คอลัมนิสต์

คิดให้รอบคอบ

คิดให้รอบคอบ

20 ก.ย. 2554

คิดให้รอบคอบ : บทบรรณาธิการ

          หลังความขัดแย้ง ความรุนแรง เสียงเรียกร้องให้สร้างความสมานฉันท์กันภายในประเทศเกิดขึ้นจากทุกภาคส่วน พอๆ กับการเรียกร้องให้มีการเยียวยาผู้เสียหายจากเหตุการณ์วิปโยคที่เกิดขึ้นในประเทศ และมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเพื่อหาทางเยียวยาไปพร้อมๆ กับการตรวจสอบถึงสาเหตุของโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปสู่ความยุติธรรมที่ทุกฝ่ายเพรียกหาทั้งฝ่ายที่ถูกกระทำและฝ่ายที่ถูกเรียกว่า ผู้กระทำ ซึ่งนั่นเป็นแนวทางที่ถูกต้องแล้ว

           ปัญหาก็คือบ้านเราเมืองเรานั้น มักจะมองอะไรกันเพียงแค่ใกล้ๆ และชัดๆ แล้วก็ไม่ลังเลที่จะฟันธงลงไปว่านั่นแหละคือ จุดเริ่มต้นของปัญหา ดังเช่น กรณีการยึดอำนาจของกองทัพเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 นักวิชาการหรือนักประชาธิปไตยทั้งหลาย ต่างก็ไม่รีรอที่จะบอกว่า นั่นคือจุดเริ่มต้นของปัญหา บางรายบอกถึงความเลวร้ายของรัฐประหาร บางรายบอกว่า นี่คือการใช้วิธีการที่ผิด แล้วก็ลากโยงไปถึง "อำมาตย์" ที่ผู้พูดก็ได้แต่คาดเดาเอาว่าเป็นผู้ออกคำสั่ง

           สิ่งที่หลายคนฉกฉวยโอกาสมาพูดถึงเรื่องเหล่านี้ในวาระที่ครบรอบเป็นเรื่องที่ควรจะไตร่ตรองให้มากกว่าการออกมาพูดเพื่อที่จะเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้ชื่อว่า รักประชาธิปไตย เพราะไม่ใช่จู่ๆ ก็เกิดการยึดอำนาจ แต่มันมีเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น ซึ่งในช่วงเวลานั้น ท่านผู้รู้บางท่านก็ดูเหมือนว่าจะพลาดโอกาสในการแสดงความเห็น หรือชี้ช่องเพื่อปลดล็อกหาทางออกให้แก่ประเทศ

           กระทั่งเหตุการณ์ได้ผ่านเลยเส้นที่เมื่อก้าวข้ามแล้วไม่อาจหวนกลับไปแล้ว ในวันนี้การออกมาเรียกร้องให้ทุกอย่างกลับไปที่จุดเริ่มต้น ไม่มีปฏิวัติ ไม่มีคดีความ น่าจะเป็นข้อเรียกร้องที่สุ่มเสี่ยงมากกว่าจะปล่อยให้บาดแผลที่เกิดขึ้นได้ตกสะเก็ด ไปตามวัน-เวลาที่ต่างฝ่ายต่างก็เพรียกหาความสมานฉันท์ น่าจะดีกว่าการไปสะกิดให้แผลปริแตกเลือดทะลักออกมาอีกครั้ง

           การจะไปทึกทักว่า เมื่อการเลือกตั้งผ่านพ้นไปแล้ว มีพรรคการเมืองได้เสียงข้างมากเข้ามาจัดตั้งรัฐบาล มีมวลชนเรือนแสนเรือนล้านแล้ว ก็ไม่ต้องไปสนใจเสียงข้างน้อยที่ยังเห็นด้วยกับความยุติธรรม โดยที่ไม่ต้องสนใจว่า ความยุติธรรมนั้นจะมีต้นธารจากไหน แต่เมื่อคำพิพากษาเป็นไปตามตัวบทกฎหมายก็พอมิพักต้องไปพูดถึงว่า กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั้น เป็นการตัดสินตามกฎหมาย ป.ป.ช.ที่ออกมาตั้งแต่ ปี 2542 ก่อนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีเสียด้วยซ้ำไป

           ความบอบช้ำของบ้านเมืองที่ผ่านมา ส่วนใหญ่มาจาก "ความพยายามแสดงตัวตน" เพื่อจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่นั่นก็เป็นวิถีของแต่ละบุคคลที่จะเลือกเดินในทางของตัวเอง แต่หากว่าการแสดงตัวตนนั้นได้ผ่านการไตร่ตรองมาแล้วว่า คำนึงถึงผลกระทบโดยเฉพาะความขัดแย้งที่จะติดตามมาในภายหลังครบถ้วนแล้ว และตระหนักถึงผลกระทบนั้น นั่นจึงจะเป็นการทำเพื่อส่วนรวมโดยแท้