คอลัมนิสต์

มติครม.อุ้ม'ปู'หนีตอบกระทู้

มติครม.อุ้ม'ปู'หนีตอบกระทู้

05 ต.ค. 2554

ใช้มติครม.ไม่ตอบกระทู้ ห่วงความมั่นคงรัฐ-รัฐบาล? : ขยายปมร้อน โดย สมถวิล เทพสวัสดิ์

         การประชุมวุฒิสภาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ประธานในที่ประชุม "พล.อ.ธีรเดช มีเพียร" ประธานวุฒิสภา ได้แจ้งต่อที่ประชุมเกี่ยวกับ "กระทู้ด่วน" เรื่องพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ และตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 261 ทวิ ที่มี "คำนูณ สิทธิสมาน" ส.ว.สรรหา เป็นผู้ตั้งคำถามต่อ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี

         ซึ่งเลื่อนมาจากการประชุมวุฒิสภาตั้งแต่วันที่ 13 กันยายนนั้น ล่าสุดทาง "สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี" ได้แจ้งต่อวุฒิสภาว่า เมื่อวันที่ 27 กันยายน "คณะรัฐมนตรี" มีมติไม่ขอตอบกระทู้ดังกล่าว เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรเปิดเผย เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน

         โดย "มติคณะรัฐมนตรี" อาศัยอำนาจตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 156 ที่ระบุว่า "สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ สมาชิกวุฒิสภาทุกคนมีสิทธิตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีในเรื่องใดเกี่ยวกับงานในหน้าที่ใด แต่รัฐมนตรีย่อมมีสิทธิที่จะไม่ตอบเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเรื่องนั้นยังไม่ควรเปิดเผย เพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน"

         สมาชิกในห้องประชุมได้ซักถามถึงความจำเป็นที่ทำให้ "นายกรัฐมนตรี" ถึงกับต้องใช้ "มติคณะรัฐมนตรี" เพื่อไม่มาตอบกระทู้ด่วนของวุฒิสภา แม้ว่าสามารถกระทำได้ เนื่องจากมีรัฐธรรมนูญรองรับ

         เพราะกระทู้ดังกล่าวได้เข้าสู่ที่ประชุมตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา และ "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" ได้มอบหมายให้ "พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก" รัฐมนตรีว่าการะทรวงการยุติธรรม เป็นผู้ตอบกระทู้แทน

         ต่อมาวันจันทร์ที่ 26 กันยายน "พล.ต.อ.ประชา" ได้มีหนังสือแจ้งต่อประธานวุฒิสภาว่า ไม่สามารถชี้แจงได้ เนื่องจากติดราชการที่ จ.เชียงราย

         แต่สัปดาห์ต่อมาคือวันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม "พล.อ.ธีรเดช" ได้แจ้งต่อที่ประชุมวุฒิสภาว่า เมื่อวันอังคารที่ 27 กันยายน คณะรัฐมนตรีมีมติไม่ขอตอบกระทู้ดังกล่าว เพราะเห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่ควรเปิดเผย เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน

         จึงเกิดคำถามในประโยคที่ว่ากระทู้ด่วน เรื่องพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ ซึ่ง "คณะรัฐมนตรี" เป็นผู้เสนอกฎหมาย

         และการพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ เป็นการดำเนินการในโอกาสสำคัญของบ้านเมืองหรือในโอกาสสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์และพระราชินี เช่น ในกรณีเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบ 60 ปี เป็นต้น

         ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สำคัญของแผ่นดินจนทำให้ "คณะรัฐมนตรี" ถึงกับต้องมีมติไม่มาตอบกระทู้ด่วนของสมาชิกวุฒิสภาในครั้งนี้

         แต่ถ้าเป็น "กระทู้ถาม" หรือ "กระทู้ด่วน" เกี่ยวกับเรื่องปัญหาเขตแดนไทย-กัมพูชา, ปัญหาการปราบปรามยาเสพติด, ปัญหาแรงงามข้ามชาติ, กองทัพบกเสนอสั่งซื้อเฮลิคอปเตอร์ และเรือดำน้ำ กระทู้เหล่านี้ต่างหากที่ "คณะรัฐมนตรี" อาจจะมีมติไม่มาตอบกระทู้ เพราะว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องความมั่นคงของชาติ ไม่ควรเปิดเผย และเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน
        
         แต่ที่ผ่านมากลับนำมาอภิปรายในสภากันอย่างกว้างขวาง ทั้งที่ "ผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน" บางประเทศก็ออกมาเปิดเผยว่า ทุกวันนี้ดูทีวีไทยติดตามข่าวสารบ้านเมืองของประเทศไทย

         ขนาดสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยังเคยให้สัมภาษณ์ว่า แม้แต่ในห้องนอนยังเปิดดูทีวีไทย

         เมื่อรู้ข้อเท็จจริงแบบนี้แล้วกระทู้แบบไหนที่รัฐบาลควรจะน่าเป็นห่วงกว่ากัน

         ที่สำคัญหากเกรงกลัวว่าจะมีการไปพาดพิงถึง "พระราชอำนาจ" ในเรื่องนี้ ก็ขึ้นอยู่กับ "ผู้ถาม" และ "ผู้ตอบ" จะใช้คำอย่างไร ในฐานะที่เป็นผู้ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองพูด

         และอย่าลืมว่าอำนาจอธิปไตยมี 3 อำนาจ คือ อำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจตุลาการ ซึ่งแต่ละองค์กรไม่มีใครมีอำนาจเหนือกัน

         โดยเฉพาะอำนาจบริหาร เพื่อให้การทำงานเกิดความโปร่งใส ก็ต้องสามารถตรวจสอบได้ เมื่อคิดและทำอะไร จนผู้คนเกิดข้อสงสัย มีการตั้งคำถามการ มาตอบคำถามก็ถือเป็นการแสดงความจริงใจและความโปร่งใสในการบริหารงาน ไม่มีนัยเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง หรือทำเพื่อพวกพ้องของตนเอง !

         ถ้าบริสุทธิ์ใจก็อย่ากลัวการตอบความจริง เพราะยิ่งปกปิดคนก็ยิ่งอยากรู้และต้องพยายามตรวจสอบเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง

         ที่สำคัญไม่เคยเห็นรัฐบาลจะอาศัย "มติคณะรัฐมนตรี" ในลักษณะนี้เพื่อปฏิเสธการไปตอบกระทู้ต่อฝ่ายนิติบัญญัติ แม้ว่า "ทำได้" แต่ทำแล้วอาจถูกตั้งข้อสังเกตและถูกตำหนิมากกว่าชื่นชม

         แต่หากมองอีกมุมหนึ่งก็น่าเห็นใจ เพราะใน "คณะรัฐมนตรี" ชุดนี้มี "มือกฎหมาย" ไม่มากนัก ที่ดูจะเชี่ยวชาญอ่านกฎหมายแตกฉานและตีความภาษากฎหมายให้คนฟังสับสนจนคล้อยตาม เห็นจะมี "ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง" รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลงานบริหารยุติธรรม

         ถ้าหารัฐมนตรีที่เหมาะสมไม่ได้ก็น่าจะส่ง "รองนายกฯ เหลิม" มาชี้แจงแทน รับรองตอบได้ฉลุย !