คอลัมนิสต์

ต้องรีบหยุดความขัดแย้ง

ต้องรีบหยุดความขัดแย้ง

04 ต.ค. 2554

ต้องรีบหยุดความขัดแย้ง : บทบรรณาธิการ

            ขณะที่นายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พยายามที่จะแสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ ความตระหนักต่อภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่กว่า 20 จังหวัดในขณะนี้ ด้วยการประชุมทางไกลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับผู้ว่าราชการจังหวัดที่กำลังประสบภาวะน้ำท่วม เพื่อสอบถามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และการให้ความช่วยเหลือ แต่การประชุมครั้งหลังสุดที่มีปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมชลประทาน ผู้ว่าฯ นนทบุรี ผู้ว่าฯ ปทุมธานี ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด และผู้ว่าฯ ยโสธร ดูเหมือนว่า สิ่งที่ได้กำชับไปยังห่างไกลกับสภาพที่เป็นจริงอยู่อีกมาก

             สภาวะน้ำท่วมในพื้นที่นั้น หลายแห่งจวนเจียนที่จะเกิดการเผชิญหน้าปะทะกันแล้ว หลายพื้นที่ อปพร.จำเป็นต้องติดอาวุธ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนที่เดือดร้อนจากน้ำท่วมขังอีกฝั่งหนึ่งเข้ามารื้อคันกั้นน้ำ ขณะที่ประชาชนอีกส่วนหนึ่งก็ประสบกับน้ำที่ทะลักมาอย่างรุนแรงและรวดเร็ว เนื่องจากประตูกั้นน้ำพังทลาย ท่ามกลางข่าวลือว่า ที่พังเพราะมีเบื้องลึกเบื้องหลัง

             แต่ที่หนักที่สุดก็คือ ความขัดแย้งระหว่าง ส.ส.พรรคเพื่อไทย กับผู้มีบารมีพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ไม่รู้จะมีพัฒนาการไปจนเกิดความแตกแยกระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ เพราะฝ่ายหนึ่งกล่าวหาว่า อีกฝ่ายไม่ยอมระบายน้ำไปที่แม่น้ำท่าจีน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่อยู่เหนือขึ้นไป ด้วยเหตุนี้ เมื่อนายกรัฐมนตรีประชุมทางไกลกับผู้ว่าฯ เสร็จ จึงได้เห็นภาพของนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาประชุมร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหรณ์ โดยที่นายบรรหารชี้แจงถึงกรณีที่ถูกพาดพิงว่า ไม่ให้กรมชลประทานระบายน้ำเข้าสุพรรณบุรี

             สภาพการณ์เช่นนี้ หากปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไปย่อมเป็นผลดีต่อความเป็นเอกภาพของรัฐบาล แต่ที่เหนืออื่นใดก็คือ ความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ก็คงจะจมไปกับสายน้ำกันไปหมด เพราะในที่ประชุมทางไกลกับผู้ว่าฯ หรือกรมชลประทาน นายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้ลงลึกไปถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เพียงแค่พูดถึงการเตือนภัยและการช่วยเหลือ แต่ภาวะใกล้เกิดสงครามระบายน้ำในพื้นที่นั้นไม่มีการพูดถึง

             จะเป็นเพราะกระทรวงเกษตรฯ นั้นมีนายธีระ วงศ์สมุทร จากพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นรัฐมนตรีว่าการ และมีนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นผู้มีบารมีในพรรค จนทำให้นายกรัฐมนตรีที่อาจจะเคารพนับถือนายบรรหารมากเป็นพิเศษ จึงทำให้ไม่กล้าที่จะลงลึกไปถึงแผนการระบายน้ำ แต่นายกรัฐมนตรีต้องคำนึงถึงว่า จะอธิบายเรื่องนี้กับประชาชนอย่างไร เพื่อให้เข้าใจถึงความอึดอัดที่เผชิญอยู่ ทางออกที่ดีทางหนึ่งก็คือ ในเมื่อนายบรรหารสนใจและศึกษาเรื่องนี้มาแต่ต้น ก็น่าจะเชิญมาเป็นประธานที่ปรึกษาในการระบายน้ำ ซึ่งเชื่อว่าทุกฝ่ายจะให้การยอมรับ ปัญหาความขัดแย้งก็น่าจะลดความรุนแรงลง และนายกรัฐมนตรีเองก็จะได้มีเวลาที่จะไปดูงานด้านอื่นมากขึ้น