'ทวี'ชื่อนี้ไม่ตอบโจทย์ศอ.บต.
'ทวี สอดส่อง'ชื่อไม่ตอบโจทย์ศอ.บต. : ขยายปมร้อน โดย อรรถภูมิ อองกุลนะ
แม้มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา จะยังไม่มีชื่อ “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ดันขึ้นไปเป็นเป็น "เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้" (ศอ.บต.) ตามอย่างที่คาด หากแต่กับมหกรรมโยกย้ายข้าราชการชนิดล้างบางที่คู่ขนานมากับการเปลี่ยนขั้วอำนาจการเมืองใหม่เที่ยวนี้ยังน่าจับตา โดยเฉพาะกับตำแหน่ง "เลขาธิการ ศอ.บต." ที่เป็นข่าวมาตลอดนั้นมีความหมายมากกว่าจะเป็นเพียงที่ “หยุดพัก” เพื่อหาช่องบิดเข้าไลน์สู่เก้าอี้ปลัดกระทรวง
อย่างน้อยๆ กรณี "พ.ต.อ.ทวี" นั้น ทราบกันดีว่าเป็นข้าราชการที่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาลเครือข่าย "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" มีบทบาทในการทำงานไล่ตั้งแต่สมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย เมื่อผนวกรวมศักยภาพในด้านการสืบสวนสอบสวน ก็เข้ากับบริบททางการเมืองก่อนหน้าซึ่งพรรคเพื่อไทยพลาดหวังกับผลการเลือกตั้งใน 3 จังหวัดชายแดนใต้
และมองถึงอำนาจ "เลขาฯ ศอ.บต." ตามพระราชบัญญัติศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553 ซึ่งระบุถึงสิทธิของการเสนอสั่งย้ายข้าราชการ และจัดสรรงบประมาณมหาศาลด้วยแล้ว เหล่านี้ย่อมการันตีถึงปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
กับเรื่องนี้ "ถาวร เสนเนียม" ส.ส.สงขลา อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเคยมีบทบาทในการดูแลงานเรื่องนี้ ได้วิเคราะห์ว่า เหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ใช่เรื่องที่อยู่เหนือความคาดหมาย เพราะรู้ว่าต้องมีการโยกย้ายบุคคลที่ใกล้ชิดรัฐบาลเข้าสู่ตำแหน่งนี้ไม่ช้าหรือเร็ว
ส่วนประเด็นการวางตัวบุคคลเข้ากับลักษณะงานนั้น “ถาวร” มองว่า ยังมีความสงสัย เพราะไม่แน่ใจว่า พ.ต.อ.ทวี จะประสานกับกลุ่มอื่นในพื้นที่ได้หรือไม่ เพราะเมื่อตัวเทียบตัว “ว่าที่” กับ “ภาณุ อุทัยรัตน์” เลขาธิการ ศอ.บต.ปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นลูกหม้อกระทรวงมหาดไทย และเป็นคนในพื้นที่มาอย่างยาวนานถือว่าต่างกันอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งวัฒนธรรมตำรวจจากการทำงานเมื่อสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ยังติดตราในแง่ลบ ทั้งหมดจึงชวนกังวลและแคลงใจถึงแนวทางการใช้กำลังเฉกเช่นประวัติศาสตร์จะหวนคืนกลับมา
“หาก พ.ต.อ.ทวี มานั่งในตำแหน่งนี้ วัฒนธรรมการทำงานคงไม่ต่างจากสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ คือมีแนวทางกำปั้นเหล็กกับมือที่สวมถุงมือกำมะหยี่ วิธีการเช่นนี้คือการใช้อำนาจสืบสวนของอำนาจรัฐเพียงอย่างเดียว โดยไม่เข้าใจวัฒนธรรมประเพณี ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่อยู่ในการดูแลของ ศอ.บต.นี้
สิ่งสำคัญที่สุดนอกเหนือจากงานความมั่นคงคืองานพัฒนาเพราะมีความสำคัญมาก ถึงมีหลักยึดเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนาตามแนวพรระราชดำรัส ยืนยันว่าคำตอบของการทำงานในพื้นที่อยู่ที่หมู่บ้าน นั่นคือการใช้หน่วยปกครองที่เล็กมาใกล้ชิดประชาชน ก่อนสู่ระดับอำเภอ จังหวัด ผมกังวลว่าบุคลิกของ พ.ต.อ.ทวีนั้นจะสามารถประสานกับกลุ่มอื่นได้หรือไม่ ไล่ตั้งแต่หน่วยงานย่อยที่สุดถึงระดับกลางหรือหน่วยงานระดับจังหวัด ความสำเร็จของงานในพื้นที่นี้จึงย่อมไม่ใช่ความถนัดในงานสืบสวนสอบสวน การปราบปรามแบบที่ พ.ต.อ.ทวีถนัด"
