คอลัมนิสต์

ระเบิดบ่ทันแตกกับ"กระดูกอเมริกัน"

ระเบิดบ่ทันแตกกับ"กระดูกอเมริกัน"

30 ก.ย. 2554

ระเบิดบ่ทันแตกกับ"กระดูกอเมริกัน" : กระดานความคิด โดยแคน สาริกา

            ฤดูซีไรต์มาถึงแล้ว สมาคมวรรณกรรมแห่งอาเซียนได้เริ่มประกาศผลรางวัลภายในประเทศ ก่อนที่จะมีการมอบรางวัลในประเทศไทยประมาณปลายเดือนพฤศจิกายนศกนี้

             เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว สมาคมนักประพันธ์ลาว ได้จัดการแถลงข่าวผลการตัดสินรางวัลซีไรต์ ที่ห้องประชุมกระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรมและกีฬา โดยคณะกรรมการพิจารณาตัดสินให้เรื่องสั้น "กระดูกอเมริกัน" ของ บุนทะนอง ชมไชผน ได้รับรางวัลซีไรต์ประจำปี 2011

             คณะกรรมการให้เหตุผลว่า "ความโดดเด่นของบทประพันธ์ส่องแสงให้เห็นการปฏิบัติแนวทางนโยบายสันติภาพ ธาตุแท้ของความเป็นลาว สะท้อนให้เห็นผลร้ายของสงครามจากการทำลายล้าง ทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องได้รับเคราะห์ร้ายล้มตาย และบาดเจ็บเป็นผู้พิการในทุกวันนี้ และในอนาคต"

             จะว่าไปแล้ว นักเขียนลาวคนนี้ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับแวดวงวรรณกรรมไทย บุนทะนอง ชมไชผน เคยมีผลงานตีพิมพ์เป็นเล่มมาแล้ว โดยสำนักพิมพ์บ้านหนังสือ จัดพิมพ์รวมเรื่องสั้นกระดูกอเมริกัน เมื่อปี 2534

             เรื่องสั้นกระดูกอเมริกัน บุนทะนองได้ให้ "บุดตาแก้ว" ตัวเอกของเรื่องเป็นตัวแทนคนลาวผู้เสียเสียในสงคราม ซึ่งบุดตาแก้วได้นำผู้เชี่ยวชาญค้นหากระดูก 12 คนจากสหรัฐ ไปดำเนินการขุดค้นหากระดูกนักบินกองทัพอากาศสหรัฐ ที่ถูกยิงตกในแผ่นดินลาวใต้ และมันเป็นการทำงานท่ามกลางความขัดแย้งลึกๆ ในใจหนุ่มลาว เนื่องจากเขาสูญเสียพ่อแม่ เพราะการทิ้งระเบิดถล่มหมู่บ้านของป้อมบิน บี 52

             ผลพวงแห่งสงครามอันโหดร้าย รัฐบาลลาวได้จัดตั้ง "องค์การเก็บกู้ระเบิดแห่งชาติลาว" ขึ้นมาในปี 1996 และจนถึงปัจจุบัน องค์การดังกล่าวเก็บกู้ "ระเบิดบ่ทันแตก" และได้ทำลายไปแล้วมากกว่า 1 ล้านลูก

             รายงานจากองค์การเก็บกู้ระเบิดแห่งชาติลาวระบุว่า ผลที่ได้จากการเก็บกู้ระเบิดตลอดช่วง 15-16 ปีมานี้ คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1% ของพื้นที่ ที่มีระเบิดบ่ทันแตกตกค้างอยู่ในลาวเท่านั้น

             มีข้อมูลลับของทางสหรัฐ ในช่วงปี 1964-1973 เครื่องบินบี 52 ของสหรัฐ จำนวน 580,000 กว่าเที่ยว ได้ทิ้งระเบิดลงสู่แผ่นดินลาวตั้งแต่ภาคเหนือจรดภาคใต้ คิดเป็นน้ำหนักรวมมากกว่า 2 ล้านตัน หรือคิดเป็นจำนวนลูกระเบิดได้ถึง 270 ล้านลูก

             จากการสำรวจโดยองค์การเก็บกู้ระเบิดพบว่า ในจำนวนระเบิดทั้งหมด 270 ล้านลูก มีอยู่ประมาณ 30% ที่บ่ทันแตก และยังตกค้างอยู่ในแผ่นดินลาวเป็นบริเวณกว้างถึง 87,000 ตารางกิโลเมตร หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของเนื้อที่ทั้งหมดของลาว และส่งผลกระทบต่อการทำกินของประชาชนลาวในเขต 14 แขวง จากทั้งหมด 17 แขวงของลาว

             ปลายปีที่แล้ว พล.ท.ดวงใจ พิจิด รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงป้องกันประเทศลาว ในฐานะประธานคณะกรรมการเก็บกู้ระเบิดแห่งชาติลาว ได้แถลงต่อที่ประชุมการเก็บกู้ระเบิดบ่ทันแตกว่า

             "เริ่มแต่ปี 1964 เป็นต้นมา เด็กน้อยที่บ่รู้เดียงสาและประชาชนลาวบรรดาเผ่าได้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากระเบิดบ่ทันแตกแล้วจำนวนหลายกว่า 5 หมื่นคน โดยในแต่ละปีก็จะมีเด็กน้อยและผู้ใหญ่ 300 คนได้เสียชีวิตและบาดเจ็บ"

             จากเรื่องจริงของระเบิดบ่ทันแตก และเรื่องสั้นของบุนทะนอง ที่เขียนขึ้นจากเค้าโครงเรื่องจริงของขบวนการขุดค้นกระดูกอเมริกันกลับบ้าน บอกให้เรารู้ว่ากว่าจะได้สันติภาพ เราก็ต้องสูญเสียอย่างมหาศาลในสงครามตัณหาของผู้มีอำนาจ

             เรื่องของระเบิดบ่ทันแตกกับกระดูกอเมริกัน จึงสมควรได้รับการส่งเสริมให้เป็นบทศึกษาว่าด้วยสงครามและสันติภาพ