อสส.ไม่ฏีกาคดีหญิงอ้อยืนตามศาล
จุลสิงห์ วสันต์สิงห์"ผมยึดคำพิพากษาศาลอุทธรณ์" : ขยายปมร้อน โดย ปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย สมถวิล เทพสวัสดิ์
เห็น "จุลสิงห์ วสันต์สิงห์" อัยการสูงสุด ให้สัมภาษณ์ตอบข้อซักถามสื่อมวลชนหลังจากมารับหนังสือขอสำเนาเอกสารคดีภาษีหุ้นชินคอร์ป หลังจากอัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฎีกาคดีการหลีกเลี่ยงภาษีหุ้น บริษัทชิน คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 546 ล้านบาท จาก "ถาวร เสนเนียม" รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คณะทำงานด้านยุติธรรม และคณะ
ต้องเรียกว่าเป็นการ "ก้าวเท้าผิด" ที่ตัดสินใจลงมารับหนังสือดังกล่าวด้วยตัวเอง!
ด้วยความที่ "จุลสิงห์" และ "ถาวร" ถือเป็น "อัยการ" เคยทำงานร่วมกันมาก่อนอยากให้ "เกียรติ" จึงตัดสินใจลงมารับหนังสือด้วยตัวเอง ประกอบกับการเดินทางมาของ "ถาวร" และคณะมาก่อนเวลาเดิมนัดไว้เวลา 11.00 น. แต่มาถึงก่อนเวลา 10.30 น. เป็นเวลาที่ "จุลสิงห์" สะดวกจึงลงมารับหนังสือด้วยตัวเอง
บรรยากาศของการรับมอบหนังสือเป็นไปอย่างชื่นมื่นยิ้มแย้มแจ่มใสทั้งคนรับและคนมอบ ฝ่ายของ "อัยการสูงสุด" ก็มี "จุลสิงห์" และทีมงาน ขณะที่ "พรรคประชาธิปัตย์" นำโดย "ถาวร" พร้อมคณะ ก็ทำพิธีรับมอบหนังสือท่ามกลางสื่อมวลชนกลุ่มใหญ่ เพราะนอกจากจะมีสื่อประจำกระทรวงยุติธรรมแล้วยังมีสื่อประจำพรรคประชาธิปัตย์บางส่วนติดตามไปทำข่าวในครั้งนี้ด้วย
หลังเสร็จสิ้นพิธีรับมอบหนังสือของ "ฝ่ายค้าน" สื่อมวลชนก็เริ่มซักถาม "จุลสิงห์" ถึงสาเหตุที่ "อัยการสูงสุด" มีคำสั่งไม่ฎีกาคดีการหลีกเลี่ยงภาษีหุ้น บริษัทชิน คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 546 ล้านบาท
ที่บอกตั้งแต่ต้นว่าการตัดสินใจลงมารับหนังสือครั้งนี้อาจเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด เนื่องจากคำถามสื่อมวลชนที่ซัก "จุลสิงห์" แต่ละประเด็นจัดหนักชนิดทีมงานอัยการสูงสุดที่แรกเริ่มมีท่าทียิ้มแย้มแจ่มใสถึงกับ "ชักสีหน้า"
ขนาดสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่เดินทางไปด้วยนั่งฟังคำถามที่สื่อซัก "จุลสิงห์" แรกๆ ก็ยังอมยิ้มแต่สักพักเมื่อสื่อซักถามหนักขึ้นเรื่อยๆ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์บางคนถึงกับยกน้ำขึ้นจิบเหมือนคอแห้ง
ที่สำคัญการมารับหนังสือครั้งนี้ "จุลสิงห์" ไม่ได้เตรียมข้อมูลมาเพื่อตอบคำถามสื่อมวลชน ขณะที่ "สื่อมวลชน" ต่างก็รอคำตอบพยายามติดต่อขอสัมภาษณ์ "จุลสิงห์" เมื่อลงมารับเอกสารช่างเป็นโอกาสของสื่อที่อยากถามถึงสาเหตุที่อัยการสูงสุดไม่ฎีกาคดีเลี่ยงภาษีหุ้นชินฯ พอดี
ซึ่ง "จุลสิงห์" ได้ชี้แจงว่า ความเห็นทางกฎหมายเหมือนกันไม่ได้ เพราะแต่ละคนมีความคิดที่อาจจะแตกต่างกัน ความไม่เข้าใจกันหากคุยกันเรื่องร้ายจะเป็นดี เป็นความปรองดองในระดับชาติ คาดว่าในสัปดาห์หน้าจะเป็นจุดที่เหมาะสมในการชี้แจงทำความเข้าใจ โดยในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ คณะกรรมการองค์กรอิสระของวุฒิสภา เชิญผมไปให้เหตุผลว่าเหตุผลที่สั่งไม่ฎีกาในคดีสำคัญอย่างนี้ โดยภายหลังการเข้าชี้แจงต่อวุฒิสภาจะเร่งการตอบหนังสือของพรรคประชาธิปัตย์ที่ยื่นมา
จากนั้นก็เป็นคำถาม "จัดหนัก" ที่ทำให้ทีมอัยการสูงสุดและทีมพรรคประชาธิปัตย์เริ่มอึดอัด
- เมื่อความเห็นทางกฎหมายแตกต่างกันได้ เหตุใดคดีนี้จึงไม่ให้ศาลฎีกาตัดสิน แต่กลับตัดสินเรื่องนี้แทนศาลฎีกา ?
