ทุกปัญหามีทางออก
ทุกปัญหามีทางออก : บทบรรณาธิการ
ปัญหาค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ของกลุ่มผู้ใช้แรงงานได้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง เมื่อนายชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลปรับขึ้นค่าจ้างเป็นวันละ 300 บาท พร้อมกันทั่วประเทศ มาตรการรุกขึ้นอีกระดับของกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ก็เพราะไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่เตรียมนำร่องปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาทใน 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ สมุทรสาคร ปทุมธานี นครปฐม นนทบุรี และภูเก็ต
เสียงจากกลุ่มผู้ใช้แรงงานนำเสนอ เป็นสิ่งที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะประเด็น ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม และรัฐบาลคิดอย่างไรกับอีก 70 จังหวัดที่เหลือ ซึ่งต้องทำงานกว่า 8 ชั่วโมงถึงจะได้ 300 บาท เช่นเดียวกันกับข้อท้วงติงของฝ่ายนายจ้าง ที่วิงวอนรัฐบาลว่า อยากให้มีคณะกรรมการค่าจ้างกลาง เพื่อพิจารณาปรับค่าจ้างขึ้นตามนโยบายที่หาเสียง เพื่อให้เกิดความสมดุลเสมอภาคทุกจังหวัด และยังฝากถึงรัฐบาล อย่าแทรกแซงบอร์ดค่าจ้าง เพื่อที่ทุกขั้นตอนจะเดินหน้าไปด้วยดี
แม้ว่าจะมีคำชี้แจงจากนายเผดิมชัย ถึงเหตุที่ไม่สามารถปรับค่าแรงได้ทั่งถึง 77 จังหวัดพร้อมกัน เพราะพื้นฐานค่าแรงที่ไม่เท่ากัน ในขณะเดียวกันรัฐบาลยืนยันว่า จะไม่บิดเบือนนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ โดยค่าแรงใหม่ได้ตั้งเป้าไม่ถึง 2 ปี จะได้ครบครอบคลุมทุกจังหวัดแน่
ทว่าข้อเสนอของรัฐมนตรีแรงงาน ไม่ได้มีน้ำหนักเพียงพอที่ทำให้กลุ่มผู้ใช้แรงงานคล้อยตาม เมื่อมีคำประกาศจาก คสรท. ที่จะร่วมกับกลุ่มองค์การแรงงาน เดินทางไปพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อขอความชัดเจนในเรื่องการปรับค่าจ้าง 300 บาท ในเดือนมกราคม และหากรัฐบาลยังไม่ดำเนินการใดๆ กลุ่มผู้ใช้แรงงานจะล่า 5 ล้านชื่อเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง แจ้งความว่ารัฐบาลทำผิด มาตรา 53 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. พ.ศ.2550 ในเรื่องทำผิดสัญญาหาเสียง โดยสัญญาว่าจะให้แล้วไม่ทำตามที่หาเสียงไว้
จากการรับฟังข้อมูลจากหลายด้าน แน่นอนว่าฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล ย่อมมีเหตุและผลของตนเอง ส่วนจะเห็นตรงกันหรือไม่เป็นอีกประเด็นหนึ่ง แต่เราเชื่อว่า ทุกปัญหาย่อมมีทางออกอยู่เสมอ ที่สำคัญคือรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จะต้องวางน้ำหนักและให้ความสำคัญต่อค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ 300 บาท เป็นวาระเร่งด่วนอันดับต้นๆ ไม่ใช่คิดเพียงว่าเป็นแค่เทคนิคการหาเสียง ไม่จำเป็นต้องทำตามคำมั่นสัญญา หาไม่เช่นนั้นแล้ว รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่อาสาเข้ามารับใช้ประเทศ ก็ไม่ต่างอะไรกับรัฐบาลชุดก่อนที่พวกเขาเคยปรามาสไว้ว่า "ดีแต่พูด... ดีแต่โม้...แต่ทำไม่ได้"



