คอลัมนิสต์

น้ำ(ไม่)ลดตอผุด!

น้ำ(ไม่)ลดตอผุด!

31 ต.ค. 2554

น้ำ(ไม่)ลดตอผุด! : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์

          ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่างจังหวัดลดลง แต่หลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานครน้ำกระจายไปในพื้นที่หลายเขต โดยเฉพาะเขตภาคตะวันตกของกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างหลายจุด

          ส่วนพื้นที่ภาคตะวันออกของกรุงเทพมหานคร รัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการระบายน้ำพยายามจะผันน้ำไปทางภาคตะวันออกของกรุงเทพมหานคร เพื่อช่วยระบายน้ำอีกด้านหนึ่งก่อนไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

          ผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่สร้างผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชนหลายด้าน นอกจากที่อยู่อาศัยแล้ว อาหารที่มีราคาแพงขึ้น บางอย่างขาดตลาดหาซื้อไม่ได้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ "ด้านจิตใจ" พบว่า ส่วนใหญ่รู้สึกเบื่อหน่าย เครียดและวิตกกังวลเป็นทุกข์ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงภัยพิบัติน้ำท่วม

          เหตุการณ์ประชาชนพังคันกั้นน้ำหรือรื้อคันกั้นน้ำที่ทางราชการมาทำไว้ จึงเกิดขึ้นหลายจุด เพราะความเครียดหลังมองเห็นว่าพื้นที่อีกฝั่งไม่มีน้ำท่วม ขณะที่ฝั่งตัวเองอยู่อาศัยน้ำมีปริมาณสูงมาก

          ขณะเดียวกันก็มีประชาชนในบางพื้นที่ไม่ยอมให้เปิดประตูระบายน้ำไปในพื้นที่ เนื่องจากบ้านเรือนจะได้รับผลกระทบ และยังทำให้พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย

          จึงมีการตั้งทีมขึ้นมาดูแลพื้นที่ของตัวเองและขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ไม่ยอมให้มีการปล่อยน้ำลงในพื้นที่

          จนกระทั่ง "นายกรัฐมนตรี" ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มอบหมายให้ "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานทำความเข้าใจกับประชาชนในการขอความร่วมมือให้ระบายน้ำลงในพื้นที่

          โดยเฉพาะเหตุการณ์ล่าสุด ที่ชุมชนวัดนาวง ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี มีประชาชนในชุมชนพยายามทำลายคันกั้นน้ำ เพื่อระบายน้ำที่ขังอยู่ออกจากชุมชนตนเอง จึงมีหลายฝ่ายห่วงว่า หากคันกั้นน้ำพังทลายลงอาจทำให้น้ำทะลักเข้าสู่คลองประปาและมีสารปนเปื้อนลงในน้ำประปา จึงต้องมีการส่งตัวแทนไปเจรจา และทำความเข้าใจกับประชาชนถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

          "ยงยุทธ" เปิดเผยว่า การเจรจากับประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีหลักเกณฑ์อะไรเป็นพิเศษ จะขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่มีปัญหา การพูดคุยจะเป็นการหารือกับตัวแทนแกนนำชุมชนหรือคนที่ชุมชนให้ความเชื่อถือ ประกอบด้วยหลายฝ่าย ขึ้นอยู่ว่าภาวะฉุกเฉินขณะนี้เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือปริมณฑล

          "ส่วนใหญ่เวลาลงพื้นที่ เมื่อทราบว่ามีปัญหาก็จะเดินทางไปเจรจา โดยมีตัวแทนหลายฝ่ายเช่น กรุงเทพฯ ก็จะมีตัวแทนสมาชิกสภากรุงเทพฯ (ส.ก.) สมาชิกสภาเขต (ส.ข.) ส.ส. มาร่วมเป็นตัวแทนในการเจรจา ถ้าเป็นปริมณฑลก็จะเชิญนายกเทศบาล, สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล หรือผู้นำชุมชนมาร่วมเจรจากับประชาชนพื้นที่ ส่วนเรื่องชดเชยสิ่งที่ประชาชนยอมเสียสละเป็นอะไรอย่างไรจะมาพูดคุยกันอีกครั้ง"

          ทั้งหมดที่กล่าวมาถือเป็นความพยายามในการบริหารจัดการน้ำและจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการระบายน้ำ!