- ให้ความมั่นใจกับสังคมได้หรือไม่ว่ารัฐธรรมนูญที่ให้ความเป็นอิสระแก่อัยการได้ใช้อำนาจเพื่อส่วนรวมไม่ใช่ปกป้องใคร ?
- ถ้าคดีนี้จำเลยไม่ใช่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร จะตัดสินคดีในลักษณะนี้หรือไม่ ?
- สิ่งที่ตัดสินใจเป็นการทำลายศรัทธาประชาชนที่มีต่อองค์กรอัยการหรือไม่ ?
- การสั่งไม่ฎีกาคดีภาษีหุ้นคาบเกี่ยวกับการสั่งไม่ฟ้องนายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ คดีปราสาทพระวิหาร จึงถูกมองว่าอัยการเปลี่ยนไปตามการเมือง ?
แต่ละคำถามส่วนใหญ่ "ขยี้หัวใจ" คนตอบโดยเฉพาะคำถามที่รุกหนัก เพราะอยากฟังรายละเอียดของคำสั่งที่อัยการสูงสุดตัดสินไม่ฎีกาคดี
ช่วงหนึ่งของการตอบคำถาม "จุลสิงห์" ถึงกับบอกว่า "หน่วยงานที่ได้รับการรับรองความเป็นอิสระตามรัฐธรรมนูญ คือ ศาลกับอัยการ ทำไมจึงไม่สงสัยศาลอุทธรณ์บ้าง กล้าถามหรือไม่ว่าทำไมศาลอุทธรณ์ตัดสินไม่ถูกต้อง มีใครกล้าพูดบ้าง แต่ทำไมพูดถึงแต่อัยการ ผมอ่านและยึดคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นหลักและก็เห็นพ้องด้วย หลังวันที่ 5 ตุลาคม ผมจะอ่านคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ให้ฟัง คำพิพากษาวางหลักกฎหมายได้ดีที่สุดแล้ว เพราะฉะนั้นเมื่ออ่านคำวินิจฉัยศาลอุทธรณ์แล้วหักล้างเหตุผลของศาลชั้นต้น ก็เป็นสิ่งที่อัยการจะฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ เหตุผลที่นำมาพิจารณาไม่มีอะไรที่นอกสำนวน แค่เปิดคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ แล้วพิจารณาว่า พอใจเหตุผลของศาลอุทธรณ์ที่ตัดสินหรือไม่”
สรุปให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ไม่ฎีกาคดีภาษีหุ้นชินฯ เพราะยึดคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นหลัก เมื่ออ่านคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์แล้วหักล้างเหตุผลศาลชั้นต้น เมื่อพิจารณาแล้วอัยการสูงสุด "เห็นพ้อง" จึงมีคำสั่งไม่ฎีกา
งานนี้ต้องชมว่า "อัยการ" กล้าใช้ "ดุลพินิจ" แม้จะสวนกระแสความรู้สึกของสังคม เพราะปกติหน่วยงานราชการจะสู้ยันป้าย แต่ทำไมคดีนี้ไม่ทำ
อดใจรอคำชี้แจงหลัง 5 ตุลาคมนี้!



