
'เจ๊หน่อย'มาได้ไงในจังหวะนี้
'เจ๊หน่อย'มาได้ไงในจังหวะนี้ : ขยายปมร้อน โดย ศรุติ ศรุตา
คงจะคิดว่า นาทีนี้ไม่มีอะไรจะเสียแล้วกระมัง ถึงได้จัด "เจ๊หน่อย" สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ สมาชิกบ้านเลขที่ 111 ที่ยังเหลือเวลาพำนักในบ้านเลขที่นี้อีกตั้งกว่าครึ่งปี ออกมาวาดลวดลาย สั่งการ แทน นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ที่ดูเหมือนจะถนัดแต่งานนั่ง ฮ. ดูน้ำท่วม-คันกั้นน้ำแตก
ความจริงก็เข้าทาง เจ๊หน่อย อยู่เหมือนกัน เพราะงานแบบนี้ มันทำให้ "ภาพ" นักการเมืองไม่เลือนหายไปจากคนกรุง
ยิ่งวางแผนว่าจะหวนคืนเวทีการเมืองอีกครั้ง บทบาทผู้ว่าฯ กทม. ในอนาคตก็ดูไม่เลวเลยทีเดียว
เพราะความจริงแล้ว ถึงแม้ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง แต่ก็เป็นที่ยอมรับกันว่า ประธานภาค กทม. ตัวจริงเสียงจริงนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน
ถึงวันนี้ จะมี วิชาญ มีนชัยนันท์ ทำหน้าที่อยู่ แต่ความเป็นจริงก็รับรู้กันดีว่า วิชาญ ก็คือ "มือขวา" ซึ่งก็รวมทั้ง น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที
ที่สำคัญไปกว่านั้น ความเป็นงาน กทม. และเชี่ยวชาญเกมการเมืองของเจ๊หน่อย ก็น่าจะแก้ปัญหาอาการ "เจาะไม่เข้า" ของ ยิ่งลักษณ์ ที่ได้แต่ร้องขอความร่วมมือให้ "คุณชาย ณ กทม." เปิดประตูระบายน้ำให้ แต่ไม่เป็นผลนั้น หมดกังวลไปได้
เจ๊หน่อย เข้ามาแค่วันเดียว ยิ่งลักษณ์ ก็ออกประกาศบังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สั่งการให้ กทม.เปิดประตูระบายน้ำ รับน้ำเหนือในวันถัดมา
เป็นคำสั่งที่ กทม.ไม่อาจหลบหลีก เพราะสำทับมาด้วยว่า หากไม่ปฏิบัติตามจะต้องมีความผิด
แต่นักการเมืองที่พาชาวบ้านไปรื้อคันกั้นน้ำคืนก่อนนั้นไม่รู้มีความผิดบ้างหรือไม่ อันนี้ คงต้องไปถามไถ่ ยิ่งลักษณ์ ว่า จะทำอย่างไร ถ้าให้ทหารไปรักษาคันกั้นน้ำ แล้วเกิดมีนักการเมืองใช้กฎหมู่พาพวกไปรื้อคันกั้นน้ำ จะให้ทหารยืนแอ่นอกรอให้พวกถ่อยสถุลถีบตกน้ำโดยไม่มีอำนาจทางกฎหมายรองรับทำการสกัด จับกุมหรืออย่างไร
แต่เอาเถอะ ปัญหาจุกจิกกวนใจเรื่อง กทม.ไม่เปิดใจรับความทุกข์ไปด้วยกันกับชาวบ้านในจังหวัดอื่นๆ ก็คงจะลดลงไปได้บ้าง
คำถามก็คือ "เจ๊หน่อย" ที่ตามหลักแล้วควรจะแอบๆ กระซิบอยู่ข้างหลัง เหตุใดรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ รวมทั้ง ทักษิณ ชินวัตร ถึงได้ปล่อยให้ออกมาแสดงบทบาทโจ๋งครึ่มอย่างนี้
สิ่งที่ "เจ๊หน่อย" อธิบายในเรื่องน้ำว่าต้องระบายออก 3 ทาง ตะวันออก-ตะวันตก และตรงกลางคือ แม่น้ำเจ้าพระยา นั้น ก็ไม่ได้ต่างจากใครๆ คิด
พูดง่ายๆ ไม่ได้วิเศษกว่าความคิดของใครเลย
แล้ว "เจ๊หน่อย" โผล่มาก่อนเวลาอันควรได้ไง ?
