คอลัมนิสต์

อดทนฝ่าวิกฤติชาติ

อดทนฝ่าวิกฤติชาติ

13 ต.ค. 2554

อดทนฝ่าวิกฤติชาติ : บทบรรณาธิการ

           ในสภาวะของสถานการณ์ที่ความเห็นแก่ตัวเกิดขึ้นทั่วไป เพราะเมื่อต่างก็ประสบกับน้ำท่วมการเสียสละให้แก่คนอื่นย่อมน้อยลง ซึ่งเป็นธรรมดา และเป็นสัญชาตญาณของคนทั่วไปอยู่แล้ว แต่หากตั้งสติมองให้ครอบคลุม มองให้รอบด้าน ก็จะเห็นว่า การร่วมแรงร่วมใจกันเสียสละ สิ่งที่จะตอบแทนกลับมานั้น มันคุ้มค่า แม้ความเสียสละของคนเพียงคนหนึ่งจะไม่พอที่จะพลิกฟ้า คว่ำแผ่นดิน แต่หากร่วมใจกันทำ วิกฤติที่กำลังเกิดขึ้น ก็คงไม่สามรถทำลายได้

          นอกจากความเสียสละในยามวิกฤติแล้ว การตั้งสติ ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ ที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่จะต้องมองให้ออกว่า ปัจจุบันเรากำลังเผชิญหน้ากับอะไรอยู่ ทางเลือก ทางรอด อยู่ไหน หนทางที่จะไปนั้น ไปได้อย่างไร หรือมีใครที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ เอาทั้งเครื่องจักร กำลังคนเข้ามาเสริม สิ่งเหล่านี้คือหนทางที่จะทำให้รอดพ้นจากวิกฤติการณ์ที่เป็นอยู่ และไม่ได้รอดแต่เพียงผู้เดียว หากชุมชนเห็นไปในทิศทางเดียวกันแล้ว ความอยู่รอดก็จะเกิดขึ้นแก่คนทั้งหมด
         
 คุณูปการหนึ่งในยามวิกฤติก็คือ ความสมัครสมานสามัคคีทั้งของชุมชน และกับคนทั่วไป ถึงแม้จะขัดแย้งกับชุมชนอื่นอยู่บ้าง แต่ในชุมชนของตนนั้น ย่อมจะเกาะเกี่ยวแน่นแฟ้น แต่ให้พึงระลึกเสมอว่า ความแน่นแฟ้นเฉพาะชุมชนของตนเองนั้น ไม่อาจนำพาชีวิตให้รอดพ้นจากวิกฤติการณ์ขนาดใหญ่ เช่น ภาวะน้ำท่วมใหญที่กำลังประสบอยู่ในขณะนี้ได้เลยแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่จะนำพาให้อยู่รอดก็คือ ต้องสมัครสมาน และไม่ใช่เพียงแค่กับชุมชนข้างเคียง หากแต่รวมไปถึงคนทั้งชาติ เพราะวิกฤติครั้งนี้ครอบคลุมไปครึ่งประเทศแล้ว
         
          กรณีชาวบ้านที่ร้องถามคณะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ถามหาว่า ผบ.ทบ.คนไหน พร้อมกับถามถึงว่า ไม่เอาทหารจากราบ 11 มาด้วยหรือ แล้วไม่ได้รับการตอบโต้จาก พล.อ.ประยุทธ์ นับเป็นเหตุการณ์ตัวอย่างที่น่าสนใจ และถูกต้องแล้วที่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ตอบโต้อะไรออกไป เพราะหาไม่แล้วพล.อ.ประยุทธ์ ก็จะเป็นฝ่ายจุดชนวนความขัดแย้งให้บานปลายออกไป เพราะนั่นคือ ประชาชนคนหนึ่งที่อาจเจ็บช้ำจากความสูญเสียจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะนำกำลังทหารเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่แห่งนี้ที่ประสบภาวะน้ำท่วม ก็ไม่อาจพูดได้ว่า เอาความช่วยเหลือมาให้แล้วยังไม่สำนึก
         
          ความสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติที่เผชิญกับวิกฤติการณ์ร่วมกัน เมื่อรวมกับความอดทนอดกลั้นจากอีกฝ่ายหนึ่งที่ทุ่มเทแรงใจแรงกายเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย จะทำให้เยียวยาความรู้สึกเจ็บแค้น จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่ผ่านมา จุดนี้นักการเมืองทั้งหลายควรจะเอาไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติ ชี้นำ ให้มวลชนหรือฐานเสียงได้เข้าอกเข้าใจว่า การร่วมมือร่วมใจ และอดทนอดกลั้นกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นเพื่อแก้ไขวิกฤติของชาตินั้นอยู่เหนืออื่นใดทั้งปวง