คอลัมนิสต์

เสียงไม่เงียบของกลุ่มรากหญ้า

เสียงไม่เงียบของกลุ่มรากหญ้า

07 ต.ค. 2554

เสียงไม่เงียบของกลุ่มรากหญ้า : บทบรรณาธิการ

          ย่างเข้าสัปดาห์ที่ 4 แล้วที่พลังเงียบกลุ่มหนึ่งในสหรัฐซึ่งมีชื่อเรียกหลายชื่อด้วยกัน อาทิ กลุ่มยึดครองวอลล์สตรีทและกลุ่ม 99 เปอร์เซ็นต์ ได้ปักหลักยึดครองย่านวอลล์สตรีท ในมหานครนิวยอร์ก อันเป็นหัวใจหรือสัญลักษณ์ของระบบทุนนิยม ถึงแม้ว่าจุดประสงค์ของการรวมตัวครั้งนี้จะไม่ชัดเจน รวมทั้งไม่มีแกนนำที่เป็นตัวเป็นตนแม้ว่าจำนวนคนที่เข้าร่วมการชุมนุมจะเพิ่มเป็นหลายพันคนซึ่งล้วนแต่เป็นกลุ่มผู้ด้อยโอกาสในเมือง แต่เป้าหมายหลวมๆ ของการเคลื่อนไหวครั้งนี้ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากการลุกฮือของประชาชนในโลกอาหรับ ก็เพื่อต่อต้านความไม่เป็นธรรมในสังคม เมื่อรัฐบาลมุ่งดูแลแต่กลุ่มเศรษฐีผู้โลภมาก ซึ่งเป็นนายทุนใหญ่ของพรรคที่มีอยู่เพียง 1% เท่านั้น ถึงขนาดอัดฉีดเงินก้อนมหาศาลเข้าไปอุ้มสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ที่ใกล้ล้มละลายเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่ไม่เหลียวแลประชาชนอีก 99 เปอร์เซ็นต์ ปล่อยให้ต้องเผชิญความทุกข์ยากต่างๆ นานาจากวิกฤติเศรษฐกิจ จนไร้บ้าน ไร้โอกาสศึกษา ไร้งานทำ และไร้อำนาจต่อรอง

           ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกและคงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ชาวอเมริกันได้ชุมนุมตามเมืองใหญ่ๆ หลังจากเคยเดินขบวนประท้วงสงครามหรือเรียกร้องให้ร่วมกันอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาบ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษเนื่องจากเป็นขบวนการเคลื่อนไหวของประชาชนรากหญ้าที่แท้จริงผู้ซึ่งมีจุดยืนชัดเจนว่าเป็นการชุมนุมอย่างสงบไม่ใช้ความรุนแรง ทำให้การเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากสหภาพครู สภาศาสตราจารย์ สหภาพแรงงานขนส่ง ดาราดัง รวมทั้งจากนายจอร์จ โซรอส พ่อมดการเงินโลก และยังเป็นต้นแบบการชุมนุมในลักษณะเดียวกันนี้ตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศ ทั้งในบอสตัน ชิคาโก เดนเวอร์ ซีแอตเติล ลอสแองเจลิส และซานฟรานซิสโก          

          หลายคนอาจจะมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่วอลล์สตรีทเป็นเรื่องไกลตัว แต่หลายคนก็เตือนรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าควรเร่งศึกษาบทเรียนที่เกิดขึ้นที่วอลล์สตรีทให้ดีว่าต้องเร่งสร้างความเป็นธรรมขึ้นในสังคมและต้องฟังเสียงหรือความต้องการแท้จริงของกลุ่มรากหญ้า ไม่ควรนิ่งนอนใจเหมือนกับประธานาธิบดีบารัก โอบามา ผู้จุดกระแส "การเปลี่ยนแปลง" จนได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีผิวดำคนแรกของประเทศ ซึ่งยังนิ่งเฉยไม่ใส่ใจกับเสียงเรียกร้องของกลุ่มรากหญ้าที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมและทั่วทั้งระบบ ทั้งๆ ที่เป็นเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ และจะเป็นผู้ชี้ชะตาการเมืองของนายโอบามาช่วงที่จะสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 ในปลายปีหน้า ไม่เช่นนั้นก็อาจต้องสำนึกเสียใจในภายหลัง