คอลัมนิสต์

โผทหารลงตัวที่ดูไบ'เสถียร'ปลัดกห.

โผทหารลงตัวที่ดูไบ'เสถียร'ปลัดกห.

26 ก.ย. 2554

โผทหารลงตัวที่ดูไบ พล.อ.เสถียร นั่งปลัดกห. : ตะลุยกองทัพ โดย ทีมข่าวความมั่นคง

            ในที่สุดการจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปี 2554 ก็ลงตัวแบบไร้ปัญหา แม้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะนำไป “ดองเค็ม” ไว้อยู่นานเป็นสัปดาห์ก็ตาม จนกระทั่งลือกันหนาหูว่าอาจจะมี “บิ๊กเซอร์ไพรส์” ด้วยการปรับย้าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ไปพร้อมกับการเกษียณอายุราชการของ พล.อ.กิตติพงษ์? เกษโกวิท ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ

                จนทำให้เหล่าบรรดาผู้บังคับกองพัน และหน่วยกำลังหลักในพื้นที่ กทม.? เกิดความอึดอัดใจกับการ “ดองเค็ม” บัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารในครั้งนี้ เพราะประวัติศาสตร์ไม่เคยมีในลักษณะเช่นนี้ และยิ่งสำคัญการเคลื่อนย้ายรถถังในช่วงที่ผ่านมา ก็เป็นอีกหนึ่งจุดความสนใจว่าอาจจะคล้องจองว่ากองทัพเตรียมที่จะ “ปฏิวัติ-รัฐประหาร” เพราะเกิดความอึดอัดใจ โดยเฉพาะเกิดความหวาดระแวงเกรงว่านายกรัฐมนตรีที่ถูก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จับโยกย้ายเพื่อต้องการให้เกิดความสมดุลในการบริหารงานของพรรคเพื่อไทยได้อย่างราบรื่น

                แต่เมื่อ ผบ.เหล่าทัพ ที่ขณะนี้แม้ว่าจะเกษียณอายุราชการในปลายเดือนกันยายนนี้ถึง 3 คน คือ พล.อ.กิตติพงษ์? พล.อ.ทรงกิตติ และ พล.ร.อ.กำธร ผนึกกำลังร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อ.อิทธพร ด้วยการส่งสัญญาณผ่านไปยัง พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จึงเป็นที่มาของการเดินทางเข้าพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือถึงการจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารประจำปี 2554 ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เสกรายชื่อที่ ผบ.เหล่าทัพ จัดทำไว้เสร็จพอดิบพอดี ระหว่างการเยือนประเทศกัมพูชา

                และพอที่จะรับได้กับการจัดทัพกระบวนใหม่ของ ผบ.เหล่าทัพ โดยเฉพาะตำแหน่ง ผบ.เหล่าทัพ ที่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทนที่คนเดิมคละเคล้ากันไม่ได้มีเพียงรุ่นเดียวนำโด่ง โดยเฉพาะรุ่นเตรียมทหารรุ่นที่ 12 (ตท.12) ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะลึกๆ รัฐบาลเกรงว่า หาก ผบ.เหล่าทัพ มีเพียงรุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จะเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองใด ถึงพยายามแต่งตั้งให้มีการคละเคล้ากันในที่สุด แต่ปัญหาสำคัญในการจัดบัญชีรายชื่อโยกย้ายครั้งนี้อยู่ที่ตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ที่มีคู่แคนดิเดตท้าชิงถึง 2 คน ซึ่งแต่ละคนก็ค่อนข้างจะมีแบ็กด้วยกันทั้งคู่

                แคนดิเดตคนแรกที่มีชื่อเป็นปลัดกระทรวงกลาโหมทุกสำนักอยู่ที่ พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์? รองปลัดกระทรวงกลาโหม ที่มี พล.อ.ยุทธศักดิ์ พยายามผลักดันทุกวิถีทาง แม้ว่าเสียงที่มีอยู่จะน้อยนิดเมื่อไปเทียบกับเสียงของ ผบ.เหล่าทัพ ที่มีถึง 5 เสียง ตามข้อกำหนดในการเลือก ผบ.เหล่าทัพ ตาม พ.ร.บ.การจัดระเบียบกระทรวงกลาโหม ปี 2551 จนกระทั่งงัดไม้เด็ดขึ้นมาเพื่อต่อรองตำแหน่งให้ พล.อ.วิทวัส จากคำแนะนำของที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เกี่ยวกับการให้กฤษฎีกาตีความอำนาจในการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารว่ามีสิทธิ์มีเสียงมากน้อยแค่ไหน

