คอลัมนิสต์

นครแห่งความหวาดระแวง

นครแห่งความหวาดระแวง

28 เม.ย. 2552

ความพยายามลากดึงทุกเรื่องราวให้เป็นประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์เมษาจลาจล กำลังลุกลามบานปลายเป็นปมปัญหาที่ต้องตามแก้ ตามอธิบายกันไม่มีที่สิ้นสุด ถึงแม้การนำความเท็จออกมาประจานตัวเองของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย

 เมื่อปลายสัปดาห์ก่อน จะทำให้ประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใด หูตาสว่างและเข้าใจความเป็นจริง จากโกหกคำโตว่าด้วยคนตายของฝ่ายค้านมากขึ้น แต่ก็มิอาจหยุดยั้งความพยายามของ ส.ส.เสื้อแดง ที่จะนิมิตเรื่องราวใหม่ๆ ขึ้นมา นับจากการตายของ รปภ. 2 คน ในแม่น้ำเจ้าพระยา จนกระทั่งการตายของพลทหารรับใช้แม่ทัพกองทัพภาคที่ 1

 ญาติพี่น้องของผู้ตายเหล่านี้ได้กลายเป็นเหยื่อแห่งความขัดแย้ง เป็นเครื่องมือบิดเบือน แพร่ข่าวร้ายด้วยความต้องการเชื่อมโยงให้เห็นการใช้ความรุนแรงของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ศพผู้วายชนม์เองก็ไม่สามารถจัดการพิสูจน์สาเหตุการตายได้ เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างก็ไม่ยอมกัน ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง ความตายของพลทหารอภินพ เครือสุข ทหารรับใช้ พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพกองทัพภาคที่ 1 ภายในค่ายทหาร ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่กำลังถูกขยายผลเพื่อแสดงถึงความโหดร้าย เหี้ยมเกรียมของรัฐบาล ด้วยเรื่องราวที่ว่าพลทหารรายนี้ถูกทำร้ายจนถึงชีวิต

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์"  เมื่อเช้าวันอาทิตย์ (26 เม.ย.) ว่า การตายของพลทหารอภินพ เครือสุข ที่เคยดูแลบ้านพักที่เขาพักอยู่ในค่ายทหารระหว่างสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น เกิดขึ้นภายหลังที่ไม่ได้พักอยู่ในบ้านแล้ว นอกจากนั้น สาเหตุการตายก็มาจากอุบัติเหตุ อย่างไรก็ตาม เป็นหน้าที่ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ต้องทำหน้าที่ในการตรวจพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิต ว่าเกิดจากอะไร โดยทุกกระบวนการต้องกระทำอย่างโปร่งใส และย้ำว่าไม่มีผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ

 แน่นอนว่า ปรากฏการณ์ปล่อยข่าว บิดเบือน ให้ร้าย โดยมุ่งประสงค์ให้ผู้คนหวาดระแวง เข้าใจผิด ย่อมเป็นการเพาะเชื้อความรุนแรงให้เกิดขึ้นอีก สถานการณ์ใจกลางมหานครยามนี้ใกล้จะเป็นเช่นเหตุการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวคือ ไม่ว่าการฆ่า การทำร้ายร่างกาย การใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ จะมาจากสาเหตุแท้จริงอย่างไร แต่ทุกเรื่องก็ถูกประกอบสร้างให้เป็นเรื่องการก่อการร้าย ความขัดแย้งทางการเมือง ผู้คนจำนวนไม่น้อยพร้อมที่จะเชื่อ และยอมจำนนต่อการชักจูงใจของผู้นำด้วยพื้นฐานความเกลียดชังที่มีต่อฝ่ายตรงข้ามอยู่แล้ว สังคมไทยคงต้องตกอยู่ในหล่มโคลนแห่งความเท็จและความหวาดระแวงเช่นนี้ไปอีกแสนนาน