คอลัมนิสต์

ไม่เด็ดขาดชาวบ้านก็รับกรรม

ไม่เด็ดขาดชาวบ้านก็รับกรรม

27 ก.ย. 2554

ไม่เด็ดขาดชาวบ้านก็รับกรรม : บทบรรณาธิการ

         สถานการณ์น้ำท่วมปีนี้สร้างความลำบากให้แก่พี่น้องประชาชนไปทั่วทุกหย่อมหญ้า เริ่มตั้งแต่ภาคเหนือ ไล่ลงมาจนถึงปากอ่าวไทย กว่า 20 จังหวัด ล้วนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และขังไว้เป็นเวลายาวนาน ไร่-นายับเยินไปแล้วนับแสนไร่ ทรัพย์สินเงินทองสูญหายไปกับสายน้ำอีกนับไม่ถ้วน เทียบกับปีก่อนหรือหลายปีก่อนแล้ว น้ำท่วมปีนี้นับว่ารุนแรงและยาวนานเป็นประวัติการณ์เลยทีเดียว

          นอกจากความช่วยเหลือเยียวยาทั้งในด้านทรัพย์สินเงินทอง อาหาร และเครื่องใช้จำเป็นแล้ว สภาพจิตใจของผู้ประสบภัยในครั้งนี้ต่างก็อยู่ในสภาพย่ำแย่ คนแก่คนเฒ่าที่สูงวัย เป็นกลุ่มคนที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด รองลงมาก็คือกลุ่มที่เป็นผู้นำครอบครัว ซึ่งปกติสภาพเศรษฐกิจก็บีบรัดอยู่แล้ว เมื่อมาพบกับสภาพน้ำท่วมเช่นนี้ก็ยิ่งกดดันมากยิ่งขึ้น นับจากนี้ไปภาพของกลุ่มชายฉกรรจ์บุกเข้าไปรื้อ-พังกระสอบทรายที่กั้นน้ำจากฝั่งหนึ่งไม่ให้ไหลไปยังอีกฝั่งจะเป็นภาพที่เกิดขึ้นจนชินตา ในขณะที่กลุ่มชายฉกรรจ์จากอีกฟากก็จะค่อยๆ เดินเข้าไปเผชิญหน้า

          น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะทำอย่างไรกับปัญหาลักษณะนี้ที่น่าเชื่อว่ามีอยู่ครึ่งค่อนประเทศ สภาพที่คนกลุ่มหนึ่งแบกทุกข์แต่เพื่อนร่วมชาติอีกกลุ่มกลับไม่ได้แบ่งเบาไปบ้างเลย กรณีการระบายน้ำของ 3 จังหวัดคือ ชัยนาท นครสวรรค์ และสุพรรณบุรี คือตัวอย่างที่นายกฯ ควรจะให้รายละเอียดมากกว่าจะพูดผ่านๆ ว่า เรื่องรายละเอียดได้สั่งการให้ รมว.เกษตรและสหกรณ์ไปตรวจสอบแล้ว เพราะถึงวันนี้มันต้องกำหนดได้ว่า ปัญหานี้จะแก้อย่างไร เสร็จสิ้นลงเมื่อใด และที่สำคัญแผนต้องชัดเจนแล้วว่า ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำนั้น มีคำอธิบายง่ายๆ สั้นๆ ให้ชาวบ้านเข้าใจได้อย่างไร

          ถ้าหากว่าในวันนี้ รัฐบาลกล่าวได้เพียงว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะรัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้แก้ปัญหาอย่างบูรณาการ แล้วเลือกที่จะเดินไปแจกถุงยังชีพแต่เพียงอย่างเดียวก็สามารถทำได้ หรือจะโยนไปที่กรมชลประทานที่สังกัดกระทรวงเกษตรฯ ที่มีรัฐมนตรีจากพรรคชาติไทย เหมือนกับจะบอกว่า ตรงนั้นคืออุปสรรคเพียงแค่นั้นก็ย่อมไม่น่าจะใช่วิสัยของผู้ที่เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะในวิกฤติ นายกฯ ควรจะเรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วถ่ายทอดสดให้ประชาชนได้รับรู้ว่า การแก้ปัญหาคืออย่างไร เมื่อใด และใครคืออุปสรรค

          หากยังขืนชักช้าเกรงใจพรรคร่วม ไม่กล้าที่จะใช้อำนาจนายกฯ คนที่รับกรรมก็ย่อมเป็นชาวบ้านที่วันนี้น้ำขังจนเน่าไปแล้วหลายพื้นที่ ในขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาก็เตือนมาแล้วว่า พายุฝนลูกใหม่ก็กำลังจะเข้ามาอีกครั้ง โดยที่สภาพเขื่อน 24 แห่งครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ กลาง อีสาน และตะวันออกนั้น กรมชลประทานก็แจ้งมาแล้วว่าน้ำในเขื่อนมีปริมาตรเกิน 80% เฉพาะเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาตรน้ำมากถึง 132% ไม่มีเหตุใดๆ ที่จะรออีกต่อไปแล้ว