คอลัมนิสต์

ใช้อารมณ์หรือวุฒิภาวะล่าแฮ็กเกอร์

ใช้อารมณ์หรือวุฒิภาวะล่าแฮ็กเกอร์

04 ต.ค. 2554

ใช้อารมณ์หรือวุฒิภาวะล่าแฮ็กเกอร์ : ขยายปมร้อน โดย ศรายุทธ สายคำมี

            จะว่าไปแล้วไม่ใช่เรื่องปกติเลยที่อยู่ดีๆ "ทวิตเตอร์" อันเป็นช่องทางการสื่อสารส่วนตัวของ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เอาไว้เขียนบอกกับคนทั่วโลก จะถูกเจาะเข้าระบบ พร้อมกับพิมพ์ข้อความที่ไม่เป็นผลดีต่อ นายกฯ ลงไปแทน

           จริงอยู่เรื่องนี้มันผิดกฎหมายคอมพิวเตอร์ เพราะถือว่าเป็นการละเมิดพื้นที่ส่วนตัว

           ถามว่า ใครจะสนล่ะ ?

           อย่างน้อยๆ คนที่เจาะเข้าไปยึดพื้นที่ส่วนตัวของ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ นั้นคนหนึ่งแน่ๆ ที่ไม่สน เพราะเมื่อเจาะเข้าไปได้ก็ทำการเปลี่ยนรหัสส่วนตัว จนทำให้ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ หรือทีมงาน ที่คอยทำงานให้ไม่สามารถเข้าถึงตรงนี้ได้

           เรื่องนี้มีส่วนที่น่าสนใจหลายอย่าง

           อย่างหนึ่งก็คือ ความฉับไวของกระทรวงไอซีที ที่หลังจากรู้ว่าถูกมือดีเจาะข้อมูลพร้อมกับยึดทวิตเตอร์ของ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ไปไม่นาน ก็ประกาศว่า รู้แล้วว่าเป็นใคร อยู่ที่ไหน แถมรู้ด้วยว่า ใช้ไอโฟน อีกต่างหาก

           ความมหัศจรรย์ตรงนี้ ทำเอาหลายคนอึ้ง ทึ่ง (แต่ไม่เสียว) เพราะนับแต่มีเจ้ากระทรวงคนใหม่ที่มาจากพรรคเพื่อไทย กระแสข่าวการเข้าปิด-ยึด จับกุมเว็บไซต์ที่มีข้อความหมิ่นพระมหากษัตริย์แทบไม่เคยได้ยินว่า เว็บไซต์เหล่านั้นมีอันเป็นไปเรียบร้อยแล้ว

           คำแก้ตัวที่ได้ยินบ่อยครั้งก็คือ ปิดแล้วก็เปิดใหม่ หรือไม่อย่างนั้นก็บอกว่า เว็บพวกนี้เปิดในต่างประเทศที่กฎหมายบ้านเรายังเอื้อมมือไปไม่ถึงที่จะลากคอคนเหล่านั้นมาลงโทษ

           แต่กับ "เฟซบุ๊ก" ที่คนโพสต์ข้อความยังนอนเกาพุงอยู่ในประเทศไทย กลับสนุกสนานกับการส่งข้อความย่ำยีหัวจิตหัวใจคนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยที่ยังไม่เห็นความกระตือรือร้นของ ไอซีที

           แต่เมื่อเกิดเหตุกับทวิตเตอร์ของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ความฉับไวกลับเกิดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

           ก็เอาเถอะ กรณีนี้อาจเป็นบรรทัดฐานให้แก่การทำงานของกระทรวงไอซีที ว่านับจากนี้ไป จะทำให้ทุกคนมีความเท่าเทียมกันอย่างไร ทำให้ทุกคนได้รับการดูแลอย่างเสมอภาคภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายที่บังคับใช้ได้อย่างไร...ตรงนี้ต่างหากที่ หน่วยงานของรัฐ ซึ่งในกรณีนี้คือ กระทรวงไอซีที จะต้องทำให้เป็นเรื่องเร่งด่วน

           ขณะเดียวกัน ก็ต้องไปพินิจพิเคราะห์ว่า เหตุใด คนที่เจาะระบบนี้ถึงเจาะเข้าไปเพียงเพื่อระบายข้อความซึ่งดูแล้วออกจะออกไปในทางคับข้องใจกับการทำงานของ ผู้หญิงที่ทำงานการเมืองเพียง 49 วัน ก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนนี้

