คอลัมนิสต์

สิ้นไร้แต่อย่าสิ้นหวัง

สิ้นไร้แต่อย่าสิ้นหวัง

14 ต.ค. 2554

สิ้นไร้แต่อย่าสิ้นหวัง : บทบรรณาธิการ

         เป็นเรื่องเข้าใจได้ที่ภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรและภาคการท่องเที่ยวจะประเมินความเสียหายรายวันจากน้ำท่วมใหญ่ครั้งประวัติการณ์ที่คุกคามอนาคตของของประเทศมา 2 เดือนแล้วออกมาเป็นตัวเลขที่นับวันมีแต่ขยับเพิ่มสูงเป็นนับหมื่นนับแสนล้านบาท โดยเฉพาะเมื่อนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งต้องจมอยู่ใต้กระแสน้ำแม้ว่าจะเร่งป้องกันเต็มที่ก็ตาม แต่ที่ไม่มีใครคิดจะประเมินความเสียหายออกมาเป็นตัวเลขทั้งๆ ที่มีผลกระทบใหญ่หลวงต่อประเทศนี้นั่นก็คือสภาพจิตใจของประชาชนนับล้านคนที่พื้นที่นาหรือแหล่งทำกินต้องจมอยู่ใต้กระแสน้ำ  ทรัพย์สินและข้าวของหายวับไปกับตา จนแทบสิ้นเนื้อประดาตัวและไร้ที่อยู่อาศัย ต้องอยู่อย่างอดอยากหิวโหย บางรายเสียชีวิต บางคนอยู่ในกลุ่มเสี่ยงฆ่าตัวตายเมื่อคิดว่าสิ้นหนทางที่จะกอบกู้อนาคตของครอบครัวให้ฟื้นกลับคืนมา

         ความทุกข์ครั้งนี้ทำให้ภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในประเทศนี้ก็ปรากฏให้เห็น ไม่ใช่แค่ภาพของใบหน้าเศร้าหมอง เคร่งเครียด ไร้รอยยิ้ม แต่เป็นภาพของความเห็นแก่ตัว ความไร้ระเบียบวินัยและไร้การเสียสละ เนื่องจากไม่เคยฝึกจิตใจให้เตรียมพร้อมจะรับมือกับหายนภัยในรูปแบบต่างๆ มาก่อน ชาวบ้านหลายแห่งที่หิวโซจนต้องแย่งถุงยังชีพ อาหารและน้ำดื่มกันเอง การเวียนไปรับถุงยังชีพแล้วนำไปขายต่อในราคาสูง หรือการทุบร้านค้าเพื่อฉกชิงอาหารและข้าวของต่างๆ การฉวยโอกาสขูดรีดราคาอาหารหรือค่าเรือโดยสาร หรือแม้กระทั่งขโมยเรือซึ่งได้กลายเป็นแฟชั่นระบาดๆ หลายพื้นที่อย่างเช่นที่อยุธยา

         ภาพเหล่านี้กลับตาลปัตรกับภาพที่คนไทยเคยออกปากแสดงความชื่นชมมาแล้วคราวที่เห็นภาพชาวญี่ปุ่นซึ่งแม้จะระทมทุกข์จากแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิ แต่ยังมีวินัย รู้จักแบ่งปันและเสียสละ ยืนเข้าแถวยาวนับกิโลๆอย่างสงบและเพื่อเลือกซื้อสินค้าเท่าที่จำเป็น เพื่อให้คนอื่นมีโอกาสได้เลือกซื้อสินค้าจำเป็นบ้าง ยินยอมอยู่ในความมืดและหนาวเย็นเพื่อให้รัฐบาลได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจพยายามดับไฟที่โหมไหม้โรงไฟฟ้าปรมาณู โดยไม่คิดป่วนอารมณ์เหมือนกับคนไทยสิ้นคิดบางคน

         นพ.ทวี ตั้งเสรี รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ให้คำแนะนำที่ล้ำค่าว่าผู้ประสบภัยไม่ควรจะอยู่คนเดียว และไม่ควรเสพข่าวน้ำท่วมมากขึ้น ไม่เช่นนั้นจะยิ่งทำให้คิดฟุ้งซ่านและเครียดมากขึ้น  ทางที่ดีจะต้องหาเพื่อนคุย ไม่ควรอยู่เฉยๆ แต่ควรช่วยเหลือคนอื่นในชุมชน หรือดูแลคนแก่และเด็ก จะทำให้รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ามากขึ้น รวมถึงเป็นการใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ ไม่คิดฟุ้งซ่าน จะได้ไม่เครียด ที่สำคัญควรตั้งสติให้มั่น ไม่ทดท้อสิ้นหวังในชีวิตและเตรียมใจให้เข้มแข็งพร้อมจะสร้างอนาคตขึ้นมาใหม่หลังน้ำลดแล้ว