"ถาวร" ยังบอกว่า รัฐบาลมีอำนาจจะตั้งใครได้ก็จริง แต่คาแรกเตอร์เจ้าของเก้าอี้จำเป็นต้องเลือกใช้คนที่มีความเข้าใจวัฒนธรรมประเพณี วิถีชีวิต สามารถประสานงานกับส่วนราชการ หน่วยงานความมั่นคง มีความคิดด้านแก้ปัญหาที่ใช้ผ่านความเข้าใจ-เข้าถึง ตัวเลขาฯ ศอ.บต.นั้นเป็นผู้บัญชาการสูงสุด มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้อำนวยการโดยตำแหน่ง โดยเป็นหน่วยงานพิเศษไม่ขึ้นอยู่กับสังกัดใด ดังนั้นหน่วยงานจึงมีความสำคัญในตัวมันเอง
“แต่เมื่อมองถึงงานความมั่นคงของรัฐบาลชุดนี้ผมว่าบางทียังดูขาดเอกภาพในการบังคับบัญชา เพราะแบ่งหน้าที่รับผิดชอบแบบเป็น 4 ขา คือ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เป็นคนดูภาพรวม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ดูด้านตำรวจ ส่วน ศอ.บต.ให้คุณยงยุทธ วิชัยดิษฐ รมว.มหาดไทย ดูแล ขณะที่งาน กอ.รมน.ให้ให้นายกรัฐมนตรีกำกับเอง เมื่อเป็น 4 ขาความเป็นเอกภาพในเชิงนโยบายไปสู่การปฏิบัติก็ยาก และหากจะคิดนำเอา พ.ต.อ.ทวี มาดูแลงานตรงนี้ก็สุ่มเสี่ยงที่แนวทางเก่าๆ จะกลับคืนมา”
“การมาของ พ.ต.อ.ทวี จึงไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาภาคใต้ แต่น่าจะเป็นเรื่องการใช้อำนาจรัฐให้เต็มที่ ตามแนวทางของเขามากกว่า อาจจะเป็นการใช้แนวทางสืบสวนสอบสวน ใช้กระบวนการยุติธรรมอย่างเดียว ไม่ได้สนใจอัตลักษณ์ความเป็นพื้นที่เฉพาะที่ขัดแย้งการใช้อำนาจรัฐที่รุนแรง และอันที่จริงเขตปกครองพิเศษเป็นการนำเสนอในเรื่ององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดย ศอ.บต.ก็เขตปกครองพิเศษแล้วเพราะไม่เหมือนกับการบริหารราชการพื้นที่อื่นๆ ด้วยที่นั่นให้พี่น้องเข้ามากำหนดยุทธศาสตร์ร่วมกับนายกรัฐมนตรี ให้ประชาชนมีส่วนพิจารณานโยบายหรือเสนอแผนงานโครงการ รวมถึงประเมินผลงานศอ.บต.” ถาวรอธิบาย
ส่วนนัยในเชิงความพยายามที่พรรคเพื่อไทยคิดจะใช้กรณีดังกล่าวเป็นสัญญาณการ “รุก” พื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์โดยการสร้างฐานมวลชนนั้น “ถาวร” วิเคราะห์ว่า คิดได้ แต่ชนะยาก เพราะปัจจัยการสร้างความเข้าใจ การเข้าถึง ไม่ใช่ความคิดแบบที่นายตำรวจจะใช้ และอันที่จริงพรรคเพื่อไทยก็มีความพยายามอยู่ผ่านการทำงานของกลุ่มนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ซึ่งมีน้องชายอยู่ในพรรคเพื่อไทยอยู่ อย่างไรก็ตามกฎหมายนั้นระบุถึงห้ามไม่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าไปแทรกแซงการบริหารงานอยู่แล้ว การทำงานภาคใต้ของรัฐบาลกับการไม่มี ส.ส.ในพื้นที่จึงยังไม่เชื่อมโยงกัน และ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ก็พร้อมจะทำงานกับทุกฝ่าย
“นโยบายของพรรคแต่ละพรรคก็ถูกใช้เหมือนกันในทั่วประเทศ เหตุใดนโยบายของพรรคเพื่อไทยถึงใช้ซื้อใจประชาชนในภาคใต้ไม่ได้ กลับกันนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ก็ใช้ซื้อใจในภาคอีสานและเหนือตอนบนไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นถึงจะมองว่าเขาเตรียมจะรุกฐานเสียงโดยเริ่มจากใช้กลไก ศอ.บต.ก็ไม่ใช่เรื่องน่าหวั่นไหว เพราะเมื่อเขามีสิทธิ์พูด เราก็มีสิทธิ์จะอธิบาย หากรัฐบาลพูดให้ประชาชนฟังอย่างไร ไม่จริงเราก็มีสิทธิ์ชี้แจง”
ชื่อ “พ.ต.อ.ทวี” บนตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต. จึงยังไม่ตอบโจทย์ทั้งในเชิงการบริหาร และการวางรากฐานทางการเมือง ในสายตาของ "ถาวร"



