
ไม่ใช่บะหมี่สำเร็จรูป
ไม่ใช่บะหมี่สำเร็จรูป : บทบรรณาธิการ
รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กำลังนำประเทศไทยบ่ายหน้าผ่านเดือนในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ แต่เรื่องราว ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นราวกับวันเวลาได้ผ่านไป 6 เดือน หรือ 1 ปีเสียด้วยซ้ำไป นั่นเป็นเพราะความพยายามปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้แก่ประชาชนในยามที่หาเสียงเลือกตั้ง แล้วก็ยังต้องปรับเปลี่ยนแต่งตั้งโยกย้ายที่บังเอิญอยู่ในช่วงที่ต้องย้ายประจำปี ขณะเดียวกันปัญหาภัยพิบัติจากธรรมชาติก็ยังเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ แต่ความช่วยเหลือต้องได้รับอย่างฉับไวและทั่วถึงนั้นก็ยังเฝ้ารอดูฝีมือการแก้ปัญหาของนายกฯ หญิงคนแรกของประเทศไทย
สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดล้วนเป็นความท้าทายฝีมือ และมันสมองของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าเมื่อก้าวขึ้นมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว จะสั่งการ จัดการ อย่างไร เพราะการบริหารงานตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น ไม่ได้สำเร็จรูปใช้เวลา 49 วัน ก็ได้ชัยชนะและก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เสียงแห่งความคาดหวังเพราะได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้ง และจากคำมั่นสัญญากำลังดังขึ้นเรื่อยๆ จากทุกด้านที่พรรคเพื่อไทยได้ให้สัญญาไว้ก่อนหน้านี้
จริงอยู่ นายกรัฐมนตรีนั้นมีหน้าที่บริหาร สั่งการ ให้ระดับรองลงไปนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ แต่ที่ผ่านมาผู้นำนโยบายของนายกรัฐมนตรีไปสู่การปฏิบัตินั้นกลับมีลักษณะที่ว่า ไม่ขาด ก็เกิน มาแทบทั้งสิ้น เอาเฉพาะที่ขาดก็ดูแค่ว่า นโยบายที่ได้หาเสียงเอาไว้ในก่อนหน้านี้ แทบไม่มีนโยบายใดขับเคลื่อน หรือตอบคำถามสังคมได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน กระชากค่าครองชีพ แท็บเล็ต จำนำข้าว บัตรเครดิตเกษตรกร รวมทั้งลดภาษีรถคันแรกที่กำลังถูกมองว่านายทุนค่ายรถได้ประโยชน์
ส่วนที่ทำเกินนั้นแทบทุกเรื่องล้วนโยงใยไปหาพี่ชายที่อยู่นอกประเทศ เริ่มจากการขอเข้าประเทศญี่ปุ่น จากนั้นก็มาที่การโยกย้าย ผบ.ตร.เพื่อให้ญาติขึ้นรับตำแหน่ง แต่ต้องไปเปิดเก้าอี้เลขาฯ สมช. รองรับจนทำให้นายกฯ หญิงคนแรกต้องถูกร้องตั้งแต่ยังไม่ครบ 30 วันในการนั่งเก้าอี้นายกฯ ทั้งที่ความจริงแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์เองก็พยายามขอคำแนะนำจากผู้หลักผู้ใหญ่ถึงความเหมาะสมและผลกระทบจากการโยกย้ายครั้งนี้แล้ว แต่ก็ไม่อาจทัดทานได้
ปัญหาที่เกิดขึ้น น.ส.ยิ่งลักษณ์คงจะโทษว่าใครไม่ได้ ว่าสร้างปัญหา หรือข้ามหัวไปฟังคำสั่งที่ดูไบ แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องพิจารณาตัวเองว่า ได้แสดงภาวะความเป็นผู้นำ อันเป็นสิ่งสำคัญของการเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วหรือยัง หากว่ายัง ก็ควรจะแสดงและปฏิบัติให้เห็น เพื่อที่จะทำให้เสียงจากดูไบ เป็นเพียงคำแนะนำ ไม่ใช่คำสั่ง เพราะในวันนี้ประเทศกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เจอทั้งภัยพิบัติและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ส่วนภายนอกประเทศปัญหาเศรษฐกิจก็จ่อเข้ามาถล่ม อย่าได้คิดว่าการบริหารประเทศเป็นบะหมี่สำเร็จรูป หรือแค่ฟังคำสั่งจากดูไบก็เพียงพอแล้ว และที่สำคัญประเทศก็ไม่มีเวลาให้ใครมาทดลองงาน