          อีกสิ่งหนึ่งที่ "รัฐบาล" และ "ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.)" ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบได้คือ เรื่อง "การบริหารจัดการกับสิ่งของบริจาค"

          หลังจาก "ศปภ." ตัดสินใจย้ายจากพื้นที่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ท่าอากาศยานดอนเมือง ไปยังอาคารเอ็นเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ ที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ถนนวิภาวดีรังสิต

          การย้ายศูนย์ ศปภ.ครั้งนี้ นอกจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ "ศปภ." แล้ว ก็มีผู้อพยพอีกจำนวนหนึ่งย้ายตามไปด้วย แต่ก็มีอีกกว่าร้อยคนไม่ยอมอพยพไปไหน เนื่องจากศูนย์อพยพดอนเมืองอยู่ใกล้บ้านพักอาศัยที่ถูกน้ำท่วมสามารถเดินทางกลับไปดูแลบ้านได้

          แต่สิ่งหนึ่งที่ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ใน "โซเชียลมีเดีย" มากที่สุดคือ ของบริจาคที่ตกค้างอยู่ที่ "ดอนเมือง" จำนวนมากถูกปล่อย "ลอยน้ำ" จำนวนมาก

          ใน "ทวิตเตอร์" มีการส่งข้อความแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้กันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะใน "เฟซบุ๊ก" มีการส่งภาพ ข้อความและภาพวิดีโอส่งต่อเผยแพร่ในกลุ่มกันเป็นจำนวนมาก มีทั้งเสื้อผ้า อาหาร และส้วมลอยน้ำ

          เรื่องนี้ "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" ยังไม่ทราบเรื่อง และขอตรวจสอบก่อน โดยบอกว่าบางส่วนได้ย้ายไปที่สนามกีฬาศุภชลาศัย

          ขณะที่โฆษก ศปภ. "วิม รุ่งวัฒนจินดา" ชี้แจงว่า สิ่งของบริจาคที่หลงเหลืออยู่ในอาคารคลังสินค้าไม่ใช่รัฐบาลไม่นำไปแจกจ่ายให้ประชาชน แต่ที่ของบริจาคยังเหลืออยู่เป็นการล่าช้าในการขนส่งมากกว่า เนื่องจากการขนส่งเป็นไปด้วยความยากลำบากหลังจากน้ำทะลักเข้าบริเวณท่าอากาศยานดอนเมือง ส่วนสุขาลอยน้ำที่ถูกทิ้งลอยน้ำไว้บริเวณหน้าอาคาร 2 จะขอเข้าไปสำรวจอีกครั้ง เพราะภายในอาคารคลังสินค้าไม่มีสุขาลอยน้ำหลงเหลืออยู่แล้ว

          "วิบูลย์ สงวนพงศ์" อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ซึ่งมีหน้าที่บริหารจัดการสิ่งของบริจาคที่มีขนาดใหญ่ ยืนยันว่า ของบริจาคทั้งถุงยังชีพ เรือ และเครื่องสูบน้ำได้ขนย้ายออกมาไว้ที่สนามศุภชลาศัยหมดแล้ว ส่วนที่มีคลิปเรือและสิ่งของอื่นๆ เก็บอยู่ที่คลังสินค้าดอนเมือง ได้กระจายแจกให้ผู้ประสบภัยในทุกพื้นที่แล้ว ส่วนสิ่งของบางอย่างเป็นของใหญ่ ต้องใช้รถเครนยก บางครั้งต้องรออุปกรณ์ขอย้าย

          ก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับ "ของบริจาค" เคยมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องให้ "นักการเมือง" เข้ามาจัดการจนเกิดกระแสการแจกจ่ายให้เฉพาะกลุ่มคะแนนเสียง และนำสิ่งของที่ประชาชนนำมาบริจาคไป "สวมสิทธิ์" ใช้ชื่อตัวเองเป็นผู้บริจาคจนเกิดเสียงวิจารณ์ และทำให้การ "แจกจ่ายสิ่งของ" ล่าช้า

          ดังนั้นจึงเป็นธรรดา เมื่อ "น้ำท่วม ศปภ." ชนิด "ฉุกเฉิน" การขนย้ายสิ่งของบริจาคจึงไม่ทัน ของต่างๆ จึง "ลอยน้ำ" มาฟ้องการทำงานของ "ศปภ." เข้าทำนอง "น้ำลดตอผุด"!