
ศรัทธาประชาชน
ศรัทธาประชาชน : บทบรรณาธิการ
สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดผลวิจัยเชิงสำรวจ 2 ประเด็นว่าด้วยคนไทยคิดอย่างไรต่อประชาธิปไตย และเปรียบเทียบการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมระหว่างรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เอาไว้อย่างมีนัยสำคัญ ที่สะท้อนถึงความรู้สึกของประชาชนในลักษณะเริ่มที่จะหงุดหงิดกับการทำหน้าที่ของรัฐบาล ทั้งนี้กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 53.9 บอกว่า ความเชื่อมั่นต่อการปกครองแบบประชาธิปไตยจะลดลง ถ้ารัฐบาลเอื้อต่อผลประโยชน์เฉพาะคนและเฉพาะกลุ่ม ขณะที่เมื่อถามถึงปัญหาน้ำท่วม ตัวอย่างร้อยละ 53.6 ระบุว่า ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล เมื่อเปรียบเทียบการทำงานแก้ปัญหาน้ำท่วมของรัฐบาลก่อนกับรัฐบาลชุดนี้ผลออกมาเท่ากันคือ 5.8 คะแนนจากเต็ม 10
ยากที่จะปฏิเสธว่า 2 ประเด็นที่กลุ่มตัวอย่างแสดงออกผ่านผลงานวิจัยนี้ ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวเนื่องกัน อย่างที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 53.9 แสดงความวิตกว่า ความเชื่อมั่นต่อประชาธิปไตยจะลดลงถ้ารัฐบาลเอื้อประโยชน์เฉพาะกลุ่ม ถึงแม้ว่า ข้อสรุปนี้เสมือนเป็นผลที่ปลายของมันยังเปิดกว้างเอาไว้ค่อนข้างอันตรายและสุ่มเสี่ยง เพราะเอาความเชื่อมั่นในระบอบไปผูกติดกับพฤติกรรมของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาเฉพาะหน้า จะเห็นได้ว่าเป็นตัวกระตุ้นย้ำเตือนไม่ให้รัฐบาลเดินออกนอกลู่นอกทาง ซึ่งที่สุดแล้วจะสร้างความเสียหายถึงระบอบการปกครองได้ด้วย
แต่ผลการสำรวจที่น่าเป็นห่วงยิ่งขึ้นกว่านั้นก็คือ กลุ่มตัวอย่างผู้ประสบภัยน้ำท่วมร้อยละ 53.6 ระบุว่า ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล ครั้นเมื่อเปรียบเทียบการทำงานกับฝ่ายค้านที่ไม่ได้มีกลไกอำนาจรัฐอยู่ในมือกลับออกมามีคะแนนเท่ากัน ความสงสัยจึงสะท้อนกลับไปยังประเด็นแรกที่ว่า รัฐบาลกำลังเอื้อประโยชน์เฉพาะคนเฉพาะกลุ่มอยู่หรือไม่ ประกอบกับตั้งแต่รัฐบาลเข้ารับหน้าที่ มีเรื่องราวที่ไม่เกี่ยวกับการบริหารบ้านเมืองเพื่อปัดเป่าทุกข์ยากของประชาชนปรากฏเป็นข่าวอยู่อย่างสม่ำเสมอ อย่างเช่น ความพยายามช่วยเหลือคนที่มีอิทธิพลเหนือพรรคไทยรักไทย การโยกย้ายข้าราชการที่นำไปสู่การฟ้องร้อง แม้กระทั่งบางกิจกรรมซึ่งดูจะสวนทางกับการช่วยเหลือประชาชน เช่น การสานสัมพันธ์กับประเทศกัมพูชา ซึ่งถูกครหาว่าอาจมีผลประโยชน์ของบางคนอยู่เบื้องหลัง
ไม่ว่าจะเป็นปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เพิ่มขีดความรุนแรงมากขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นหายนภัยน้ำท่วมที่ประชาชนกำลังทนทุกข์แสนสาหัส รวมทั้งภาวะข้าวยากหมากแพง ล้วนแต่เป็น "งานหลัก" ที่รัฐบาลต้องระดมสรรพกำลังและสติปัญญาเข้าแก้ไขอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ไม่มัวเสียเวลาไปกับกิจกรรมนอกเหนือหน้าที่ ไม่เช่นนั้นแล้วรัฐบาลที่อ้างเสมอว่ามาจากเสียงประชาชนท่วมท้นถล่มทลายจะเป็นผู้ทำลายความศรัทธาต่อประชาธิปไตยเสียเอง



