คอลัมนิสต์

ความเห็นจากผู้นำฝ่ายค้าน

ความเห็นจากผู้นำฝ่ายค้าน

26 ก.ย. 2554

ความเห็นจากผู้นำฝ่ายค้าน : บทบรรณาธิการ

          ภาพนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เข้าหารือกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับมาตรการรับจำนำข้าว และช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ถือเป็นนิมิตหมายหนึ่งถึงความพยายามของทุกฝ่ายในอันที่จะบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของราษฎร โดยไม่จำเป็นต้องใส่หัวโขน สวมบทบาททางการเมืองเข้าหากันอยู่ตลอดเวลา อันจะนำไปสู่การทำงานเพื่อแก้ไขเยียวยาให้แก่ประชาชนในด้านอื่นๆ ในลำดับต่อๆ ไปด้วย

          ผู้นำฝ่ายค้านได้เสนอแนะนายกรัฐมนตรีให้ใช้ความระมัดระวังเกี่ยวกับมาตรการรับจำนำข้าว เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมขยายวงออกไปครึ่งค่อนประเทศแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลาง ซึ่งถือเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น พิจิตร นครสวรรค์ สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ปทุมธานี ซึ่งเป็นน่าหวั่นเกรงว่า เมื่อผลผลิตของเกษตรกรจมน้ำไปหมดสิ้นแล้ว อาจทำให้เกิดการสวมสิทธิ์นำข้าวเปลือกจากที่อื่นมาเข้าร่วมโครงการก็เป็นได้

           อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ได้นำเสนอนโยบายประกันรายได้ แทนนโยบายรับจำนำข้าวของพรรคเพื่อไทยของนายกฯยิ่งลักษณ์ ถ้าหากยังสวมหัวโขนการเมืองกันอยู่ก็อาจมองไปได้ว่า นายอภิสิทธิ์อาจนำเสนอความเห็นเพื่อเย้ยหยันพรรคเพื่อไทยมากกว่า แต่ถ้าหากก้าวข้าม "การเมือง" ในบริบทเดิมๆ เสียได้แล้ว ก็น่าที่นายกรัฐมนตรีจะนำความเห็นของผู้นำฝ่ายค้านไปประกอบการดำเนินนโยบายเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่กำลังตกทุกข์ได้ยากเลือดตาแทบกระเด็นอย่างถ้วนหน้า และเป็นธรรม

           ทั้งนี้ รัฐบาลจำเป็นต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่า ทุกนโยบายย่อมมีช่องโหว่ให้พวกหัวใสหาประโยชน์ได้อยู่เสมอๆ ดังเคยมีตัวอย่างการดำเนินนโยบายรับจำนำข้าวเปลือกของหลายรัฐบาลที่ผ่านมาว่าไม่ได้ช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างแท้จริง หากผลประโยชน์กลับไปตกกับพ่อค้า เพราะข้าวเปลือกได้หลุดจากมือชาวนาไปแล้ว ในฤดูการผลิตปีนี้ก็เช่นเดียวกัน ที่สามารถแลเห็นด้วยตาเปล่าได้ว่า นาข้าวเสียหายยับเยินเช่นนี้แล้ว รัฐบาลเองก็อาจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรให้เหมาะสมตามสถานการณ์ด้วย

          ในสถานการณ์บ้านเมืองที่เรียกว่า ยังไม่สามารถคืนความปกติสุขให้แก่สังคมได้ ซ้ำยังเกิดเหตุภัยพิบัติ เสมือนทุกข์ซ้ำกรรมซัดเช่นนี้ ถ้าหากทุกฝ่ายจะใช้ความจริงใจ หันหน้าเข้าหากันร่วมกันแก้ไขปัญหา เชื่อว่าจะสามารถเอาชนะได้ทุกเรื่องราว มิใช่ว่า ตั้งหน้าตั้งตาจะทำงานการเมืองเพียงเพื่ออำนวยประโยชน์ให้แก่คนบางคนหรือพวกพ้องตัวเองเท่านั้น ถ้าหากทุกฝ่ายหันกลับมาเอาใจใส่ราษฎร ละวางจากบทบาท "เล่นการเมือง" สักระยะหนึ่ง ก็จะพบสัจธรรมข้อที่ว่า การขลุกอยู่กับการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนนั้น มีแต่จะนำมาซึ่งความสงบสุขของชาติบ้านเมือง