คอลัมนิสต์

'ปู'อย่าซุกปัญหาไว้ใต้พรม

'ปู'อย่าซุกปัญหาไว้ใต้พรม

22 ก.ย. 2554

อย่าซุกปัญหาไว้ใต้พรม : ขยายปมร้อน โดย ศรุติ ศรุตา

             “ดิฉันเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และ ครม.ทุกคนเห็นพ้องต้องกันที่จะสนับสนุนข้อเสนอของ คณะกรรมการอิสระ ตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) เพื่อให้เกิดบรรยากาศของความปรองดอง และมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงานและข้อเสนอของ คอป. โดยมี "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน เพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลจริงใจต่อการดำเนินการตามข้อเสนอของ คอป. และต้องการให้ความปรองดองเกิดขึ้นโดยเร็ว”

              ถ้อยแถลงของ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี หลังจากการประชุมครม.ที่พยายามตอกย้ำให้สังคมเห็นว่า รัฐบาลมีจุดยืนที่จะแก้ไข ไม่แก้แค้น แต่คนในสังคมในขณะนี้ก็ไม่อาจคลายความกังวลได้ว่า ท้ายที่สุดแล้วการทำงานของคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่รัฐบาลตั้งขึ้นมานั้น จะออกมาในรูปแบบขว้างงูไม่พ้นคอหรือไม่

              นั่นย่อมหมายถึง ทำอะไรแล้วผลร้ายย้อนกลับมาสู่ตัวเอง เพราะงูมีลำตัวยาวจึงม้วนรัดเหยื่อได้ง่าย ถ้าจับงูขว้างออกไปไม่พ้นตัว มันอาจแว้งมารัดคอคนขว้างได้ ดังนั้นนายกฯ ยิ่งลักษณ์คงต้องระวังและทำอย่างรอบคอบ

               สำหรับฝ่ายค้านเองก็มีความกังวลไม่แพ้หลายฝ่ายในสังคมขณะนี้  ผ่านมุมมองของกุนซือฝ่ายกฎหมายอย่าง “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ" ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า ส่วนตัวกังวล 3 เรื่อง คือ 1.คณะกรรมการของนายยงยุทธ ต้องแยกให้ชัดเจน ระหว่างคดีการเมืองกับคดีอาญาทั่วไป 2.ความผิดตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 112 เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งคณะกรรมการระบุว่าผู้ใดกระทำความผิดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวควรให้ประกันตัวชั่วคราว แต่ผมเห็นว่าต้องดูข้อเท็จจริง และเจตนา รวมทั้งความร้ายแรงของการกระทำในแต่ละเรื่องด้วย

              3.ผู้กระทำความผิดหลังหรือก่อน 19 กันยายน 2549 มีข้อสรุปว่า ในกรณีที่ศาลยกฟ้องก็ให้มีการจ่ายค่าชดเชย ส่วนในกรณีที่ศาลลงโทษก็ได้รับการเยียวยา เป็นค่ามนุษยธรรมให้แก่ครอบครัว เพียงแต่ว่าเมื่อทำความผิดก็จ่ายเงินค่าชดเชยให้แก่ครอบครัว แต่ถ้าบุคคลคนนั้นไม่ผิด ก็จ่ายกับตัวเขา คือได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง อาจทำให้สังคมเกิดความสับสนได้

              "หากไม่ดำเนินคดีผู้ที่กระทำความผิด มีหลักฐานชัดเจนว่าเผาบ้านเผาเมือง หรือสนับสนุนให้มีการวางเพลิง เผาทรัพย์ ต้องดำเนินการ และผมคิดว่าประชาชนคงรับไม่ได้ ดังนั้นต้องมีรายละเอียดมากกว่านั้น ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหาร-ประชาชน ได้รับความเสียหายถูกระเบิดถูกยิงจากเหตุการณ์กระชับพื้นที่ ตรงนี้รัฐบาลเองจะละเลยไม่เยียวยาเขาไม่ได้เช่นกัน" ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ

              อย่างไรก็ตาม หากจะถอดรหัสการกระทำของ "ครม.ยิ่งลักษณ์" ก็เป็นการส่งไม้ต่อ เพราะนายคณิต ณ นคร ประธาน คอป. นั้นได้แสดงแนวทางที่ชัดเจนมาตั้งแต่สมันรัฐบาลอภิสิทธิ์ว่าต้องการให้การชุมนุมที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2553 นั้น เป็นเหตุการณ์ชุมนุมที่มีเหตุปัจจัยทางการเมืองเป็นหลัก

              การตั้งธงแบบนี้จึงละเลยข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจาการชุมนุม การยิงระเบิดเอ็ม 79 การลอบยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารที่ไปรักษาความสงบเรียบร้อย และการเข้าปะทะกับทหารด้วยอาวุธสงคราม ไม่ถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นหลัก เนื่องจากธงในใจของคณะกรรมการทั้งหมดเป็นเรื่องทางการเมือง และนิรโทษกรรมผู้เข้าร่วมชุมนุมทั้งหมด!

              โดยไม่ใส่ใจรายละเอียดว่าเป็นการเข้าร่วมชุมนุมธรรมดา หรือเป็นการกระทำที่รุนแรง

              เพราะถ้าตั้งธงแบบนั้นก็ไม่ต่างจากการซุกปัญหาทั้งหมด เอาไว้ใต้พรม แต่อาจจะยิ่งสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นในอนาคตได้

              ดังนั้น รัฐบาลโดยคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมี "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" เป็นประธาน ซึ่งรับไม้ต่อจาก "คณิต" นั้น เรื่องการชุมนุมทางการเมืองควรจะต้องมีการจำกัดขอบเขตการกระทำด้วย ว่าการเข้าร่วมชุมนุม มาชูป้าย ฯลฯ ทำได้หรือไม่ ไม่มีความผิดใช่หรือไม่

              และสิ่งที่ต้องกระทำให้เกิดผลที่สุด คือ คนที่กระทำความผิดในเรื่องคดีอาญา แม้จะมีเหตุจูงใจ จากการแสดงพลังทางการเมืองต้องได้รับการลงโทษ ต้องมีคนผิด ต้องได้รับการตัดสิน และต้องมีคำพิพากษา มิฉะนั้นวุฒิภาวะของสังคมไทยก็จะยังคงตั้งอยู่

              หากต้องการให้ประชาธิปไตยเข้มแข็ง ภายใต้สังคมที่มีวุฒิภาวะ ประชาธิปไตยที่มีอารยะ ก็ต้องดำเนินการหาข้อเท็จจริงลงโทษผู้กระทำความผิดแล้วจึงจะให้มีการอภัยโทษ ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นการซ้ำเติมกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยของชาติ และถือเป็นการปกป้องช่วยเหลืออาชญากรทางการเมือง