คอลัมนิสต์

ขอคารวะวิญญาณนักสู้เพื่อสังคมของผู้นำเอกชน:'ชาญชัย-ดุสิต'

ขอคารวะวิญญาณนักสู้เพื่อสังคมของผู้นำเอกชน:'ชาญชัย-ดุสิต'

22 ก.ย. 2554

ขอคารวะวิญญาณนักสู้เพื่อสังคมของผู้นำเอกชน:'ชาญชัย-ดุสิต' : กระดานความคิด โดย สุทธิชัย หยุ่น http://www.oknation.net/blog/black

          คงไม่ช้าเกินไปที่ผมจะขอบันทึกคำสดุดีส่วนตัว ต่อเพื่อนสองคนในแวดวงธุรกิจเอกชนที่จากไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ก่อนเวลาอันควรทั้งๆ ที่สังคมไทยยังต้องการจิตอาสาและความเสียสละอย่างเขาทั้งสองอย่างยิ่ง

           ชาญชัย จารุวัสตร์ ผู้มุ่งมั่นทำงานเพื่อสร้างความตื่นตัวเรื่อง “ธรรมาภิบาล” ในธุรกิจเอกชนและรัฐอย่างเป็นระบบ และกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวเรื่อง Corporate good governance อย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย

           และ ดุสิต นนทะนาคร ผู้ต่อสู้และอาสาเป็นแกนนำรณรงค์ต่อต้านคอรัปชั่นในแวดวงราชการ การเมืองและธุรกิจอย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรียิ่ง

           ทั้งสองท่านเป็นคนที่ผมรู้จักในหน้าที่การงาน เป็นนักธุรกิจที่ได้ชื่อว่ามีอุดมการณ์อย่างไม่เสแสร้ง ไม่ทำเพื่อหน้าตาหรือชื่อเสียงหรือผลประโยชน์แห่งตน แต่สร้างผลงานด้วยเนื้อหาและสาระอย่างแท้จริง

           เพื่อรำลึกถึงทั้งสองท่าน ผมยิ่งเชื่อว่าหากเราเชื่อว่าสังคมไทยส่วนหนึ่ง เห็นว่าการทุจริตและฉ้อราษฎร์บังหลวงเป็นสิ่งที่ “ยอมรับได้” หากคนที่ทำนั้นเป็นคนเก่งและมีผลงาน เราก็ยิ่งจะต้องช่วยกันรณรงค์ให้ค่านิยมอันตรายเช่นนั้นลดน้อยถอยลงให้ได้หาไม่แล้ว เราจะตอบคำถามลูกหลานที่จะต้องโตขึ้นมาเป็นสมาชิกสังคมรุ่นต่อไปไม่ได้ว่า คนรุ่นนี้ปล่อยให้เกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ได้อย่างไร

           อีกทั้งยังคาดว่าปัญหาการคอรัปชั่นจะรุนแรงขึ้นในอนาคต และคิดว่ารัฐบาลใหม่จะไม่สามารถแก้ปัญหาการคอรัปชั่นได้ เนื่องจากขาดการทำงานที่จริงจัง

           น.ส.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจทัศนะของประชาชนต่อปัญหาทุจริตคอรัปชั่นไทย พบว่า ดัชนีความคิดเห็นต่อปัญหาคอรัปชั่นไทยในเดือนสิงหาคม ลดระดับลงอยู่ที่ 66.9 แต่ดัชนีความคิดเห็นต่อปัญหาคอรัปชั่นไทยในอนาคต อยู่ที่ 91.4 สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าการคอรัปชั่นจะเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเป็นสิ่งที่ปฏิบัติมานานแก้ไขยากและไม่ได้รับการแก้ไขจริงจังจากภาครัฐ

           ส่วนทัศนะของประชาชนต่อปัญหาทุจริตคอรัปชั่นไทยพบว่าร้อยละ 75.1 ยังนิ่งเฉยแม้จะมองว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องปกติและไม่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกลัวเดือดร้อน และทัศนะต่อรัฐบาลปัจจุบันในการแก้ไขปัญหาคอรัปชั่นร้อยละ 49.3 ระบุว่ารัฐบาลจะไม่สามารถแก้ปัญหาคอรัปชั่นได้ เพราะไม่มีความจริงจังและเชื่อว่าหากรัฐบาลใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะสามารถแก้ปัญหาได้

           โดยมาตรการที่ประชาชนคิดว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาคอรัปชั่นได้ เช่น ออกมาตรการ "ลดละเลิกคอรัปชั่น" บังคับใช้กฎหมายจริงจัง ตรวจสอบได้ ให้บุคคลภายนอกเข้ามาร่วมตรวจสอบ สร้างจิตสำนึกให้คนไทย และควรมีหลักสูตรการเรียนรู้เรื่องปัญหาคอรัปชั่นตั้งแต่ประถมจนถึงระดับอุดมศึกษา

           ผมจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะมีการรณรงค์โดยผู้นำเอกชนเพื่อสืบสานเจตนารมณ์ของ ดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้า ผู้จากไปก่อนเวลาอันควรเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ในฐานะที่เป็นแกนนำอันสำคัญยิ่งของภาคเอกชนในการรณรงค์ให้คนไทยต่อต้านคอรัปชั่นอย่างเป็นรูปธรรม

           ข่าวบอกว่าวันที่ 25 เดือนนี้จะมีการเชิญทั้งนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และผู้นำฝ่ายค้าน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตลอดจนผู้นำสังคมทุกสาขาวิชาชีพในอันที่จะประกาศความมุ่งมั่นร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง เพื่อสดุดี ดุสิต และขณะเดียวกันถือว่าเป็นการร่วมกันแสดงความประสงค์ร่วมกันอย่างมีพลัง เพื่อประกาศว่าภาคเอกชนของประเทศไทยจะไม่ยอมเป็นส่วนหนึ่งของ “วัฒนธรรมฉ้อฉล” ซึ่งเป็นมะเร็งร้ายสำหรับประเทศชาติที่จะต้องทำลายล้างให้หมดสิ้นไปให้ได้

           ด้วยความรำลึกถึงการทำงานอย่างเอาจริงเอาจัง เพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในสังคมไทยของ ดุสิต และชาญชัย ผมเชื่อว่ามันเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของผู้อยู่ข้างหลังอย่างพวกเราทุกคน ที่จะต้องก้าวออกมาประกาศจุดยืนเพื่อยกมาตรฐานแห่งสังคมไทยทางด้านจริยธรรม ศีลธรรมและความถูกต้องชอบธรรมอย่างไม่ลังเลอีกต่อไป