คอลัมนิสต์

อย่าให้ต้องเผชิญหน้า

อย่าให้ต้องเผชิญหน้า

05 ก.ย. 2554

อย่าให้ต้องเผชิญหน้า : บทบรรณาธิการ

           ยังไม่ทันที่คำวิพากษ์วิจารณ์คัดค้านแผนการปลด พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งดำเนินไปอย่างเป็นขบวนการ ในทำนองว่ารัฐมนตรีลุแก่อำนาจ รัฐบาลรังแกข้าราชการ และเล่นพวกจะจางหายไปจากกระแสสังคม ได้เกิดความเคลื่อนไหวใหม่ในกลุ่มคนเสื้อแดงซึ่งมีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงแนบแน่นกับรัฐบาล เรียกร้องให้เร่งดำเนินการขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องโทษจำคุก 2 ปี และอยู่ระหว่างหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ ตามที่คนเสื้อแดงเคยรวบรวมรายชื่อ 3.6 ล้านชื่อ ยื่นเรื่องตามขั้นตอนเมื่อ 2 ปีก่อน ทั้งนี้ ยังไม่นับรวมกรณีข้อเคลือบแคลงเรื่องการขอให้รัฐบาลญี่ปุ่นออกวีซ่าให้ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือความเคลื่อนไหวอย่างคลุมเครือที่จะคืนพาสปอร์ตแดงให้แก่อดีตนายกรัฐมนตรี

            มีคำยืนยันจากกรมราชทัณฑ์ และกระทรวงยุติธรรมชัดเจนแล้วว่า กรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่น่าจะเข้าข่ายขอรับพระราชทานอภัยโทษได้ เมื่อเทียบเคียงกับแนวทางการปฏิบัติและฎีกาในอดีตซึ่งพอจะยึดถือเป็นบรรทัดฐานได้ ด้วยเหตุที่ พ.ต.ท.ทักษิณ หลบหนีคดี ซึ่งก็แน่นอนว่า ยังไม่ได้รับโทษจองจำเสียก่อน จึงค่อยยื่นเสนอขอพระราชทานอภัยโทษ กระนั้นก็ตาม ที่สุดแล้วก็ขึ้นกับการตัดสินใจของ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ว่าจะทำความเห็นประกอบเสนอต่อสำนักพระราชวัง นำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษหรือไม่

            การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดงออกมาระบุว่า กลุ่มต่อต้านล้มล้างรัฐบาลจะก่อความปั่นป่วนวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองหลังวันที่ 5 ธันวาคม ประเด็นนี้ยิ่งน่าจับตายิ่งเมื่อย้อนคิดถึงคำพูดซ้ำๆ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ประกาศว่า จะกลับประเทศไทยในช่วงปลายปีนี้ หรือประมาณเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ขณะที่ความพยายามผลักดันให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 กำลังขับเคลื่อน และคาดว่าจะผลักดันเข้าสู่รัฐสภาในห้วงเดียวกัน

            ในเมื่อขณะนี้ขั้นตอนการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฝ่ายการเมือง ซึ่งไม่ว่ารัฐบาลจะตัดสินใจสนองตอบข้อเรียกร้องหรือไม่ก็ตาม จำเป็นอย่างยิ่งที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ได้ประกาศภารกิจเร่งด่วน ทั้งเรื่องการแก้ไขปัญหาปากท้อง ภัยธรรมชาติ ความสมานฉันท์ปรองดองของคนในชาติ และนำพาความสุขคืนกลับให้ประชาชนชาวไทย จะต้องตอบคำถามให้เป็นที่กระจ่างให้แก่คนทุกฝ่ายโดยไม่เลือกข้างเลือกสีหรือเอนเอียงถึงเหตุผลของการตัดสินใจนั้น เพราะไม่ว่าจะเลือกทางใดก็ย่อมที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการเผชิญหน้ากันขึ้นมาอีก