
ไม่กล้าชนก็บานปลาย
ไม่กล้าชนก็บานปลาย : บทบรรณาธิการ
โดยปกติแล้วสถานการณ์วิกฤติมักจะสร้างวีรบุรุษขึ้นเสมอๆ ในกรณีที่ชาวบ้านเผชิญหน้าในจุดต่างๆ โดยเฉพาะที่บริเวณคลองสามวา ซึ่งการเผชิญหน้าระหว่างชาวบ้านกับชาวบ้าน จนกระทั่งชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่ จนถึงเย็นวันที่ 31 ตุลาคม 2554 ก็ยังไม่มีทีท่าว่าการชุมนุมเรียกร้องให้มีการเปิดประตูระบายน้ำเพิ่มจาก 80 ซม.เป็น 1.5 เมตร จะสิ้นสุดยุติ ถึงแม้ว่า นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็น ส.ส.ในพื้นที่จะพยายามเข้ามาเจรจา ชี้ให้เห็นผลกระทบที่จะตามมาหากเปิดประตูระบายน้ำมากกว่านั้น ก็ไม่สามารถสลายการชุมนุมได้
ถึงแม้ว่าธรรมชาติจะผลิตผู้นำในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ แต่ผู้นำที่ไม่ได้มาตามธรรมชาติ ถึงแม้ว่า สถานการณ์จะเอื้ออำนวย แต่ก็ไม่อาจสร้างให้คนคนนั้นกลายเป็นผู้นำได้ ซ้ำร้าย การประเมินสถานการณ์ที่ผิดพลาดก็จะนำไปสู่การเพิ่มดีกรีความรุนแรงขึ้นได้ไม่ยากนัก โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ชาวบ้านมาชุมนุมด้วยเหตุเพราะความเดือดร้อนจากภาวะน้ำท่วม และไม่สามารถหาตัวแทนผู้มีอำนาจ มีความรู้ที่แท้จริงมาให้คำมั่นสัญญาและจัดการปัญหาได้อย่างถูกต้องเฉียบพลัน
สถานการณ์เช่นนี้ "คม ชัด ลึก" เคยเตือนไปนานและหลายครั้งแล้ว ตั้งแต่เมื่อครั้งความขัดแย้งก่อตัวขึ้นที่ จ.นครสวรรค์ เมื่อชาวบ้านในอีกฟากฝั่งคันกั้นน้ำไม่พอใจที่อีกฟากไม่ได้เฉลี่ยทุกข์ที่พวกเขาได้รับ และเหตุการณ์ทำนองเดียวกันก็เกิดขึ้น จ.ปทุมธานี จนบานปลายไปก่อวิกฤติในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา เราเคยเตือนไปว่า สถานการณ์เช่นนี้หากไม่มีผู้ที่มีอำนาจบารมีมากพอที่จะไปตัดสิน ชี้ขาด รวมทั้งให้คำมั่นสัญญาว่าจะช่วยเหลือเยียวยามากกว่าที่มีการร้องขอตอบแทนเขาให้มากที่สุด จะไม่มีทางที่จะทำให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้
เราเคยคาดหวังว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี น่าจะใช้โอกาสนั้นเข้าไปอธิบาย ร้องขอ พร้อมกับให้คำมั่นสัญญาแก่ประชาชนว่าจะเยียวยาชดเชยทุกข์ที่พวกเขาได้รับมากกว่าผู้อื่นได้อย่างไร ซึ่งต่อมาก็น่าดีใจที่ได้เห็นภาพนั้นมาแล้ว และขณะนี้ สถานการณ์เช่นนั้นก็เกิดขึ้นอีก นายกรัฐมนตรีก็ไม่ควรลังเลที่จะเดินเข้าไปจัดการปัญหาซึ่งเกินกำลังส.ส.ในพื้นที่ หรือปล่อยให้ผู้ตรวจราชการไปเจรจาเพื่อยุติการเผชิญหน้าของชาวบ้านในพื้นที่
ถึงแม้ว่า การเข้าไปพบปะกับชาวบ้านที่อารมณ์ขุ่นเคืองท่วมใจ แต่เชื่อเถอะว่า ด้วยความที่เป็นคนไทย เขาพร้อมจะฟังเหตุฟังผล หากนายกรัฐมนตรีมีข้อมูลชัดเจน มีเหตุผลที่ดีและมีข้อเสนอดีๆ เขาเหล่านั้นก็พร้อมที่จะยินยอมทุกข์กว่าผู้อื่น ส่วนเมื่อทำไปแล้วจะทำให้นายกรัฐมนตรีมีภาวะความเป็นผู้นำเพิ่มขึ้นหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล ในการแก้เหตุการณ์เฉพาะหน้าเช่นนี้ สิ่งที่น่ากังวลกว่าก็คือ ผู้ที่เป็นนายกรัฐมนตรีจะกล้าเดินเข้าไปชนปัญหาหรือไม่ต่างหาก



