คอลัมนิสต์

สภาสื่อสั่นคลอน

สภาสื่อสั่นคลอน

08 ก.ย. 2554

สภาสื่อสั่นคลอน : บทบรรณาธิการ

          ไม่ว่าจะอธิบายด้วยเหตุผลใด แต่ความสำเร็จประการหนึ่งนอกจากเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการแล้ว รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้สร้างปรากฏการณ์ความหวาดระแวงให้เกิดขึ้นในวงการสื่อมวลชน จนกระทั่งนำไปสู่จุดแตกหัก เป็นจุดที่สร้างความด่างพร้อยให้เกิดขึ้นในวงการ และอาจเป็นคำอธิบายเรื่องการบริหารจัดการสื่อ ที่มีการตีความกันไปตามความคิด ความเข้าใจของแต่ละคน ในขณะเดียวกันก็เป็นการทดสอบและท้าทายบทบาทของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ในฐานะองค์กรที่ผู้ประกอบวิชาชีพทั้งหลายเห็นพ้องต้องกันให้จัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลกันเอง นี่อาจไม่ใช่บทสุดท้าย แต่เป็นบทแรกในการปฏิรูปองค์กรสื่อครั้งใหญ่

           เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2540 เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฉบับภาษาไทย-อังกฤษ 25 ฉบับ จากจำนวนทั้งสิ้น 32 ฉบับ รวมทั้งองค์กรที่เกี่ยวข้องกับหนังสือพิมพ์ 10 องค์กร ได้ร่วมกันลงนามในบันทึกเจตนารมณ์ก่อตั้ง “สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ” เพื่อเป็นการควบคุมกันเอง ส่งเสริมเสรีภาพและความรับผิดชอบ ยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ให้ดีขึ้น ในจำนวนหนังสือพิมพ์ทั้ง 25 ฉบับ มีหนังสือพิมพ์ในเครือเนชั่น ไทยรัฐ เดลินิวส์ ผู้จัดการ และมติชนรวมอยู่ด้วย และสมาชิกผู้ก่อตั้งเหล่านี้ ก็ร่วมเป็นกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์ ปฏิบัติงานในเจตนารมณ์ ควบคุมดูแลกันเอง มาอย่างต่อเนื่อง

           บริบททางสังคม ที่กำหนดให้มีขึ้นซึ่งสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เนื่องเพราะในอดีตกิจการสื่อมวลชน ถูกครอบงำและแทรกแซงจากอำนาจรัฐ โดยเฉพาะการตราพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.2484 ซึ่งให้อำนาจอธิบดีกรมตำรวจและเจ้าพนักงานการพิมพ์ในการควบคุมดูแลหนังสือพิมพ์ ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 17 ซึ่งมีสาระสำคัญให้อำนาจครอบจักรวาลแก่เจ้าพนักงานการพิมพ์ สามารถเซ็นเซอร์และปิดหนังสือพิมพ์ได้ อีกทั้งคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับที่ 42 ที่ทำให้หนังสือไม่กล้านำเสนอข่าวการเมือง เนื่องจากเกรงว่าจะถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตการพิมพ์ ในยุคที่นายสมัคร สุนทรเวช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งปิดหนังสือพิมพ์จำนวนมาก คอลัมนิสต์บางคนถูกขอร้องผ่านนายทุนไม่ให้เขียนคอลัมน์

           นี่จึงมีที่มา เป็นที่มาในการปลดแอกจากการควบคุมของอำนาจรัฐ หากแต่เมื่อปราศจากอำนาจรัฐแล้ว ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนโดยเฉพาะสื่อหลักทั้งหลาย ก็ตกลงกันว่า จะจัดตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาควบคุมดูแลกันเอง ใช้ชื่อว่า “สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ” ซึ่งเป็นรูปแบบของสภาหนังสือพิมพ์ที่ปรากฏอยู่ในหลายประเทศ สภาการหนังสือพิมพ์ไม่ได้ใช้อำนาจรัฐในการควบคุม ดูแล หากแต่ใช้หน้าที่ตามฉันทานุมัติขององค์กรหนังสือพิมพ์ทั้งหลายที่ได้ให้ไว้ตามเจตนารมณ์ในการก่อตั้งสภาการหนังสือพิมพ์ การเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติไม่ว่าวันนี้ หรือวันไหน ย่อมไม่อาจเปลี่ยนแปลงภาระหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์นี้ได้