           จริงอยู่ การควานหาตัวผู้ที่บังอาจเจาะเข้าทวิตเตอร์ของนายกฯ ก็เป็นเรื่องที่เร่งด่วน

           แต่คำถาม ข้อเรียกร้อง ปลุกเร้าให้ประชาชนได้ตาสว่างนั้นก็เป็นเรื่องเร่งด่วนสำหรับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ด้วยเช่นกันว่า มันจริงอย่างที่เขาว่าหรือไม่

           ไม่ว่าจะเป็นคำว่า เพื่อพวกพ้อง หลอกใช้ หาผลประโยชน์ สร้างภาพแก้น้ำท่วม

           เหล่านี้ คือสิ่งที่รัฐบาลจะต้องเร่งพิสูจน์ เร่งสร้างผลงาน แทนที่จะโกรธขึ้งกับถ้อยคำวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นเพียงอย่างเดียว

           ยิ่งลักษณ์ อาจเป็นนายกฯ ที่ใช้เวลาน้อยที่สุดในการทำงานด้านการเมือง แต่ยิ่งลักษณ์ ก็ไม่อาจแสดงให้เห็นว่า ระยะเวลาเพียงแค่นั้น ทำให้ วุฒิภาวะทางอารมณ์ แสดงออกมาได้เพียงแค่ไล่ล่าแล้วฟ้องหมิ่นประมาท

           เพราะหากทำเช่นนั้นก็ไม่ต่างจากที่ตำหนิติเตียนรัฐบาลที่แล้ว จากนั้นก็ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีดังที่นักการเมืองบางคนในพรรคเพื่อไทย ที่ในวันนี้ก็ยังต้องเดินขึ้นศาลอยู่ตามวาระที่มีการนัดหมาย

           จะว่าไปแล้ว นโยบายหลายอย่างที่ช่วงหาเสียงได้ประกาศเอาไว้ และพยายามถูลู่ถูกังให้เกิดขึ้นได้ในตอนนี้ โดยคำนวณถึงผลดีที่จะตามมาในอนาคตนั้น นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์หลายท่านก็ออกมาแสดงความเป็นห่วงว่า ใช้เงินที่มีอยู่และในอนาคต แต่กลับไม่ได้เห็นว่าจะตระเตรียมรับมือวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในอเมริกา และกำลังเขย่าขวัญประเทศในทวีปยุโรปในวันนี้

           ในขณะที่ภายในประเทศเองการเยียวยาผู้ประสบภัยจากภาวะน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นการให้ความช่วยเหลือด้านอาหาร ที่อยู่อาศัย รวมทั้งชดเชยพืชผลด้านเกษตรที่ได้รับความเสียหายก็ยังไม่ทั่วถึง และยังไม่ได้ทำในสิ่งที่ควรจะเป็น

           สิ่งที่พบเห็นกลับเป็นเรื่องของพี่ชายที่ดูจะเร่งด่วนฉับไว พร้อมกับการปฏิเสธที่จะชี้แจงกรณีที่ วุฒิสภาตั้งกระทู้ถามไถ่ถึงการขอพระราชทานอภัยโทษ โดยอ้างถึง รัฐธรรมนูญมาตรา 156 ที่ ว่าด้วยผลประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน ที่ให้สิทธิครม.มีมติ ไม่ชี้แจงกระทู้ได้ ทั้งที่เรื่องนี้ไม่รู้ว่า เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของแผ่นดินตรงไหน

           ข้อความในทวิตเตอร์ที่ถูกมือดีที่ทั่วไปเรียกว่า "แฮ็กเกอร์" เจาะระบบเข้าไปพิมพ์ข้อความนั้น นอกเหนือจากความโกรธแล้วจึงยังต้องมีสติที่มากพอจะทำความเข้าใจกับอารมณ์ "แฮ็กเกอร์" รายนี้

           คิดเสียว่า นี่อาจเป็นการสื่อสารโดยตรงไปยังนายกรัฐมนตรีที่ประชาชนนับล้านคนเข้าไม่ถึง แต่ "แฮ็กเกอร์" รายนี้ มีช่องทางที่รวดเร็วกว่าคนนับล้านเท่านั้นเอง
 
           ถ้าคิดได้แล้วก็ถามตัวเองดังๆ ว่า "จริงไหม ?"