
แม้แต่สัญชาตญาณก็ไม่เหลือ
แม้แต่สัญชาตญาณก็ไม่เหลือ: ขยายปมร้อน โดย ศรายุทธ สายคำมี [email protected]
เว็บไซต์ กรมชลประทานออกแถลงการณ์ 2 ฉบับในวันเดียวกัน เพื่อที่จะชี้แจงถึงข้อกังขาที่เกิดขึ้นทั่วบ้านทั่วเมืองว่า เหตุใด รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ถึงไม่กล้าสั่งการให้ระบายน้ำออกไปด้านตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งที่มีมติตั้งแต่แรก
แถลงการณ์ฉบับแรกของกรมชลประทานอ้างถึงถ้อยแถลงของ นายมนัส กำเนิดมณี ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนกรมชลประทาน ที่ไปออกช่อง 11 ชี้แจงถึงสาเหตุที่ไม่สามารถระบายน้ำจาก กทม.ไปลงแม่น้ำบางปะกงว่า ทำไม่ได้เพราะระดับน้ำในแม่น้ำบางปะกงสูงกว่าระดับน้ำในคลอง หากเปิดประตูน้ำจะทะลักย้อนเข้าไปทางด้านใน ส่งผลให้การระบายน้ำออกจากพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นไปด้วยความยากลำบาก
ส่วนข้อสงสัยที่ว่าเอาเครื่องสูบน้ำไปวางไว้เต็มพรืด แต่สูบไม่ได้เลยนั้น ก็ได้รับคำชี้แจงว่า คลองชลประทานมีความแตกต่างจากคลองระบายน้ำของ กทม. ที่เป็นคอนกรีต แต่คลองชลประทานเป็นคลองดิน ถ้าน้ำลงไปเร็วคันดินจะพังทลาย
คลองที่ว่านั้นได้แก่ คลองบางขนาก คลองนครเนื่องเขต คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต หรือคลองประเวศบุรีรมย์
แถลงการณ์อีกฉบับนั้นเป็นการชี้แจงกทม.ที่บอกว่า ถ้าจะให้ระบายไปมากกว่า 1,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทานต้องช่วยเปิดประตูระบายที่คลองหนองจอก และคลองประเวศ ซึ่งจะระบายได้ถึง 10 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวันนั้น กรมชลประทาน ชี้แจงย้ำว่า ไม่สามารถทำได้ เพราะแม่น้ำบางปะกงสูงกว่าระดับน้ำในคลอง กทม.
เปิดประตูเมื่อไหร่น้ำไหลย้อนกลับเมื่อนั้น ...ทำได้แค่เพียงสูบออกไปลงคลองด้านที่ติดแม่น้ำบางปะกง
ซ้ำร้ายการสูบน้ำที่สถานีหนองจอกยังเจอปัญหา เพราะปิดประตูระบายน้ำที่คลองหลวงแพ่งไม่ได้ เพราะชาวบ้านที่ ต.ศาลาแดง อ.บางน้ำเปรี้ยวจ.ฉะเชิงเทราคัดค้าน เพราะได้รับผลกระทบจากน้ำที่สูบออกไป
ข้อมูลจากกรมชลประทานที่ว่าหากใครไม่เข้าไปอ่าน ก็คงจะไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เพราะรัฐบาลก็ไม่ได้ชี้แจงว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร ในขณะที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดรัฐบาลถึงไม่ดำเนินการตามแผนเดิมที่วางเอาไว้
แต่จะว่าไปแล้วมนุษย์เรานั้นต่อสู้กับธรรมชาติมาตลอดจนดำรงเผ่าพันธุ์มาได้จนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะไม่ยินยอมศิโรราบกับธรรมชาติ
เริ่มต้นอาจจะหวาดกลัวแต่เมื่อได้เรียนรู้แล้ว ไม่เพียงแต่รู้ว่าการจะอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างไร หากแต่ยังแปลงความน่ากลัวให้กลายเป็นประโยชน์ได้ด้วย
ลักษณะเช่นนี้มันฝังอยู่ในสัญชาตญาณของมนุษย์ทุกคน
ความต้องที่จะอยู่รอดต้องการที่จะเอาชนะ เพราะรู้ดีว่า ธรรมชาตินั้นเป็นผู้ที่คัดเลือกผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะอยู่รอด
ธรรมชาติไม่เลือกผู้ที่เมื่อเจอกับปัญหาอุปสรรคแล้วนั่งรอให้ธรรมชาติเห็นใจ
เมื่อน้ำเหนือหลากลงมามากมายสร้างความเสียหายไปในทุกพื้นที่ที่ไหลผ่านขนาดนี้ ไม่อยากจะเชื่อว่า กรมชลประทาน ที่น่าจะเป็นหน่วยงานที่บริหารจัดการน้ำได้ที่สุดในประเทศไทย จะยินยอมรับสภาพเพียงเพราะน้ำในแม่น้ำบางปะกงสูงกว่าคลองที่ส่งไปจาก กทม.
รัฐบาลเองในฐานะที่กำกับดูแลก็น่าจะคิดค้นวิธีการที่ควรจะอยู่นอกกรอบความคิดเดิมๆ ที่ว่า ธรรมชาติของน้ำย่อมไหลจากที่สูงลงไปสู่ที่ต่ำ แล้วเมื่อเจอกับน้ำอีกสายที่สูงกว่าแล้วไม่สามารถจัดการอะไรได้เลย
การหยิบยกเอากรณีที่ชาวบ้านที่อ.บางน้ำเปรี้ยว ออกมาคัดค้านการระบายน้ำของกรมชลประทาน ซึ่งก็ไม่ต่างจากความขัดแย้งของชาวบ้านสองฟากฝั่งคันกั้นน้ำ ที่มีปัญหามาตั้งแต่ นครสวรรค์ ไล่ลงมาถึงปทุมธานี
สิ่งเหล่านี้ไม่ควรจะยืดเยื้อเรื้อรังจนสร้างความเสียหายเหมือนเมื่อครั้งที่คันกั้นนำหลายแห่งแตก หรือถูกรื้อพังทำลายจนน้ำหลากเข้าทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า
รัฐบาลมีหน้าที่ที่จะต้องเข้าไปเจรจาให้คำมั่นสัญญาว่าจะจ่ายค่าชดเชยให้อย่างเต็มที่จนกว่าเขาเหล่านั้นจะพอใจเพราะในวันนี้มันถึงช่วงที่ว่า จะจ่ายร้อย หรือจะสูญล้านล้าน ไปแล้ว
แม้ว่าประชาชนทั่วไปไม่ต้องการให้รัฐบาลชุดนี้วางเดิมพัน แต่เมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว ก็ต้องชั่งน้ำหนักเอาว่า จะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ฝั่งตะวันตกของเจ้าพระยาท่วมหนัก และมี กทม.ชั้นในบางส่วนสาหัส ส่วนฝั่งตะวันออกระบายได้นิดหน่อยตามที่กรมชลประทานบอก
มันก็ดูเท่ดีอยู่หรอกที่เมื่อน้ำหลากมาแล้วนายกฯ ยิ่งลักษณ์ จะบอกว่า ศปภ.จะเป็นหน่วยงานสุดท้ายที่ย้ายออกจากดอนเมือง...แต่โทษที นอกจากกินไม่ได้แล้วก็ไม่ได้ทำให้ความเดือดร้อนของชาวบ้านลดน้อยลงเลย กับการที่เห็นปัญหาแล้วยังนั่งรอขอความเมตตาจากสิ่งที่ไม่อาจเป็นจริง
มันถูกต้องที่ไหน มัวแต่เฝ้ารอบทลงโทษของธรรมชาติว่าจะรุนแรงสาสมแค่ไหนกับความผิดพลาดในเรื่องการบริหารจัดการน้ำที่มีมาตั้งแต่ต้น
คำถามว่า สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมนุษย์มันหายไปไหน ก็คงจะเป็นคำถามที่ยากเกินไปสำหรับรัฐบาลนี้



