
นโยบายดีต้องทำได้
นโยบายดีต้องทำได้ : บทบรรณาธิการฉบับวันพุธที่ 24 สิงหาคม 2554
รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แถลงนโยบายต่อรัฐสภาไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2554 โดยมีเนื้อหาเร่งรัดนโยบาย 2 ส่วน ประกอบด้วยนโยบายเร่งด่วนที่ต้องทำใน 1 ปีมี 16 ด้าน และนโยบายระยะยาว 4 ปี ที่อยู่ในรัฐบาล ซึ่งหลักๆ จะเดินหน้าสร้างความปรองดองความสามัคคีให้เกิดขึ้นในสังคม แก้ปัญหายาเสพติดให้เป็นวาระแห่งชาติ ขณะเดียวกันเน้นพัฒนาเศรษฐกิจยั่งยืน สร้างการขนส่งระบบรางทั่วประเทศ และเดินหน้าปูพรมตามแนวที่หาเสียงไว้ให้เป็นจริง แถมยังเดินหน้าแนวนโยบายที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นคนคิดให้รัฐบาลนี้เป็นคนทำ อย่างถมทะเลเพื่อรับมือภัยพิบัติธรรมชาติ และยืนยันย้ำว่าขอให้มั่นใจจะบริหารประเทศด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
นายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่า “นโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลยึดหลักการบริหารที่มีความยืดหยุ่นที่คำนึงพลวัตการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบต่อนโยบายของรัฐบาล นโยบายรัฐบาลมีจุดมุ่งหมาย 3 ประการ คือ 1.เพื่อนำประเทศไปสู่โครงสร้างเศรษฐกิจที่สมดุล มีความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้น 2.เพื่อนำไทยไปสู่สังคมที่มีความปรองดองสมานฉันท์ และอยู่บนพื้นฐานของหลักนิติธรรมที่เป็นมาตรฐานสากลเดียวกันและมีหลักปฏิบัติที่เท่าเทียมกันต่อประชาชนคนไทยทุกคน และ 3.เพื่อนำประเทศไทยไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 อย่างสมบูรณ์ โดยสร้างความพร้อมและความเข้มแข็งทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การเมือง และความมั่นคง
อย่างไรก็ตามแม้รัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของนางสาวยิ่งลักษณ์ จะมองข้ามนโยบายหลายอย่างของรัฐบาลที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทั้งนโยบายประกันรายได้เกษตรกร กองทุนน้ำมัน เป็นต้น แต่นายอภิสิทธิ์ได้เรียกร้องให้รัฐบาลใหม่สานต่อนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนต่อไป อาทิ นโยบายการประกันรายได้เกษตรกร กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความเหลื่อมล้ำทางสังคม สวัสดิการทางสังคม อาทิ กองทุนส่งเสริมคุณภาพชีวิตประชาชน เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เนื่องจากเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง จึงไม่อยากให้เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ และประชาชนจะเสียโอกาส เพราะรัฐบาลเก่าได้ริเริ่ม และเดินหน้าไปแล้ว
อีกประเด็นที่นายอภิสิทธิ์ตั้งข้อสังเกตด้วยความห่วงกังวล คือ การแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ ที่รัฐบาลระบุว่าเป็นนโยบายเร่งด่วนดำเนินการในการยกร่าง เพราะจากผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนเท่าเรื่องปากท้องของประชาชน และยังจะเป็นตัวเร่งให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม ดังนั้น รัฐบาลจะต้องระบุให้ชัดว่าจะทำอย่างไร และเห็นว่าเรื่องนี้จะเป็นตัวพิสูจน์ว่าการดำเนินนโยบายของรัฐบาลนั้นเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริงหรือไม่...ไม่อย่างนั้นนโยบายดี แต่ทำไม่ได้ ไม่แตกต่างจากเศษกระดาษ



