คอลัมนิสต์

มทภ.4ลั่น'ไม่ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชน'

มทภ.4ลั่น'ไม่ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชน'

29 ส.ค. 2554

มทภ.4ลั่น'เราไม่ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชน': ตะลุยกองทัพ โดย ปัญญา ทิ้วสังวาลย์

          สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าขณะนี้กำลังเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านอำนาจจากรัฐบาลประชาธิปัตย์มาสู่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย แม้แต่ครูที่เป็นแม่พิมพ์ของชาติและพระภิกษุ ก็ไม่ละเว้น ซึ่งปัจจุบันยอดการเสียชีวิตของครู และพระภิกษุ ต้องเซ่นเหตุการณ์ “ไฟใต้” ไปแล้วกว่า 100 คน แต่ถ้ารวมประชาชนผู้บริสุทธิ์ไปด้วยก็คงไม่ต่ำกว่า 1,000 ชีวิต

           “คม ชัด ลึก” มีโอกาสสนทนากับ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 ถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ว่า กองทัพก็มีมาตรการในการดูแลอยู่แล้ว แต่กลุ่มก่อความไม่สงบเป็นพวกที่ไม่มีศาสนา เขาต้องการก่อการร้ายเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความหวาดกลัว ให้รัฐหวาดกลัว กลุ่มคนเหล่านี้ต้องการต่อรอง จึงพยายามก่อเหตุเรื่อยๆ แต่ถ้าทำไปแล้วประชาชนไม่เห็นด้วย ขณะที่รัฐเห็นว่าทนไม่ไหวน่าจะต่อรองก็จะเข้าทางกลุ่มคนร้ายเหล่านี้ การแก้ไขปัญหาในพื้นที่เราจะต้องช่วยกันจากหลายฝ่ายเพื่อให้เกิดความสงบสุข

           “สื่อจะต้องช่วยกันประณาม เพราะเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นไม่มีใครประณามกลุ่มก่อการร้ายเหล่านี้ มีแต่ประณามเจ้าหน้าที่ว่าไม่สามารถดูแลและทำให้เกิดความสงบได้ สิ่งที่เกิดขึ้นการประณามเจ้าหน้าที่สามารถทำได้ง่าย การที่ผมพูดแบบนี้ผมไม่ได้แก้ตัว แต่ถ้าเราช่วยกันประสานงานกันหลายๆ ฝ่าย เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นเราจะต้องช่วยกันประณาม ไม่ใช่มาโจมตีรัฐตลอด ทำแบบนี้ยิ่งเป็นการซ้ำเติม ทำให้กลุ่มก่อการร้ายฮึกเหิม เพราะเป็นแนวทางของกลุ่มคนเหล่านี้ที่พยายามวางแผนทำให้เกิดความไม่สงบขึ้นในพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่แหล่งชุมชน เมื่อเราจับทางในการปฏิบัติของกลุ่มก่อการร้ายได้ ก็มีการแผนมาปฏิบัติการกับเจ้าหน้าที่แทน”

           พล.ท.อุดมชัยกล่าวว่า แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางกองทัพได้มีการปรับเพื่อให้เกิดความเข้มข้นตลอดเวลาอยู่แล้ว เพื่อให้เกิดความทันสมัยต่อเหตุการณ์มากที่สุด ฉะนั้นทำอะไรก็แต่จะต้องปรับ และดูข้อบกพร่องกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ถามว่าปรับแผนแล้วทำไมเหตุการณ์ถึงไม่ดีขึ้นเลยนั้น ตนมองว่าสถานการณ์ในภาพรวมมันดีขึ้นโดยทั่วไป แต่อาจจะมีการช่วงชิงในการก่อเหตุบ้าง ตั้งแต่ตนเข้ามารับตำแหน่งในตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 เพิ่งเกิดเหตุการณ์ยิงพระภิกษุ 1 ครั้ง และระเบิดอีก 1 ครั้ง แต่ก็พยายามแก้ไขปัญหาทุกอย่าง โดยการรวมสถิติการก่อเหตุ โดยเฉพาะจำนวนยอดผู้เสียชีวิตในพื้นที่น้อยลงมาก แต่ก็จะพยายามจะดูแลไม่ให้เกิดการเสียชีวิต

           แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า กำหนดการที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม คนใหม่จะลงพื้นที่เพื่อติดตามงานการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาจจะเป็นตัวแทนของนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นหนึ่งในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็น ผอ.รมน. อย่างไรก็ตาม แผนการปฏิบัติการทางกองทัพได้มีการปรับอยู่ตลอดเวลา หากไม่ปรับการทำงานของเราก็จะแย่ลง ช่วงนี้ให้สังเกตว่าการปฏิบัติการเราไม่ได้ไปล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชน เพราะถือเป็นหลักกติกาสากลที่เราพยายามปรับอยู่ ไม่ใช่ว่ามีอำนาจแล้วจะเข้าไปทุบตีคนร้าย หรือ ทรมาน ยืนยันว่ากองทัพไม่ทำ จึงทำให้มีคนออกมามอบตัวเป็นจำนวนมากขึ้น

           “กลุ่มก่อการร้ายพยายามก่อเหตุเพื่อกดดันมวลชน และรักษามวลชนของเขาไม่ให้ออกมาและไม่ต้องการให้คนกล้าเข้าไปในพื้นที่ที่ก่อเหตุ ซึ่งถือเป็นหลักการใหญ่ของกลุ่มก่อการร้าย ผมพยายามดำเนินการตามหลักการของกฎหมายทุกอย่างไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเด็ดขาด อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ก็ได้มอบหมายไว้อย่างชัดเจนในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่แล้ว ผมอยากให้กลุ่มคนร้ายออกมามอบตัว เพื่อเปิดทางให้ใช้ชีวิตอย่างปกติสุขเหมือนกับประชาชนในพื้นที่ได้ กองทัพไม่ได้ดูว่าคนเหล่านี้เป็นอาชญากรโดยสันดาน ซึ่งการปฏิบัติงานของกองทัพไม่เหมือนกับประเทศอื่นๆ ที่มีการฆ่ากัน”

           พล.ท.อุดมชัยกล่าวอีกว่า การที่เราบังคับใช้กฎหมาย และกติกาสากลไม่ได้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเพื่อใช้เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ถือเป็นจุดแข็งที่เรามีอยู่ ส่วนจุดอ่อนของเราคือการปฏิบัติการของกำลังพลอยู่ในพื้นที่สว่าง แต่กลุ่มก่อการร้ายอยู่ในที่มืด และแฝงตัวอยู่กับประชาชนผู้บริสุทธิ์ บางครั้งเมื่อทำกับเจ้าหน้าที่ไม่ได้เขาก็หันกลับไปทำกับชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ที่เขาแฝงตัวอยู่แทน เราจะต้องช่วยกันประณามกลุ่มคนร้ายที่อยู่ในมุมมืด ทั้งนี้ สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะนำเสนอแก่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ในระหว่างการเดินทางลงพื้นที่ รวมถึงภาพรวมต่างๆ ให้ได้รับทราบ

           “ยุทธศาสตร์หลักในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ของ กอ.รมน. คือ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และ เศรษฐกิจพอเพียง เป็นแกนหลักในการดำเนินการ ส่วนยุทธศาสตร์รองคือการลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน แต่บางส่วนก็อาจจะยังไม่เข้าใจได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เราก็จะต้องเข้าไปทุกอย่างจะต้องใช้ระยะเวลา แต่การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับภัยแทรกซ้อนในเรื่องปัญหายาเสพติด น้ำมันเถื่อน เราพยายามลุยปราบปรามอย่างเต็มที่ เพราะเห็นว่าสิ่งเหล่านี้ไปเชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้ายที่มาก่อเหตุ กองทัพพยายามเข้าไปเร่งปราบปรามพวกนี้ จึงทำให้กลุ่มคนร้ายพยายามโหมกระพือวางระเบิดเพื่อยับยั้งสกัดกั้นเจ้าหน้าที่เพื่อให้เปิดช่องว่าง เพื่อให้เขามีอิสระในการค้าขายได้มากขึ้น”

           พล.ท.อุดมชัยกล่าวว่า ปัญหาภัยแทรกซ้อนที่ว่าคือท่อน้ำเลี้ยงสำคัญที่กองทัพจะต้องดำเนินการ ส่วนประเทศไทยที่ต่างชาติจัดระดับภัยก่อการร้ายอันดับที่ 12 ของโลกนั้น ต่างชาติก็พยายามดึงข้อมูลไปเรื่อย ประเทศอเมริกาเองที่เป็นประเทศมหาอำนาจก็ยังโดนเลย ใครมีอำนาจก็สามารถลุกขึ้นมาเขียนจัดอันดับได้ อีกทั้งเห็นว่าอยากให้ปัจจัยภายนอกเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหากับเราด้วย ดังนั้นอย่าไปหลงประเด็นกับสิ่งเหล่านี้ และอย่าไปตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น กำลังที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน