คอลัมนิสต์

อนาคตลิเบียในมือใคร

อนาคตลิเบียในมือใคร

26 ส.ค. 2554

อนาคตลิเบียในมือใคร : บทบรรณาธิการ

            ถึงนาทีนี้ทั่วโลกต่างไม่สงสัยว่าเวลาที่พันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี บุรุษผู้ทรงอำนาจสูงสุดในลิเบียมานานกว่า 4 ทศวรรษจะได้บริหารประเทศต่อไปกำลังหดสั้นลงทุกที หลังจากฝูงเครื่องบินรบของกลุ่มนาโตได้เร่งปูพรมทิ้งระเบิดถล่มที่มั่นของทหารรัฐบาลและเซฟเฮ้าส์ของพันเอกกัดดาฟีในกรุงตริโปลีอย่างหนัก เปิดทางให้ฝ่ายกบฏยกกำลังยึดเมืองหลวงโดยประสานกำลังกับฝ่ายต่อต้านที่ฝังตัวอยู่ในเมืองหลวงและได้รับการติดอาวุธที่ลักลอบขนเข้ามาไม่ขาดสาย

             คำถามมีอยู่ว่า ถ้าหากรัฐบาลกัดดาฟีพลิกคว่ำลงตามความคาดหมายแล้ว อนาคตของลิเบียจะเป็นเช่นใด เพราะจนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้นำฝ่ายต่อต้านที่โดดเด่นเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายที่จะเข้ามาเป็นผู้นำรัฐบาลเฉพาะกาลเพื่อดูแลความสงบสุขของสังคมและเร่งฟื้นฟูประเทศหลังสิ้นสุดสงครามกลางเมืองนาน 6 เดือน ในเมื่อสภาการถ่ายโอนอำนาจแห่งชาติ (เอ็นทีซี) เองยอมรับว่าไม่มีอำนาจที่จะไปห้ามปรามฝ่ายกบฏไม่ให้เผาบ้านเผาเมืองและปล้นสะดมทรัพย์สินของประชาชนดังที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้

             ที่สำคัญก็คือรัฐบาลเฉพาะกาลจะมีอำนาจแท้จริงหรือไม่ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำมันจำนวนมหาศาล รวมทั้งการบริหารสินทรัพย์ในต่างประเทศราว 1.68 แสนล้านดอลลาร์ที่ประเทศตะวันตกหลายประเทศเตรียมยกเลิกการอายัดทรัพย์สินเหล่านั้นเพื่อให้นำไปใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งได้รับความเสียหายคิดเป็นมูลค่าถึง 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์

             หลายคนอดวิตกไม่ได้ว่าอำนาจการบริหารแท้จริงจะอยู่ในมือของนักลงทุนตะวันตกที่กำลังฝันหวานว่าจะสามารถเพิ่มการผลิตน้ำมันในลิเบียเป็นวันละ 3.5 แสนบาร์เรลภายใน 3 เดือน ก่อนจะเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันเป็น 5.85 แสนบาร์เรล ในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้า

             อีกคำถามหนึ่งก็คือประชาคมโลกจะยอมให้มหาอำนาจตะวันตกใช้องค์การสหประชาชาติและองค์การความร่วมมือทางทหารของพันธมิตรตะวันตกเป็นเครื่องมือในการล้มล้างรัฐบาลประเทศใดประเทศหนึ่งด้วยข้ออ้างตื้นๆ เพียงแค่ว่าเพื่อสร้างประชาธิปไตยขึ้นในประเทศนั้นอีกต่อไปหรือไม่แบบเดียวกับที่สหรัฐเคยใช้เป็นเหตุผลในการส่งทหารบุกยึดอัฟกานิสถานและอิรัก

             คำถามนี้มีขึ้นเนื่องจากมีหลักฐานชัดเจนว่าสหรัฐกำลังมุ่งมั่นจะล้มรัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซัดแห่งซีเรียให้ได้ ด้วยข้อกล่าวหาเดียวกับที่กล่าวหาพันเอกกัดดาฟี ตามด้วยการหาเหตุจะยึดอิหร่านเป็นรายถัดไป ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนนี้เท่ากับว่าสหรัฐสามารถคุมเส้นทางขนส่งน้ำมันในอ่าวเปอร์เชียไว้ในมือแต่ผู้เดียว จนไม่ต้องห่วงใยอีกต่อไปว่าเศรษฐกิจของประเทศจะถดถอยหรือไม่ ในเมื่อมีบ่อน้ำมันของหลายประเทศในตะวันออกกลางเป็นหลักประกันอยู่แล้ว