คอลัมนิสต์

เด้งผู้ว่าฯปทุมการเมืองเหนือปัญหาปชช.

เด้งผู้ว่าฯปทุมการเมืองเหนือปัญหาปชช.

26 ต.ค. 2554

เด้งผู้ว่าฯปทุมเข้ากรุการเมืองเหนือปัญหาประชาชน : ขยายปมร้อน โดย วัฒนา ค้ำชู /สมถวิล เทพสวัสดิ์

           น้ำเหนือที่เริ่มรุกคืบเข้าตัวกรุงเทพฯ ชั้นในได้ขยายวงกว้างในพื้นที่หลายจุด โดยล่าสุด "พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก" รมว.ยุติธรรม ในฐานะ "ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย" (ศปภ.) ประกาศให้ประชาชนในหมู่บ้านเมืองเอก และบริเวณใกล้เคียงย้ายออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด เนื่องจากคันกั้นน้ำ อบต.หลักหก จ.ปทุมธานี ชำรุด ทำให้มวลน้ำจากคลองรังสิตไหลทะลักเข้าสู่หมู่บ้านและบริเวณใกล้เคียงภายใน 1-2  ชั่วโมง มีระดับน้ำสูงขึ้น 1-1.50 เซนติเมตร

            แม้ "มวลน้ำ" เริ่มเพิ่มปริมาณไหลเข้าสู่พื้นที่ชั้นในกรุงเทพฯ มากขึ้น แต่รัฐบาลก็ยังไม่ประกาศแผนงานการอพยพประชาชนให้ชัดเจน ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงจะถูกน้ำท่วมยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองว่าถ้าน้ำท่วมฉับพลันต้องอพยพไปอยู่ที่ไหน หน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบ ที่จะไปพักพิงปลอดภัยเพียงใด แค่ไหน

            ทุกวันนี้ประชาชนต้องดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์ของตัวเองเป็นหลัก อย่าหวังพึ่งพาความช่วยเหลือจากรัฐบาล เพราะรัฐบาลเองยังไม่มีความมั่นใจในการช่วยเหลือ

            ยิ่ง "ประชา" ในฐานะ "ผอ.ศปภ." บอกว่า ไม่แน่ใจระบบระบายน้ำ กทม.รับได้ระดับไหน ทำให้ประชาชนเริ่มวิตกกังวลกับสถานการณ์น้ำท่วมมากขึ้น นอกเหนือจากปัญหาการขาดแคลนอาหารแห้งและน้ำดื่ม

            ระหว่างที่ทุกคนกำลังจดจ่อและลุ้นระทึกกับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ก็มีคำสั่ง "กระทรวงมหาดไทย" ย้าย "พีระศักดิ์ หินเมืองเก่า" ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ไปเป็น "ผู้ตรวจราชการ" ประจำกระทรวงมหาดไทย โดยมอบหมายให้ไปปฏิบัติหน้าที่ "ประสานราชการ" ระหว่างกระทรวงมหาดไทยกับ ศปภ.

            ใช้ภาษาง่ายๆ คือ "เด้งเข้ากรุ" จากตำแหน่ง "ผู้ว่าราชการจังหวัด" ที่เคยมีอำนาจสั่งการทั้งจังหวัดดูยิ่งใหญ่ แต่ถูกลดชั้นให้มานั่งในตำแหน่ง "ผู้ตรวจราชการ" ทำหน้าที่ "ประสานงาน" กับ ศปภ. เรียกว่า "อำนาจ" ห่างชั้นกันมาก

            ช่วงเกิดน้ำท่วมใน จ.ปทุมธานี บทบาทของ "ผู้ว่าฯ พีระศักดิ์" ในการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดอย่างเข้มแข็ง เรียกว่า "ได้ใจ" ชาวปทุมธานี และสังคมภายในที่เห็น "ผลงาน" ของ "ผู้ว่าฯ พีระศักดิ์" ผ่านการนำเสนอของสื่อมวลชน

            ภาพร่ำไห้ของ "ผู้ว่าฯ พีระศักดิ์" ระหว่างที่ตอบคำถามสื่อหลังมีข่าวจะถูกย้ายพร้อมกับบอกว่า "เพียงขอให้จังหวัดผมรอดพ้นน้ำท่วม แม้จะถูกย้ายผมก็ไม่เสียใจ" คำพูดดังกล่าวเชื่อว่าได้รับเสียงชื่นชมความเป็น "ผู้นำ" ที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามต่อสู้เพื่อรักษาเมืองและพลเมืองให้อยู่รอดปลอดภัยอย่างแน่นอน

            แต่ถ้าถามว่า "ผู้ว่าฯ พีระศักดิ์" รู้ตัวมาก่อนหรือไม่ว่าจะถูกโยกย้ายออกจากตำแหน่ง คำตอบคือ "รู้" เพราะการมานั่งในตำแหน่ง "ผู้ว่าฯ  ปทุมธานี"  มาโดยการเมืองสมัย "ชวรัตน์ ชาญวีรกูล" หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยนั่งเป็น "รมว.มหาดไทย" ซึ่งการโยกย้ายครั้งนี้ไม่ต่างจากเปลี่ยนม้ากลางศึก
           
            เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่ "ผู้ว่าฯ พีระศักดิ์" จะถูกมองว่ามาเป็นคนของพรรคภูมิใจไทย เพราะก่อนมาเป็น "ผู้ว่าฯ ปทุมธานี" เคยนั่งในตำแหน่ง "ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์" มาก่อน

            ดังนั้นเมื่ออำนาจเปลี่ยนมือ "รมว.มหาดไทย" เป็นของ "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ชื่อของ "ผู้ว่าฯ พีระศักดิ์" จึงติด 1 ใน 5 จากทั้งหมด 12 รายชื่อที่จะถูกเด้งเข้ากรุเป็น "ผู้ตรวจราชการ" ประจำกระทรวงมหาดไทย และยังมีบัญชีต่อจาก "พีระศักดิ์" อีก เช่น นครราชสีมา, สุรินทร์ และบุรีรัมย์

            เพียงแต่การโยกย้ายครั้งนี้ "หวยมาออก" ที่ "พีระศักดิ์" เป็นคนแรกท่ามกลางวิกฤติน้ำท่วมยังไม่คลี่คลาย ยังไม่ทันได้พิสูจน์ฝีมือกอบกู้เมืองปทุมธานีหลังน้ำลด ก็ถูกจับโยกย้ายก่อน

            หากมาไล่เรียงจะเห็นว่า "พีระศักดิ์" ที่ถูกมองว่าเป็น "สีน้ำเงิน" ถูกตีตราว่าอยู่ในสังกัด "พรรคภูมิใจไทย" มานั่งเป็น "พ่อเมือง" ปทุมธานี ซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่ไม่ใช่โชคช่วย แต่เป็นความตั้งใจทางการเมือง

            ทั้งที่ต่างก็รู้ดีว่า "ปทุมธานี" ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ "แดงทั้งจังหวัด" โดยเฉพาะ "ส.ส.ทั้ง 6 เขต" เป็นของ "พรรคเพื่อไทย" ทั้งหมด "สุทิน นพขำ" เขต 1 "สุรพงษ์ อึ๊งอัมพรวิไล" เขต 2 "สมศักดิ์ ใจแคล้ว" เขต 3 "พรพิมล ธรรมสาร" เขต 4 "ว่าที่ ร.ต.สุเมธ ฤทธาคนี" เขต 5 และ "ชูชาติ หาญสวัสดิ์" เขต 6 โดยเฉพาะ จ.ปทุมธานี มีรัฐมนตรีถึง 2 คน คือ "สุรพงษ์ อึ๊งอัมพรวิไล" รมช.ศึกษาธิการ และ "ชูชาติ หาญสวัสดิ์" รมช.มหาดไทย

            เมื่อ "สีน้ำเงิน" ไปอยู่ท่ามกลาง "สีแดง" ที่มีทั้งมวลชน และนักการเมืองระดับชาติ "แรงถีบ" จึงมีมากกว่าจังหวัดอื่นทั่วไป

            จึงไม่น่าแปลกที่ "ยงยุทธ" จะยืนยันว่า "การโยกย้ายครั้งนี้เป็นการย้ายตามวาระ ไม่ใช่ทำงานไม่ดี และเห็นว่าเป็นคนรู้และเข้าใจเรื่องน้ำท่วมดี จึงให้ไปทำหน้าที่ประสานงานกับ ศปภ. การย้ายครั้งนี้หลายคนเห็นด้วย ให้ไปถามคนปทุมธานี ไปถาม ส.ส.ในพื้นที่ และรัฐมนตรีปทุมธานี เชื่อว่าคนที่ไม่เห็นด้วยมีน้อย และการย้ายครั้งนี้มีความเหมาะสม มีเพียงสื่อเท่านั้นที่วิจารณ์ คนที่ถูกย้ายไม่เห็นมีปฏิกิริยา จากนี้ไปจะย้ายอีกหลายคน แต่ติดปัญหาน้ำท่วมเท่านั้น"
           
            "ยงยุทธ" บอกว่า เปลี่ยนแล้วดีขึ้น ขจรศักดิ์ สิงโตกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง ที่จะไปรักษาการตำแหน่งผู้ว่าฯ ปทุม แทน "พีระศักดิ์"  เป็นคนในพื้นที่ เคยเป็นนายอำเภอปทุมธานีมาก่อน

            แม้ว่า "พีระศักดิ์" จะทำงานแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเข้าตาสังคมภายนอก จ.ปทุมธานี แต่สำหรับเจ้าถิ่นทั้งมวลชนและนักการเมืองย่อมไม่ปลื้มที่จะให้ "พีระศักดิ์" ไปนั่งอยู่ในตำแหน่งต่อไปถึงได้ใจมวลชนคนนอกบ้าน แต่คนในบ้านไม่ปลื้มก็อยู่ร่วมกันลำบาก

            ดังนั้นการที่ "ผู้ว่าฯ พีระศักดิ์" ถูกย้ายไปเป็น "ผู้ตรวจราชการ" จึงเป็นเรื่องธรรมดา เพราะที่มาของตำแหน่งมาด้วยการเมืองจึงต้องไปด้วยการเมือง เพียงแต่น่าเสียดายที่ "การเมือง" ไม่ให้เวลาพิสูจน์ฝีมือแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้เสร็จสิ้นเสียก่อน!