คอลัมนิสต์

'กม.ค้าง-วาระการเมือง'รอน้ำแห้ง

'กม.ค้าง-วาระการเมือง'รอน้ำแห้ง

04 พ.ย. 2554

'กฎหมายค้าง-วาระการเมือง'รอเวลาน้ำแห้ง: ขยายปมร้อน โดยขนิษฐา เทพจร twitter@joize_nna

           หลังจากที่ “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี เข้ารับตำแหน่ง พร้อมกับเป็นผู้นำคณะรัฐบาลบริหารประเทศ สนองความหวังของประชาชนตามที่เคยให้ไว้ ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ในห้วงเกือบ 4 เดือนที่เข้ามาทำหน้าที่เจอกับมหาวิกฤติ “น้ำ” จนทำให้รัฐบาลซวนเซ แทบไม่มีเวลาบริหารราชการแผ่นดินเรื่องอื่น
   
          ขณะที่ "ฝ่ายนิติบัญญัติ" ก็เลื่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรร่วมเดือน!
   
          จนถูกตั้งข้อสังเกตว่า "คำสั่ง" เลื่อนการประชุมสภาถึง 3 ครั้ง มีนัยอะไรหรือไม่
   
          หลังจาก "จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์" ส.ส.พังงา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เตรียม ส.ส.ไว้อภิปรายจำนวนมาก รวมทั้งเตรียมตั้งกระทู้ถามสดถึงนายกฯ ถึง 4 ประเด็น เช่น เรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม รวมถึงการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำแก่ประชาชน
   
          จุดนี้เองทำให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทยบางส่วนกังวลว่าจะมีการใช้ที่ประชุมสภาเป็นเวทีโจมตีทางการเมือง
   
          ขณะที่ "สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์" ประธานสภาผู้แทนราษฎร สั่งเลื่อนการประชุมโดยอ้างว่า "ห่วงองค์ประชุมไม่ครบ" เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมสมาชิกอาจมาประชุมไม่ได้
   
          ดังนั้นแทนที่จะหารือเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมกลับคิดถึงเรื่อง "องค์ประชุม" แทน
   
          ในทางกลับกันหากมี ส.ส.ในพื้นที่น้ำท่วมขาดประชุมก็ไม่น่าจะมีผลต่อองค์ประชุม หากการหารือของเพื่อนสมาชิกมีข้อเสนอแนะต่อที่ประชุมให้นำดำเนินการแก้ปัญหาประชาชนผู้ประสบภัยก็น่าจะเป็นประโยชน์
   
          ถือเป็นการ "ระดมสมอง" ของเพื่อนสมาชิกในสภามาร่วมกันแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนอย่าคิดเพียงแค่เรื่องเกมการเมืองเพียงอย่างเดียวควรคำนึงถึงผลที่จะได้ด้วย
   
          ที่สำคัญการทำงานของ "ฝ่ายบริหาร" กับ "ฝ่ายนิติบัญญัติ" แยกกันอย่างชัดเจน ฝ่ายนิติบัญญัติทำหน้าที่ "ตรวจสอบการทำงาน" ของฝ่ายบริหารไม่ใช่ "อุ้ม"
   
          ยิ่งการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลภายในชื่อ "ศปภ." สวนทาง "ความเชื่อมั่น" ของประชาชนจะยิ่งทำให้การทำงานหลงทิศ
   
          ในสัปดาห์หน้าให้จับตาการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 เป็นวันที่ 9-10 พฤศจิกายน และประชุมพิเศษพิจารณาวาระกระทู้ และญัตติเป็นวันศุกร์ที่ 11 และวันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน เชื่อว่าคงมีสมาชิกอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง
   
          หากย้อนดูวาระการประชุมที่ค้างการพิจารณามีจำนวนมาก โดยเฉพาะญัตติที่บรรดา ส.ส.ยื่นเข้ามาและบรรจุในวาระมีหลากหลาย เช่น ปัญหาสิ่งแวดล้อม, เศรษฐกิจ, ทั่วไป รวมไปถึงเรื่องร้อน คือ “ภัยพิบัติจากน้ำท่วมและดินโคลนถล่ม” และ “การเมือง”
   
          สำหรับญัตติที่เกี่ยวข้องเชิงการเมือง ประกอบด้วย ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อเสนอลบล้างผลพวงของการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 หรือเรียกกันง่ายๆ ว่า "กมธ.ศึกษาข้อเสนอ นิติราษฎร์" และญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเร่งรัดการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ทั้ง 2 ญัตตินั้น “แกนนำคนเสื้อแดง-ก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย” เป็นผู้เสนอ!
   
          นอกจากนี้มีญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด หรือกล้อง "ดัมมี่" ของ กทม.เสนอโดย "สถาพร มณีรัตน์" ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทยญัตตินี้ตีตรงเข้าไปที่ฐานเสียง กทม.ซึ่งเป็นฐานใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์
   
          แต่ด้วยความเก๋าเกมของพรรคที่เก่าแก่ที่สุดอย่าง "ประชาธิปัตย์" ทำให้ "จุติ ไกรฤกษ์" เสนอญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาตรวจสอบกล้องซีซีทีวีในพื้นที่ภาคใต้ที่อนุมัติซื้อสมัย "รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร" เข้าประกบทันที
   
          รวมทั้งมีร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่ ส.ส.ได้เข้าชื่อเสนอใหม่ ให้สภาพิจารณารวม 6 ฉบับ ที่น่าสนใจ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา พ.ศ. .. ที่เสนอโดย "ศุภชัย ใจสมุทร" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย
   
          คาดว่าร่างกฎหมายใหม่ที่จะเสนอเข้ามาต้องใช้เวลาพิจารณากันอีกนาน เพราะลำพังแค่ญัตติสอบถามสถานการณ์น้ำท่วม และการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล ที่พรรคฝ่ายค้านเสนอผ่านไปกว่า 2 เดือนก็ยังไม่จบ
   
          หากพิจารณากำหนดเปิดปิดสมัยประชุมจะพบว่า ประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญทั่วไปที่กำหนดให้เป็น 1 สิงหาคม-28 พฤศจิกายน จากนั้นจะปิดสมัยประชุมเป็นเวลา 22 วัน ก่อนที่จะเริ่ม สมัยนิติบัญญัติใหม่ คือ 20 ธันวาคม-18 เมษายน ซึ่งต้องจับตาให้ดีว่าช่วงที่ปิดสมัยประชุมนั้นทีมงานของพรรคเพื่อไทยจะซุ่มซ้อมเตรียมเสนอร่างกฎหมายเพื่อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาในสมัยนิติบัญญัติหรือไม่
   
          เพราะที่ผ่านมามี ส.ส.หลายคนได้เคลื่อนไหวให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นการเสนอความเห็นให้แก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 การพิจารณาศึกษาข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ และรวมไปถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ตามที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง พูดไว้ตั้งแต่รับตำแหน่ง
   
          จากนี้จึงเป็นเวลา "เก็บตัว" ซุ่มเตรียมความพร้อมก่อนขึ้นเวทีสภา เพราะกว่าจะเริ่มยกแรกจริงๆ ก็น่าจะเป็นหลังน้ำแห้ง!