คอลัมนิสต์

ความเสียหายด้านจิตใจ

ความเสียหายด้านจิตใจ

19 ต.ค. 2554

ความเสียหายด้านจิตใจ : บทบรรณาธิการ

          แรงกดดันจากสถานการณ์น้ำเริ่มโหมเข้าใส่รัฐบาลหนักขึ้นเรื่อยๆ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสภาวะน้ำท่วมขังมานานนับเดือนเริ่มเกิดความตึงเครียด ประกอบกับการออกแถลงข่าวในแต่ละวัน ไม่ได้ทำให้ชาวบ้านเกิดความมั่นใจว่า รัฐบาลจะสามารถควบคุมสถานการณ์แบบนี้ได้จริงหรือไม่ ส่วนหนึ่งเพราะคำชี้แจงของรัฐบาล และการให้สัมภาษณ์ของผู้ที่รับผิดชอบ ไม่ได้ไปในทิศทางเดียว ทั้งส่วนของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) รัฐมนตรีบางคน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

          ภาคการเกษตรในที่ลุ่มภาคกลางเกิดความเสียหายเกือบทั้งหมด ชาวบ้านหมดเนื้อหมดตัว แม้จะได้รับเงินชดเชยจากรัฐบาลและความช่วยเหลือด้านอื่น แต่ยังมีภาวะจิตใจที่น่าเป็นห่วง ขณะเดียวกันสภาพการทรงตัวของน้ำก็ยังอยู่เต็มพื้นที่ บ้านเรือนยังจมอยู่ในน้ำ ชาวบ้านต้องพักพิงตามถนนหนทางหรือส่วนราชการหรือพื้นที่ของภาคเอกชนที่จัดเตรียมไว้ สภาวะความเสียหายทางจิตใจยังลุกลามขึ้นเรื่อยๆ มีชาวบ้านบางส่วนบางพื้นที่เริ่มเกิดความขัดแย้ง พยายามพังทำลายสิ่งกีดขวาง ถุงทรายและคันกั้นออกเพื่อระบายน้ำไปสู่ส่วนอื่นบ้าง

          ภาคธุรกิจเสียหายอย่างหนัก นิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งไม่สามารถควบคุมแรงน้ำไว้ได้ ถึงแม้จะมีหน่วยงานของรัฐ กองทัพ ทุ่มกำลังเข้าไปช่วยเพื่อกันไม่ให้โรงงานอุตสาหกรรมโดยรวมย่อยยับ แต่ก็ไร้ผล จนต้องสั่งอพยพคนงานนับแสนออกจากพื้นที่ชนิดที่น้ำจี้ไล่หลัง เก็บข้าวของแทบไม่ทัน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ควรมีแผนรองรับไว้ล่วงหน้า แต่ที่ผ่านมารัฐบาลยังยืนยันมาโดยตลอดว่า สามารถควบคุมพื้นที่ไว้ได้ คนงานนับแสนต้องทิ้งที่อยู่ที่พักอาศัยทั้งในเขตอุตสาหกรรมและรอบนอก ไม่สามารถนำสิ่งของมีค่า ของใช้จำเป็นออกมาได้ทัน ผลก็คือ หมดตัวเป็นหนี้เป็นสินทั้งในปัจจุบันและอนาคต

          ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะคลี่คลายได้ในเวลาใด นอกจากความเสียหายด้านทรัพย์สินแล้ว สิ่งที่น่ากลัวและกำลังก่อตัวขึ้นคือ ความเสียหายทางด้านจิตใจ ที่นอกจากคนในพื้นที่ภาคกลางแล้ว พื้นที่ชายขอบกรุงเทพมหานคร ก็เริ่มปริวิตก ตึงเครียด แม้รัฐบาลยังแถลงการณ์อย่างเชื่อมั่นว่า จะรักษาพื้นที่กรุงเทพฯ ไว้ได้ แต่ขณะนี้ความเชื่อมั่นต่อการแก้ปัญหาเริ่มลดน้อยลง หลายพื้นที่มีปัญหาการทะเลาะเบาะแว้ง เกิดอาการหวาดผวา แม้เพียงเริ่มต้นแต่หากสะสมขึ้นเรื่อยๆ โอกาสที่จะพลุ่งพล่านออกมามีสูง เมื่อเพิ่มจำนวนฝูงชนแล้วเกิดความโกลาหล การควบคุมจะยากยิ่ง รัฐบาลไม่ควรมองข้าม ข้อมูลเป็นอย่างไร ควรบอกความจริง ประชาชนจะได้ทำใจดีกว่าไม่ได้เตรียมตัวแล้วมาฟื้นฟูกันทีหลัง