คอลัมนิสต์

บ่อนกับความดัดจริตในโลกของตำรวจ

บ่อนกับความดัดจริตในโลกของตำรวจ

14 ก.ย. 2554

บ่อนกับความดัดจริตในโลกของตำรวจ : กระดานความคิด โดย ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข

         การพนันเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นในวิถีการดำเนินชีวิตของคนไทยมาช้านาน ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นเคยมีการกำหนดให้การพนันเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายมีการเก็บภาษีอากรบ่อนเบี้ย อากรหวย ต่อมารัฐบาลปิดโรงหวยเนื่องจากพบว่า ประชาชนหมกมุ่นอยู่กับการพนันจนไม่ทำมาหากิน เมื่อสิ้นเนื้อประดาตัวก็ก่ออาชญากรรม แต่ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะเห็นว่าการพนันส่งผลเสียต่อความมั่นคงของชาติมากมายเพียงใด รัฐบาลในยุคนั้นก็ยังดำเนินการในลักษณะค่อยเป็นค่อยไปในรูปแบบกระชับพื้นที่ดังเช่น ในสมัยรัชกาลที่ 5ให้เลิกบ่อนการพนันมณฑลศรีธรรมราช ชุมพร และให้มีบ่อนอย่างจำกัดในมณฑลอื่นๆ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 จึงมีการปิดบ่อนทั่วราชอาณาจักร

          การพนันถูกนิยามว่าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายในปี พ.ศ.2478 แต่รัฐก็ยังคงทำให้วาทกรรมที่ว่า “การพนันเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย”นั้น มีความคลุมเครือดังเช่น การระบุว่า ห้ามเล่นการพนันนอกจากภายใต้การอนุญาตชั่วคราวระยะเวลาไม่เกิน 1 วัน ที่ตำรวจออกให้ในโอกาสพิเศษ ความคลุมเครือของการติดป้ายตีตราการพนันในแต่ละประเภทอย่างไม่เสมอภาคถือเป็นตัวอย่างของปรากฏการณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความลักลั่นเชิงนโยบายของรัฐไทยตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันดังเช่นเรามักพบเห็นปรากฏการณ์ที่ตำรวจบุกเข้าจับกุมชาวบ้านที่ร่วมกันเล่นไพ่ในสถานที่ต่างๆ

          แม้กระทั่งการเล่นไพ่ของชาวบ้านที่อยู่เวรยามที่วัดเมื่อมีงานศพ หรือแม้กระทั่งการเล่นหวยในวัดโดยวิถีการเล่นหวยตามรูปแบบของชาวบ้าน ในขณะที่การซื้อสลากกินแบ่งของรัฐบาลที่ชาวบ้านก็ใช้คำเรียกว่า “หวย”เช่นกันมิได้เป็นสิ่งต้องห้ามแต่อย่างใด แถมซ้ำเมื่อมีเหตุการณ์แปลกๆ เช่น งูมีขา หรือต้นไม้ออกดอกออกผลที่แปลกประหลาดสื่อมวลชนยังเผยแพร่ให้เห็นถึงปรากฏการณ์ที่ชาวบ้านแห่กันไปขอหวยให้เห็นจนเป็นเรื่องปกติที่ดำรงอยู่ในสังคมไทย

          ปรากฏการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าถึงแม้ว่าการพนันจะถูกทำให้เป็นสิ่งที่ผิดในสังคมไทย แต่พฤติกรรมการเล่นการพนันในกลุ่มผู้เล่นการพนันกลับไม่ถูกจัดว่าเป็นพฤติกรรมเบี่ยงเบนแต่ประการใด ผู้คนในสังคมที่มิใช่ญาติพี่น้องลูกเมียของผู้เล่นการพนันมิได้ร่วมรู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจไปกับบรรดานักเล่นเหล่านั้น แถมซ้ำชาวบ้านในละแวกที่มีบ่อนยังอาจร่วมส่งเสริมสนับสนุนปิดบังเจ้าหน้าที่ตำรวจเนื่องจากมีผลทำให้สามารถทำมาหากินค้าขายในย่านนั้นได้อีกด้วย?

          มิใช่ว่าการนำเสนอความเห็นผ่านบทความในครั้งนี้จะแสดงความเห็นด้วยหรือสนับสนุนให้สังคมไทยมีบ่อนการพนัน หากแต่ดิฉันต้องการนำเสนอให้เห็นภาวะลักลั่นที่ดำรงอยู่ในสังคมไทยในลักษณะดังคำพังเพยที่ว่า “ปากว่าตาขยิบ” ผ่านปรากฏการณ์ที่ตำรวจไล่จับชาวบ้านที่เล่นการพนันซึ่งเป็นภาพที่ซ้อนทับกับการปล่อยให้บ่อนในขนาดต่างๆ ดำรงอยู่ในพื้นที่ด้วยข้อตกลงที่ยอมรับกันได้ หรือปรากฏการณ์ที่ตำรวจนั่งเล่นการพนันในรูปแบบต่างๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งภายในสถานีตำรวจโดยที่ตำรวจชุดเดียวกันนี้เป็นกลุ่มบุคคลที่ไล่จับชาวบ้านที่เล่นการพนัน ซึ่งหากวิเคราะห์การกระทำจากภาพเล็กๆ ขยายโยงสู่ปรากฏการณ์ในระดับใหญ่ที่มีความซับซ้อนมากขึ้นก็จะเห็นมายาคติของการสร้างภาพลวงตามากมายในโลกของตำรวจที่ล้วนปรุงแต่งให้ดูสวยหรูงดงามตามที่สังคมในอุดมคติคาดหวังอยากจะให้เป็น

          แต่โดยความเป็นจริงแล้วเหล่าบรรดาตำรวจด้วยกันต่างเข้าใจดีว่า “มันเป็นได้เพียงแค่ภาพลวงตา” ที่จำเป็นต้องสร้างขึ้นมาเพียงเพราะว่าไม่สามารถพูดความจริงได้เนื่องจากคนไทยยังพอใจที่จะอยู่กับความดัดจริตทางสังคม ดังนั้นการสร้างภาพลวงตาจึงจำเป็นต้องเกิดขึ้นทั้งๆ ที่คนในวงการต่างรู้กันดีว่ามันเป็นไปไม่ได้อย่างเช่นการที่จะไม่ให้มีบ่อนการพนันในพื้นที่ หรือการไม่ให้มีส่วยจากสถานบันเทิงเพราะ...หากเป็นเช่นนั้นตำรวจคงไม่สามารถหางบประมาณมาสร้างโรงพักที่สวยหรูงดงามเพื่อให้เข้ากับหลักเกณฑ์โรงพักเพื่อประชาชนได้...ก็จะให้ตำรวจเอางบประมาณมาจากไหนล่ะถ้าไม่ใช่...?