                แต่เมื่อเสียงแผ่วลงหลังจากศึกษาเกี่ยวกับ พ.ร.บ.การจัดระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการแต่งตั้งพิจารณาโยกย้ายนายทหาร ที่มีข้อกำหนดไว้ชัดเจนเพื่อปิดช่องทางการเข้ามาแทรกแซง หรือล้วงลูก ทางการเมือง จึงทำให้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ถอยหลังเพื่อรอโอกาสในการที่จะเสนอ พล.อ.วิทวัส ใหม่อีกระลอก แต่สุดท้ายก็ถูก “เบรก” จากเหล่าบรรดาก๊วน ส.ส.เพื่อไทยนั่นเอง เพราะไม่เห็นด้วยที่จะให้ พล.อ.วิทวัสขึ้นมาดำรงตำแหน่ง แม้ว่าจะมีความอาวุโสก็ตาม แต่ก็ต้องเข้าใจว่าช่วงนี้ใครใหญ่ใครอยู่ สุดท้ายหวยจึงมาออกแคนดิเดตคนที่ 2

                นั่นก็คือ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ประธานคณะที่ปรึกษา บก.กองทัพไทย ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตียมทหาร 11 (ตท.11) กับ พล.อ.วิทวัส ขึ้นมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมในโค้งสุดท้าย ที่ถูกผลักดันจาก พล.อ.ทรงกิตติ ให้มาดำรงตำแหน่งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เสนาธิการทหาร บก.กองทัพไทย ขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด จึงพยายามผลักดันให้ พล.อ.เสถียร ข้ามห้วยมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม โดยเบียดคู่แข่งอย่าง พล.อ.วิทวัส แบบฉิวเฉียด

                ที่สำคัญได้แรงหนุนจากพรรคเพื่อไทย เนื่องจากมีข่าวว่า ดร.ณัฐณิชาช์ เพิ่มทองอินทร์ ภรรยาของ พล.อ.เสถียร ที่เป็นนายกเทศมนตรีตำบลคำขวาง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เป็นผู้สนับสนุนในพื้นที่เลือกตั้ง จ.อุบลราชธานี ซึ่งการเลือกตั้งที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยได้รับการเลือกตั้งเข้ามาถึง 7 ที่นั่ง จึงทำให้ชื่อของ พล.อ.เสถียร โดดเด่นขึ้นมาแซงคู่แข่ง และที่สำคัญยังได้รับไฟเขียวจาก พ.ต.ท.ทักษิณ อีกแรงหนึ่งด้วย ส่วนตำแหน่งที่มีปัญหาอีก 1 ตำแหน่ง คือตำแหน่งประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม

                ที่ พล.อ.คณิต สาพิทักษ์? นั่งในตำแหน่งดังกล่าวอยู่ ที่มีรายชื่อโผล่ในตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด แต่เมื่อ พล.อ.ยุทธศักดิ์ มีการขอเสนอให้คงอัตราดังกล่าวไว้ แต่เมื่อนายกรัฐมนตรีปฏิเสธไม่ให้เปิดในตำแหน่งดังกล่าว จึงทำให้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ตัดสินใจร่วมกับ ผบ.เหล่าทัพ ให้คงตำแหน่งดังกล่าวไว้ และให้คงชื่อ พล.อ.คณิต ในตำแหน่งดังกล่าวตามเดิม เพราะเกรงว่าหากให้มีการโยกย้าย พล.อ.คณิตแล้ว จะทำให้เสียโอกาสในตำแหน่งดังกล่าว จึงต้องการให้รักษาอัตรา (จอมพล) เอาไว้ให้ครบ 22 เก้าอี้ และให้ไปขยับในตำแหน่งอื่นแทน

               ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ที่สำคัญ ยังคงเป็นไปตามเดิม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร (ตท.12) เสธ.ทหาร ขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ (ตท.13) ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพเรือขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการทหารเรือ ในส่วนกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้เสนอให้ขยับ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสนาธิการทหารบก ขึ้นมาดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารบก และให้ พล.ท.ศิริชัย ดิษฐกุล รองเสนาธิการทหารบก ขยับขึ้นมาดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบก โดยมี พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน และ พล.อ.โปฎก บุนนาค ขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก

                หลังจากนี้คงจะต้องรอลุ้นกันว่า หลังจากที่นายกรัฐมนตรี นำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปี 2554 กราบบังคมทูล คงต้องรอลุ้นในวันที่ 27 กันยายนนี้ว่า ใครจะได้ใครจะหลุด หรือใครจะเป็นตาอยู่หยิบชิ้นปลามันไปครอง ต้องติดตามลุ้นกันอีกที