คอลัมนิสต์

'1เดือนปู'การเมืองเหนือบ้านเมือง?

'1เดือนปู'การเมืองเหนือบ้านเมือง?

28 ก.ย. 2554

"1เดือนยิ่งลักษณ์"การเมืองเหนือบ้านเมือง ? : ขยายปมร้อน โดย สมถวิล เทพสวัสดิ์

           เริ่มมีเสียงจาก "กูรู" วิพากษ์วิจารณ์นโยบายรัฐบาล พร้อมแสดงความห่วงใยการดำเนินนโยบายบางโครงการหากยังเดินหน้าตามแนวนโยบายอาจทำให้ประเทศไทยเกิดความเสียหาย

            โดยเฉพาะ "โครงการรับจำนำข้าว" นอกจากมีตัวแทน "เครือข่ายชาวนา" ในฐานะ "ผู้ผลิต" ที่เริ่มออกมาเคลื่อนไหว เนื่องจากแหล่งผลิต "นาข้าว" ได้รับผลกระทบจาก "อุทกภัย" ในหลายพื้นที่ จึงพากันหวั่นเกรงว่าเมื่อถึงวันที่เริ่มโครงการรับจำนำข้าวในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ ชาวนาอาจไม่มีข้าวไปเข้าโครงการ

            ทำให้หลายฝ่ายพากันตั้งข้อสังเกตว่าแท้จริงแล้ว "โครงการรับจำนำข้าว" ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงเป็น "ชาวนา" หรือ "พ่อค้าโรงสี" กันแน่ !

            เพราะช่วงที่มีการเลือกตั้งถึงกับมีข่าวลือในบางพื้นที่ว่ามีกลุ่มพ่อค้าโรงสีให้การสนับสนุนผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย เพราะชอบอกชอบใจนโยบายรับจำนำข้าวมากกว่า "นโยบายประกันราคาข้าว" ของพรรคประชาธิปัตย์

            นอกจากเสียงของ "ผู้ผลิต" แล้วยังมีเสียงของ "กูรู" ด้านเศรษฐกิจสองคน คือ "หม่อมอุ๋ย" ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ รวมทั้งอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาล เพราะจะทำให้รัฐบาลต้องขาดทุน กรณีตลาดราคาข้าวเกวียนละ 1 หมื่นบาท แต่รัฐบาลออกมารับจำนำ 1.5 หมื่นบาท หากระยะยาวประเทศจะเสียหาย

            แต่ถูก "นายกรัฐมนตรี" ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และทีมงานต่างออกมาตอบโต้กันชุดใหญ่

            เรื่องเหล่านี้ถือเป็นปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ "ปัญหาเฉพาะหน้า" ที่รัฐบาลควรเอาใจใส่และสนใจมากเป็นกรณีพิเศษ คือ ปัญหาน้ำท่วมในหลายจังหวัด ที่สำคัญได้สร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นแก่ประชาชน เพราะไม่พอใจการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการระบายของเจ้าหน้าที่รัฐ

            โดยเฉพาะขณะนี้มีถึง 23 จังหวัดที่กำลังเจอกับปัญหาน้ำท่วมอย่างหนัก ราษฎรกว่า 2 ล้านคนได้รับความเดือดร้อน มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 166 ราย พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 6 ล้านไร่ นอกจากนี้ยังมี สัตว์เลี้ยง และเส้นทางสัญจรอีกหลายสายได้รับผลกระทบ รวมทั้งยังมีพื้นที่อีกหลายจังหวัดที่อยู่ระหว่างการเฝ้าระวังปริมาณน้ำที่มีแนวโน้มสูงขึ้น

            สำหรับการช่วยเหลือของภาครัฐไม่คึกคักเท่าที่ควร แม้ว่า "นายกรัฐมนตรี" ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะมีวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ไปถึง "ผู้ว่าราชการจังหวัด" ที่ประสบภัยน้ำท่วมทุกวันวันละ 30 นาที ก็ตาม แต่การลงพื้นที่หรือส่งรัฐมนตรีลงไปน่าจะได้ใจมากกว่า

            ครบรอบ 1 เดือนของการทำหน้าที่ "ฝ่ายบริหาร" ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ดูเหมือนปัญหารุมล้อมมากมายที่รอการแก้ไข แต่ทำไมคราวข่าวที่ถูกตีแผ่ตามสื่อมวลชนสู่สายตาของประชาชนกลับมีแต่เรื่องแก้ปัญหา "การเมือง" มากกว่าปัญหา "บ้านเมือง"

            ตั้งแต่ข่าวเรื่องการไม่ขออุทธรณ์บางคดีที่เกี่ยวโยงกับตระกูลชินวัตร ทั้งที่เป็นผลประโยชน์ของประเทศ สุดท้ายก็ทำให้ "จำเลย" ได้รับประโยชน์ขณะที่ประเทศชาติเสียหาย

            เรื่องการโยกย้าย เพื่อจัดแถวข้าราชการในหลายกระทรวง ส่งผลให้ "ข้าราชการ" บางตำแหน่งได้รับผลกระทบจนต้องมีการฟ้องร้อง "นายกรัฐมนตรี" เพื่อรักษาศักดิ์ศรีความเป็นข้าราชการ

            หรือแม้กระทั่งการเดินหน้าทำเรื่องที่สวนกระแสสังคม ที่ถูกมองว่าเอื้อประโยชน์ให้แก่ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศที่มี "ดร.ปึ้ง" สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เป็นเจ้ากระทรวง

            รวมถึงการปรับเปลี่ยนตัว "คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา" (เจบีซี) ระหว่างที่กำลังมีปัญหาเรื่องเขตแดนไทย-กัมพูชา

            ปัญหาบ้านเมืองมีหลายเรื่องที่รัฐบาลพยายามแก้ไข เมื่อมีเสียงสะท้อนจาก "กูรู" ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้มีประสบการณ์ผ่านงานด้านการบริหารมาก่อน แต่รัฐบาลก็ตอบโต้ทันทีทั้งที่ควรเปิดรับฟัง

            เพราะนโยบายรัฐบาลหลายเรื่องที่ทำอยู่ในขณะนี้ต่างรู้กันดีว่ามีบางเรื่อง "คนคิดไม่ได้เข้าบริหาร" แต่คนทำไม่ได้ร่วมคิดจึงอาจถูก-ผิดกันได้

            เข้าใจว่ารัฐบาลชุดนี้ "รัฐมนตรี" ส่วนใหญ่เป็น "มือสำรอง" เพราะตัวจริงถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง

            แต่ในภาวะประเทศวิกฤติการบริหารบ้านเมืองก็ต้องหา "มืออาชีพ" มาทำงาน หากหาไม่ได้ก็ขอให้ "ฟังมืออาชีพ" ทักท้วงบ้าง อย่ากลัวเสียหน้า!