จริงอยู่ไม่มีกฎหมายที่ชัดเจนเอาผิด (ยกเว้น กกต.จะมีลูกฮึด) แล้วก็จริงอยู่ สิ่งที่ "เจ๊หน่อย" มาพูดมาทำนั้นเป็นประโยชน์ต่อประชาชนคนไทย (แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ถ้า ยิ่งลักษณ์ ทำไม่ได้ซะทีเดียว)
เบื้องหลังของ "เจ๊หน่อย" ก็คือบททดสอบความรู้สึกของคนในประเทศ ว่า หากจังหวะดี เอาคนบ้านเลขที่ 111 เหล่านี้ จากที่เคยอยู่เบื้องหลัง แล้ว ยิ่งลักษณ์ ทำท่าว่าจะไปไม่รอด ก็เอาออกมาเปิดตัวต่อสังคม เพราะบารมีเก่าที่มีดีกว่า เสนาบดีเกรดซี ใช่หรือไม่
เพราะต้องไม่ลืมว่า การที่รัฐบาลปล่อยให้น้ำหลากลงมาได้มากปริมาณเกินกว่าเขื่อนภูมิพลทั้งเขื่อนได้ขนาดนี้ มันเรียกเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากคำว่า "ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง" นั้น เป็นเพราะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ดูแลกรมชลประทาน กระทรวงมหาดไทย ที่ไม่เพียงดูแลกรมปกครองท้องถิ่น แต่ยังดูทั้งไฟฟ้า ประปา
เหนืออื่นใดก็คือ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่แม้จะเห็นน้ำท่วมในตอนนั้น ก็ผลิตความคิดออกมาเพียงแค่ "บางระกำโมเดล" แต่ความรวดเร็วและความจริงจังของ บางระกำโมเดล ก็ดูจะไม่ปุบปับฉับไว เป็นระบบ สอดรับกันต่อเนื่องมากไปกว่า การตั้งคณะกรรมการดูเรื่องฎีกาช่วยพี่ชาย การพยายามออกกฎหมายนิรโทษกรรม รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงข้าราชการกระทรวงยุติธรรมอย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อน้ำไหลบ่าลงมาถึงภาคกลางมาจ่อเข้ากรุงเทพฯ ในวันนี้ มีใครพูดถึงบางระกำโมเดลกันบ้าง ?
มีแต่เพียงว่า หากรัฐบาลไม่สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ภาคกลาง
เพราะรู้ว่า เวลากำลังใกล้เข้ามาถึงแล้ว ยิ่งปล่อยให้นิคมอุตสาหกรรมยับเยินมากเท่าใด ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ก็ยิ่งลดน้อยลงเท่านั้น
กำหนดเวลาระบายน้ำที่ชัดเจนคือการสร้างความเชื่อมั่น แต่เมื่อมาติดขัดตรง "ท่อใหญ่" ซึ่งเป็นส่วนที่ กทม.รับผิดชอบ ก็ต้องเร่งทะลวงออก โดยที่ต้องยินยอมให้คนเมืองหลวงก่นด่า
เพราะบทเรียน 7 นิคมอุตสาหกรรมที่จมอยู่ใต้น้ำจนถึงวันนี้ ชี้ให้เห็นว่า หากไม่รีบทะลวงเปิดทางน้ำออก ประเทศก็คงจะไม่เหลืออะไรอีกแล้ว
สถานการณ์ที่ว่า อาจเป็นจังหวะดีของ "เจ๊หน่อย" และคะแนนนิยมในอนาคตหลังพ้นพงหนาม "เจ๊หน่อย" จะเก็บเกี่ยวไปได้ ก็ไม่ควรคิดไปว่า นี่เป็นเพราะความสามารถ เพียงแต่ว่าในวันนี้ ประเทศไทยบังเอิญมีผู้นำที่มีความสามารถไม่พอ หรือไม่ตรงกับการแก้ไขหายนะที่กำลังเกิดขึ้นเท่านั้น



