
แก้ปัญหาน้ำอย่างยั่งยืน
แก้ปัญหาน้ำอย่างยั่งยืน : บทบรรณาธิการ
ศูนย์วิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง เสียงสะท้อนจากคนที่เป็นทุกข์เหยื่อภัยพิบัติน้ำท่วมต่อรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปใน 8 จังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม ได้แก่ เชียงใหม่ พิษณุโลก นครสวรรค์ อุตรดิตถ์ ชัยนาท ลพบุรี สุพรรณบุรี และปทุมธานี จำนวน 1,083 ตัวอย่าง พบว่า จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ประชาชนประเมินความพอใจให้เพียง 4.67 คะแนน โดยคนที่อยู่ติดถนนหลักให้ 4.76 คะแนนสูงกว่าคนที่อยู่ห่างไกลถนนหลักให้เพียง 4.52 คะแนน ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยบอกว่า เมื่อนำผลประเมินความพอใจของคนทั่วไปในประเทศเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ซึ่งอยู่ที่ 5.80 คะแนนมาพิจารณา ก็จะพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เพราะความพอใจของประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งนี้อยู่ที่ 4.67 เท่านั้น
ผลวิจัยครั้งนี้จะมองเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากความรู้สึกโดยรวมที่ไม่พอใจการทำงานของรัฐบาลในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข ทั้งๆ ที่รัฐบาลเองก็หาได้เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ไม่เอาใจใส่ให้ความช่วยเหลือเยียวยา หากแต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้น เป็นเพราะความช่วยเหลือที่ล่าช้า ไม่ทั่วถึง และเพียงพอ ตรงจุดนี้รัฐบาลจะต้องเร่งบูรณาการการแก้ปัญหาโดยด่วนที่สุด
เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปีนี้ พบว่าสถานการณ์ที่ทำท่าจะลุกลามไปสู่ปัญหาทางสังคมได้เริ่มปรากฏเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องความเหลื่อมล้ำในหมู่ประชาชนด้วยกันเอง อย่างที่ผลวิจัยชี้ว่า คนที่อยู่ติดถนนใหญ่จะเข้าถึงความช่วยเหลือได้ง่ายและมากกว่า เช่นเดียวกับกลุ่มคนที่อยู่ใกล้กับศูนย์อำนาจ นอกจากนี้หากพินิจพิจารณาการแก้ไขสถานการณ์ของแต่ละจังหวัดจะพบว่า ผู้บริหารท้องถิ่นเน้นป้องกันน้ำท่วมในเขตตัวเมืองซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจมากกว่า พื้นที่รอบนอกซึ่งเป็นเรือกสวนไร่นา เช่นนี้แล้ว ก็ยิ่งจะทำให้เกิดความรู้สึกว่ามี "ชนชั้น" มากยิ่งขึ้นในไม่ช้าไม่นาน ขณะเดียวกันผลพวงจากความพยายามสร้างเขื่อน พนัง และทำนบเพื่อเอาชนะธรรมชาติในหลายพื้นที่ได้ซ้ำเติมให้เกิดภาวะน้ำขังและเน่าเสียซ้ำเติมขึ้นมาอีก
ตัวอย่างดังกล่าวมานี้ นายกรัฐมนตรีจะต้องนั่งหัวโต๊ะประชุมและสั่งการทุกหน่วยงานให้เร่งบูรณาการแก้ไขปัญหาและเยียวยาชนิดหามรุ่งหามค่ำกันเลยทีเดียว เพื่อให้ได้แผนแม่บททั้งการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และแนวทางในระยะยาวต่อไป อาทิ การบริหารจัดการน้ำเหนือที่มากล้นอย่างเป็นธรรม มิใช่ว่าระบายออกพื้นที่นอกเมืองเช่นทุกปี ขณะที่การจ่ายเงินชดเชยแก่เจ้าของเรือกสวนไร่นาก็ต้องสมน้ำสมเนื้อกับผลเคราะห์กรรมที่พวกเขาต้องแบกรับแทนคนเมือง วางโครงการฟื้นฟูแก้มลิงในรูปแบบต่างๆ อย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นคู คลอง หนอง บึง เร่งรัดปลูกพืชทดแทนที่มีรากหยั่งลึกทั้งไม้ป่าและไม้ผลเพื่อป้องกันดินถล่ม เช่นนี้แล้ว ในไม่ช้ารัฐบาลก็จะสามารถเรียกความมั่นใจของประชาชนกลับคืนมา



