่งเปิดให้บริการขนส่งมวลชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ 2.การสาธารณูปโภค ทั้งไฟฟ้า น้ำประปา ที่จะต้องให้บริการประชาชนอย่างเพียงพอและปลอดภัยตลอดระยะเวลา 1 เดือนเป็นอย่างน้อย รวมทั้งอาหารการกินที่จะต้องไม่ปล่อยให้ขาดแคลนนานเกินไปจนเกิดภาวะอดอยาก 3.ด้านสาธารณสุข ที่นอกจากจะต้องเตรียมพร้อมรับมือการให้การรักษาพยาบาลเช่นสภาพปกติแล้ว ยังจะต้องมีมาตรการพร้อมเผชิญกับโรคภัยไข้เจ็บ และอุบัติเหตุต่างๆ ที่มากับน้ำ ขณะเดียวกัน สถานพยาบาลเฉพาะทางที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง เช่น สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี หรือโรงพยาบาลเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน โรงพยาบาลราชวิถี ฯลฯ ก็ต้องพร้อมรับคนไข้เฉพาะทางด้วยเช่นกัน
4.ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติอาจดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้ประชาชนได้ไม่ทั่วถึง ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องระดมอาสาสมัคร หรือแม้แต่กำลังทหารเข้ามาร่วมปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นระบบ ในยามที่สถานการณ์ที่ไม่เป็นปกติ นอกจากนี้เชื่อว่า ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ต้องการนำรถยนต์หรือของมีค่าอื่นใดที่สามารถนำออกมาได้ไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัย ศปภ.จะต้องสั่งการไปยังจังหวัดช่วยเหลือคู่ขนานที่ศปภ.ได้ประกาศออกมาก่อนหน้านี้ เพื่อเตรียมสถานที่รองรับให้เพียงพอและปลอดภัย ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างของภารกิจเร่งด่วนเฉพาะหน้าที่รัฐบาลหรือศปภ.พึงต้องเร่งลงมือตามแผนและแจกจ่ายงานอย่างเป็นระบบให้ทันท่วงที นี่คือโอกาสสุดท้ายที่รัฐบาลจะทำให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า สถานการณ์จะไม่เลวร้ายไปกว่านี้



