คอลัมนิสต์

ภัยร้ายเศรษฐกิจตัวใหม่

ภัยร้ายเศรษฐกิจตัวใหม่

29 เม.ย. 2552

ขณะที่เกือบทุกประเทศทั่วโลกกำลังพยายามแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจด้วยมาตรการต่างๆ ทั้งการอัดฉีดเงินเข้ากระตุ้นกำลังซื้อ การจ้างงาน และการลงทุน ก็มีภัยร้ายตัวใหม่ซึ่งกำลังเขย่าขวัญประชาชน และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และอันตรายต่อสุขภาพ

นั่นคือไข้หวัดหมู ซึ่งระบาดในประเทศเม็กซิโกและลามไปสู่หลายประเทศ รวมทั้งสหรัฐอเมริกา สร้างความตื่นตระหนกให้คนอเมริกัน แคนาดา เป็นอย่างมาก หลังมีผู้เสียชีวิตเกินกว่า 100 รายแล้ว

 ไข้หวัดหมูไม่ใช่เชื้อโรคตัวใหม่ แต่เป็นสายพันธุ์ซึ่งมีความร้ายแรง อันตรายถึงชีวิต ติดต่อกันผ่านทางอากาศ ลมหายใจ และสารเหลวคัดหลั่ง ไม่ต่างกันนักจากไข้หวัดนกและโรคซาร์ส ซึ่งหายไป เหลือเพียงบางส่วนในประเทศเขตร้อนเท่านั้น เช่น เวียดนาม เป็นต้น

 หลายประเทศได้ตระหนักถึงภัยตัวใหม่ต่างพยายามป้องกันการแพร่ระบาดอย่างมาก เพราะคนไข้มีในหลายประเทศ รวมทั้งนิวซีแลนด์ หลังจากมีนักเรียนเดินทางกลับจากเม็กซิโก ในประเทศแถบเอเชียยิ่งตื่นตัวเพราะมีประสบการณ์ด้านโรคไข้หวัดนก และโรคซาร์สก่อนหน้านี้ ส่วนประเทศตะวันตกมีกรณีเชื้อโรควัวบ้าและไข้หวัดนก แม้จะไม่แพร่กระจายมากนัก

 รัฐบาลไทยไม่นิ่งนอนใจ ได้เตรียมการป้องกันทุกทางทั้งการเดินทางของผู้โดยสารเครื่องบิน มีการตรวจจับอุณหภูมิของร่างกาย และเตือนให้เจ้าของฟาร์มหมูระวังมากกว่าเดิม เพราะหากติดเชื้อจะสร้างความเสียหายกว่ากรณีไข้หวัดนก เพราะหมูมีมูลค่าสูงกว่า ทั้งด้านต้นทุนการเลี้ยง ระยะเวลา ราคาต่อตัว หากหมูเสียชีวิตยกเล้า จะสร้างความเสียหายต่อเจ้าของฟาร์มอย่างมากมาย จนถึงขั้นขาดทุน สิ้นเนื้อประดาตัว

 แม้จะยังไม่มีข่าวเรื่องการแพร่ระบาดในประเทศไทย ข่าวเรื่องไข้หวัดหมูได้ทำให้ราคาหมูตกจากระดับก่อนหน้านี้ ซึ่งมีเสียงบ่นจากผู้บริโภคว่าเนื้อหมูราคาแพงถึง 120-140 บาทต่อ 1 กก. เมื่อประชาชนไม่กล้าบริโภคเนื้อสุกร ทำให้ความต้องการลดลง ส่งผลกระทบถึงราคา ดังนั้นรัฐบาลต้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อประชาชนผู้บริโภคว่าอันตรายไม่ได้เกิดจากบริโภคเนื้อสุกร หากทำให้สุกด้วยอุณหภูมิสูง รวมทั้งให้สังเกตอาการสุกรที่เลี้ยงไว้ และรักษาสุขภาพส่วนตัว หากผิดปกติต้องเร่งปรึกษาแพทย์โดยด่วน

 นอกจากนั้นต้องเตรียมมาตรการทั้งการป้องกัน ควบคุมและรักษา เช่นการเก็บวัคซีน ยารักษาโรคให้เพียงพอ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อประชาชนว่าหากเกิดติดเชื้อแล้วมีหนทางรักษาไม่ให้เสียชีวิต ทั้งนี้ต้องใช้ประสบการณ์จากการรับมือกับโรคไข้หวัดนกก่อนหน้านี้ รวมทั้งกำชับข้าราชการในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งมีการเลี้ยงสุกรมากมาย เช่น นครปฐม ให้เฝ้าระวัง หากมีข่าวการติดเชื้อแพร่ระบาด ความใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ อาจสร้างความแตกตื่นให้ประชาชน เหมือนในกรุงเม็กซิโกซึ่งประชาชนได้อพยพหนีการติดเชื้อ สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจทุกด้าน โดยเฉพาะการค้า การท่องเที่ยว เป็นการซ้ำเติมสภาวะปัจจุบันให้เลวร้ายกว่าเดิม