
จับตา'เกมการเมือง'หลังน้ำลด
จับตา'เกมการเมือง'หลังน้ำลด : ขยายปมร้อน โดย ศรุติ ศรุตา
ในสถานการณ์น้ำท่วมประเทศ และผู้คนประสบกับความทุกข์ยาก "การเมือง" ก็ยังคงดำเนินเดินเรื่องกันต่อไป
การเตรียมพร้อมของหมู่บ้านเสื้อแดง ตำบลเสื้อแดง จนกระทั่งเปิดอำเภอเสื้อแดงไปแล้ว 2 แห่ง ถูกมองออกมาเป็น 2 ด้าน 2 มุม
ด้านหนึ่งนั้นก็เพื่อสร้างแนวคิดอุดมการณ์ทางการเมือง แต่อีกด้านถูกมองว่า เตรียมไว้สำหรับในยามที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพลี่ยงพล้ำ หรือต้องการกำลังใจ
โดยเฉพาะในจังหวะนี้ที่แนวโน้มว่า รัฐบาลปูแดง คงยากจะหลีกพ้น
ขนาดน้ำยังไหลลงทะเลไม่หมด รัฐบาลที่บริหารประเทศมา 2 เดือน ก็เหมือนกับว่าอยู่นานกว่า 2 ปี
กระบวนการตัดสินใจ แก้ไขปัญหานั้นเรียกได้เลยว่า ล่าช้า และสร้างความสับสนเสียเป็นส่วนใหญ่
ซึ่งความจริง ผู้คนในสังคมก็น่าจะชินชากับเรื่องนี้ เพราะลำพังนโยบายประชานิยมทั้งหลายที่ผลักดันเป็นเรื่องเร่งด่วนกว่าการบริหารจัดการน้ำท่วมขังนั้น ก็สร้างความสับสน ปั่นป่วนมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ้านหลังแรก รถคันแรก ก็แก้แล้วแก้อีก
แต่ก็อย่างว่า หลายคนก็ยังอยากเอาใจช่วย อยากให้นายกฯ หญิงคนแรกทำงานสำเร็จลุล่วง เพื่อเป็นกำลังใจ แต่ 2 เดือนผ่านไป ก็ยังหาอะไรติดไม้ติดมือไปไม่เจอ
งานแก้น้ำท่วมเป็นเรื่องของการนั่งเฮลิคอปเตอร์บินไปดูที่นั่นที่นี่ เมื่อกลับมาประชุมจนได้ข้อสรุป วันถัดมาไปทำตามมติ แต่ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้นก็ต้องเปลี่ยนแนวทาง
สิ่งเหล่านี้มันกระทบกับความเชื่อมั่น กระทบกับขวัญกำลังใจมิตรรักแฟนเพลงของนายกฯ ยิ่งลักษณ์โดยตรง
สิ่งที่ต้องจับตาดูต่อไปนี้ก็คือ หลังน้ำลด ตัวเลขความเสียหายทั้งประเทศ ที่อาจจะแยกเป็นภาคธุรกิจ ภาคประชาชน พื้นที่การเกษตร เป็นจำนวนมากน้อยแค่ไหน
แถลงวันเดียวจบ หรือต้องแก้ใหม่ในวันถัดมาเพื่อให้ตัวเลขมันดูดี ไม่สร้างความตื่นตระหนกให้แก่นักลงทุนต่างชาติ
แต่ในทุกวันนี้ข้อมูลข่าวสารนั้นใครต่อใครก็เข้าถึงกันหมดแล้ว จะไปเป่าจาก 100% ให้เหลือแค่ 50% อย่างที่มี "บางคน" สั่งให้จัดการมันคงเป็นเรื่องลำบาก และทำร้ายนายกฯ ยิ่งลักษณ์มากเกินไป
อย่าลืมว่า เรื่องนี้เรื่องใหญ่ เมื่อได้ตัวเลขมาแล้ว ผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่จะต้องนั่งชี้แจงต่อประชาชนว่า เราเสียหายเท่านั้นเท่านี้ และเราจะเดินหน้าจับมือกันต่อสู้เพื่อก้าวข้ามหายนะนี้กันอย่างไร มันต้องเป็นนายกฯ ยิ่งลักษณ์แต่เพียงผู้เดียว
ถ้าเอาเรื่องโกหกมาบอกประชาชน อย่างเช่นตกงาน 1 ล้านคน ก็บอกแค่ 7-8 แสน แล้วก็นับแต่เฉพาะคนตกงานในภาคอุตสาหกรรม แต่ไม่นับภาคอื่นอีก เช่น เกษตร บริการ ท่องเที่ยว มันมีผลต่อคนเหล่านั้นโดยตรง เพราะการเข้าไปช่วยเหลือเยียวยาจะไม่มีวันไปถึงคนเหล่านั้น
เรื่องนี้จะทำกันแบบมักง่ายไม่ได้
เพราะสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังน้ำลดแน่ๆ ก็คือ ราคาสินค้าที่จะพาเหรดแห่ขึ้นราคา ในขณะที่เงินในกระเป๋าแทบไม่มีเหลือ "ภาวะเงินฝืด" จะเข้ามาเต็มๆ เพราะคนตกงานจะเอาเงินจากไหนไปซื้อสินค้า สิ่งที่จะตามมาแน่ๆ ก็คืออาชญากรรม
ถ้าให้ทำนาย โจรลุ่มเจ้าพระยาจะชุกที่สุดก็ในยุคนี้นี่แหละ
ถ้าหากปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติอย่างที่ใช้บริหารน้ำตั้งแต่เหนือเขื่อนยันปากอ่าวแบบนี้ต่อไป รัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์เสร็จแน่
แต่เชื่อเถอะ ก่อนจะถึงวันนั้น วิธีการเนียนๆ ก็จะถูกขับเคลื่อนออกมา โดยเฉพาะวิธีการที่ "การเมือง" ชอบใช้กัน
นั่นก็คือ ความขัดแย้งทางการเมืองจะค่อยๆ พุ่งสูงขึ้น และอาจบานปลายออกไปในรูปแบบต่างๆ
เพราะแน่นอนว่า ต้องมีกลุ่มการเมืองกลุ่มหนึ่งที่ไม่พอใจกับการบริหารประเทศจนล้มเหลวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์อยู่แต่เดิมแล้ว
เช่นเดียวกับกระแสข่าวลือว่า ที่สำลักน้ำกันทั่วประเทศนี้ เป็นเพราะรัฐบาลประชาธิปัตย์ไปสั่งให้กักเก็บน้ำเอาไว้จนเขื่อนรับไม่ไหว...ถึงจะไร้เหตุไร้ผล แต่ก็มีคนทำไปแล้วนั่นแหละ
เมื่อทางมันมาอย่างนี้ โอกาสที่การเมืองจะขับเคลื่อนเพื่อกลบเกลื่อนความล้มเหลว ความผิดหวัง มันก็มีความเป็นไปได้สูง
เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศมากมายขนาดนี้ จะเอาอะไรไปชดเชย เอาอะไรไปชี้แจงกับประชาชน



