
คณะทำงานฎีกาอภัยโทษ'แม้ว'ครวญ
เสียงครวญจากยธ.'ไม่น่ามารับงานนี้เลย' : ขยายปมร้อน โต๊ะการเมือง
เห็นพรรคประชาธิปัตย์เรียงแถวนำข้อมูลมาตอบโต้กรณีรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เตรียมทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี เริ่มเห็นด้วยที่มีคนในรัฐบาลบอกว่า "พรรคประชาธิปัตย์" ถ้าเป็นฝ่ายค้านจะสร้างความกดดันในการทำงานของรัฐบาลอย่างแน่นอน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อ "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" มารับหน้าที่รัฐบาลต่อจาก "พรรคประชาธิปัตย์" หากบริหารบ้านเมืองแบบไม่ระมัดระวังอาจถูกตอกกลับชนิดไปไม่เป็น
โดยเฉพาะประเด็นเตรียมทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี เห็นชัดที่สุด เพราะเรื่องนี้มี "พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" อดีต รมว.ยุติธรรม เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง
ขณะเดียวกัน "ถาวร เสนเนียม" อดีตรมช.มหาดไทย และเป็น รมว.ยุติธรรม (เงา) ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมนำข้อมูลอีกด้านหนึ่งมาตีแผ่
โดยเฉพาะการนำเอกสารเทียบเคียงการยกเลิกคำขอพระราชทานอภัยโทษของนักโทษ ที่หลบหนีหลังถูกศาลฎีกาพิพากษาสั่งจำคุกรายหนึ่ง มาเปรียบเทียบกับกรณีของ "พ.ต.ท.ทักษิณ" ยิ่งไปลดน้ำหนักสำนวนประกอบก่อนการเตรียมทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ "พ.ต.ท.ทักษิณ"
เพราะเป็นการนำหนังสือรายงานลับของกระทรวงมหาดไทย ที่ออกโดย "ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์" สมัยเป็น "รมว.มหาดไทย" ในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2545 ที่เคยทำหนังสือรายงานถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เป็นนายรัฐมนตรีในขณะนั้น
เป็นกรณีตัวอย่างที่ลูกสาวได้ยื่นเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่บิดา "นายสุรินทร์ แสงคำ" ซึ่งถูกพิพากษาจำคุก 24 เดือน แต่บิดาหลบหนีไปตั้งแต่วันแรกที่มีการอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย ไม่เคยมาถูกจำคุก
เรื่องนี้ "ร.ต.อ.ปุระชัย" ได้ระบุเหตุผลยกฎีกาดังกล่าวว่า ผู้กระทำผิดได้หลบหนีคดี แสดงให้เห็นว่าไม่มีความสำนึกผิด ข้ออ้างประการอื่นๆ จึงไม่อาจรับฟังและไม่มีเหตุพิเศษอื่นใดที่จะสนับสนุนขอพระราชทานอภัยโทษให้ได้ จึงเห็นสมควรยกฎีกาผู้ต้องหารายนี้
"ปุระชัย" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์สันติ ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่ง "ถาวร" กล่าวถึง ก็ได้ออกมาลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อชี้ให้เห็นสาเหตุที่ยกฎีกาผู้ต้องหารายนี้
"กรณีของนายสุรินทร์ แสงคำ นั้น กระทรวงมหาดไทยได้เสนอความเห็นยกฎีกา โดยให้เหตุผลว่า นายสุรินทร์หลบหนีคดี และไม่สำนึกผิด ซึ่งคดีได้ผ่านกระบวนการยุติธรรมจนถึงชั้นศาลฎีกา เป็นที่ยุติได้ว่า นายสุรินทร์ได้กระทำความผิดตามฟ้อง และเมื่อพิจารณาข้อเท็จจริง ในส่วนที่ได้หลบหนี แสดงให้เห็นว่าไม่มีความสำนึกผิด ข้ออ้างจึงฟังไม่ได้ ไม่มีเหตุผลในการสนับสนุนให้อภัยโทษจึงเห็นควรยกฎีกา"
ถือเป็นการตอกย้ำให้เห็นกระบวนการยุติธรรมก่อนจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ
สำหรับ "อดีตรมว.ยุติธรรม" พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ได้เขียนข้อความเกี่ยวกับ "สิทธิการยื่นเรื่องราวทูลเกล้าฯ ขอรับการพระราชทานอภัยโทษกับหน้าที่ในการถวายความเห็นประกอบเรื่องราวการทูลเกล้าฯ ขอรับการพระราชทานอภัยโทษ" ลงในเฟซบุ๊กตอนที่ 2
หลังจากตอนแรกเขียนเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการยื่นเรื่องราวทูลเกล้าฯ ขอรับการพระราชทานอภัยโทษให้แก่ "พ.ต.ท.ทักษิณ" ในสมัยที่ "พีระพันธุ์" เป็น "รมว.ยุติธรรม"
การนำเสนอข้อมูลผ่าน "เฟซบุ๊ก" ของ "พีระพันธุ์" ถือเป็นยุทธวิธีการชี้แจงเพื่อต้องการสื่อสารไปยังกลุ่มโซเชียลมีเดียที่สนใจข่าวสารการเมืองเป็นหลัก ถือเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำงาน
และการที่ "พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก" รมว.ยุติธรรม แต่งตั้งคณะทำงานกลั่นกรองและตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีคณะบุคคลทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ "พ.ต.ท.ทักษิณ" จากรายชื่อคณะทำงานที่มีทั้งนักวิชาการสาขารัฐศาสตร์ นักกฎหมายและข้าราชการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวม 10 คน ประกอบด้วย
1.ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นประธาน 2.จุมพล ณ สงขลา อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 3.ศ.(พิเศษ) ธงทอง จันทรางศุ เลขาธิการสภาการศึกษา 4.ธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 5.ผศ.ดร.ศรีสมบัติ โชคประจักษ์ชัด ประธานคณะหลักสูตรสาขาวิชาอาชญาวิทยาการบริหารงานยุติธรรมและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล 6.นัทธี จิตสว่าง ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม 7.ผู้บังคับการกองคดีอาญา สำนักงานกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 8.ชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ 9.ผอ.กองนิติการ กรมราชทัณฑ์ และ 10. หัวหน้าฝ่ายอภัยโทษ กรมราชทัณฑ์
หากตรวจสอบรายละเอียดของคณะทำงานแต่ละคนล้วนมีคำถามถึงมาที่ไป ที่สำคัญการตั้งคณะกรรมการชุดนี้ ถูกตั้งคำถามตั้งขึ้น เพื่อ "ทักษิณ" เพียงผู้เดียวหรือไม่ ส่วนนักโทษรายอื่นที่กระทำเช่นเดียวกับกรณีของ "ทักษิณ" จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลเรื่องให้ด้วยหรือไม่
จากนี้ไปให้ติดตามคณะทำงานทั้ง 10 คน จะเขียนฎีกาประกอบการพิจารณาก่อนถวายความเห็นว่า ควร "พระราชทานอภัยโทษให้หรือไม่" เพราะกว่างานที่ได้รับมอบหมายจะเสร็จสิ้นอาจต้องเผชิญกับกระแสสังคมและการตรวจสอบของฝ่ายค้าน
สุดท้ายอาจมีเสียงแว่วมาจากคณะทำงานบางคนมาคิดได้ภายหลังว่า "ไม่น่ามารับงานนี้เลย"



