
'ทักษิณ'ควรเป็นแค่โค้ชริมสนาม
'ทักษิณ'ควรเป็นแค่โค้ชริมสนาม : ขยายปมร้อน โดย สมถวิล เทพสวัสดิ์
กลายเป็นหัวข้อวิพากษ์วิจารณ์ตามหน้าสื่อมวลชน หลังจาก "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี ได้สไกป์มายังที่ประชุม "รัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย" นอกจากทักทายแล้ว ยังสั่งการให้รัฐมนตรีเร่งผลักดันนโยบายที่เคยหาเสียงไว้
จนถูกมองว่า การที่ "ทักษิณ" สไกป์เข้ามาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยเป็นการแทรกแซงการทำงาน
แม้ว่า "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี จะชี้แจงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ไม่ถือเป็นการประชุม "คณะรัฐมนตรี" ชุดใหญ่ที่ประชุมกันทุกวันอังคาร และถือว่า การที่ "ทักษิณ" สไกป์เข้ามาแต่เพียงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและให้กำลังใจรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น
ถ้า "ทักษิณ" สไกป์เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีชุดใหญ่ในวันอังคารก็คงถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักกว่าเหตุการณ์ที่ประชุมรัฐมนตรีพรรคอย่างแน่แน่นอน
ในทางการเมืองอาจมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการกระทำของ "ทักษิณ" เพราะที่ผ่านมา "นักการเมือง" ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองก็ยังทำกิจกรรมที่เกี่ยวโยงกับการเมืองเป็นส่วนใหญ่
ดังนั้นเมื่อพรรคเพื่อไทยที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจากนโยบาย "ทักษิณคิดเพื่อไทยทำ" จะมี "ทักษิณ" มาร่วมตรวจสอบและผลักดันนโยบายที่คิดไว้ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก
ส่วนกลุ่มที่คัดค้านอาจมองว่า "ทักษิณ" ไม่ใช่เป็นนักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็น "นักโทษ" หนีคดี และที่สำคัญ การที่ "ทักษิณ" ลงมากำกับดูแลการบริหารบ้านเมืองด้วยตัวเอง ทั้งที่มี "น้องสาว" ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่นั่งอยู่ในตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" จะลดความน่าเชื่อความเป็น "ผู้นำ" ของ "ยิ่งลักษณ์"
แม้ที่ผ่านมา "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" จะประกาศชัดว่า เป็น "โคลนนิ่ง" ของ "ทักษิณ" แต่เมื่อถึงเวลาปฏิบัติหน้าที่จริงๆ "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" ก็ต้องแสดงบทบาทความเป็น "ผู้นำ" ให้ประชาชนทั่วไปได้เห็นถึงความสามารถที่มีอยู่ในตัวตน
นอกจากนี้ "ทักษิณ" ไม่ใช่มีภาพของ "พี่ชาย" ที่แสนดีของ "น้องปู" เท่านั้น แต่ "ทักษิณ" ยังมีภาพของ "นักธุรกิจ" ติดตัวมาอีกด้วย
ดังนั้น การที่ "ทักษิณ" มาร่วมชี้แนะและร่วมตัดสินใจในบางเรื่องที่เป็นอำนาจของ "คณะรัฐมนตรี" อาจเป็นที่กังขามากขึ้น หากเรื่องที่ตัดสินใจไปเกี่ยวโยงกับผลประโยชน์ หรือธุรกิจที่ "ทักษิณ" เป็นเจ้าของ
จากนี้ไปการประชุม "คณะรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย" ทุกวันจันทร์ จะถูกจับตาว่าจะมี "ทักษิณ" สไกป์เข้ามาในที่ประชุมและชี้แนะอะไรอีกหรือไม่
ทางที่ดีน่าทำกิจกรรมที่สร้างภาพลักษณ์ให้ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์" เหมือนกรณีการจัดแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรระหว่างทีม ส.ส.พรรคเพื่อไทยและแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กับทีมรัฐบาลประเทศกัมพูชา น่าจะช่วยให้เพิ่มคะแนนนิยมให้ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์" ได้มากกว่าการสไกป์เข้าไปที่ประชุม "รัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย"
เพราะเห็นคิวการแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตรระหว่างทีมส.ส.พรรคเพื่อไทยและแกนนำนปช. กับทีมรัฐบาลประเทศกัมพูชา ก็เรียกความสนใจจากคนไทยหลายคน
แม้ "ทักษิณ" แจ้งว่า อาจมาร่วมแข่งขันบอลนัดนี้ไม่ได้ เพราะติดพบปะผู้นำประเทศ แต่ทีมส.ส.พรรคเพื่อไทยก็เตรียมเสื้อสำหรับแข่งขันไว้ให้ "ทักษิณ" แล้ว เป็นหมายเลข 1 ส่วน สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา สวมเสื้อสีแดง หมายเลข 9 ทีมไทยนำโดย "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" จะสวมเสื้อสีฟ้า หมายเลข 9 จะแข่งขันกันในวันที่ 24 กันยายนนี้
ประเทศกัมพูชามีการถ่ายทอดสดจากขอบสนามโอลิมปิกสเตเดี้ยม กลางกรุงพนมเปญ ส่วนประเทศไทย ทางสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอเชียอัพเดท จะเกี่ยวสัญญาณมาให้คนไทยได้รับชมการแข่งขันครั้งนี้ด้วย
จึงขอนำคำพูดของ "แกนนำคนเสื้อแดง" หลายคนที่ให้สัมภาษณ์อยากให้ "ทักษิณ" ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างเดินสายพบปะกับ "ผู้นำประเทศ" ใกล้กับประเทศไทย ปลีกเวลามาช่วย "น้องสาว" เพิ่มคะแนนนิยม โดยเดินทางมาร่วมการแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตรในครั้งนี้ด้วย
นอกจากได้คะแนนนิยมเพิ่มและสร้างสีสันการแข่งขันแล้ว ถือเป็นการทำกิจกรรมที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์น้อยที่สุด
ส่วนเรื่องการบริหารบ้านเมือง "ทักษิณ" เป็นแค่โค้ชอยู่ริมสนามก็พอ อย่าถึงกับลงไปเล่นเองทุกตำแหน่ง อย่างน้อยก็รักษาหน้า "น้องสาว" ให้แสดงบทบาทความเป็น "ผู้นำประเทศ" โชว์ต่อสาธารณชน เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากคนทั่วไปให้เชื่อถือกันบ้าง!



