คอลัมนิสต์

ชัยชนะยังยาวไกล

ชัยชนะยังยาวไกล

23 ส.ค. 2554

ชัยชนะยังยาวไกล : บทบรรณาธิการ

          คำพิพากษาศาลปกครองกลาง ให้ยกคำร้องในคดีที่นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร หนึ่งในผู้สมัครสรรหาเป็นคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านเศรษฐศาสตร์ ยื่นฟ้องนายจตุรงค์ ปัญญาดิลก ประธานคณะกรรมการสรรหา กรรมการสรรหาทั้งคณะ และเลขาธิการวุฒิสภา กรณีดำเนินการสรรหา กสทช.ไม่ชอบ อันมีผลให้กระบวนการในการเห็นชอบของวุฒิสภา ที่จะโหวตเลือก กสทช.ทั้ง 44 คน ให้เหลือเพียง 11 คน  ให้เสร็จภายในวันที่ 11 กันยายนนี้ ได้ดำเนินต่อไป ยังมิอาจเรียกว่าชัยชนะอย่างเต็มคำ ภายหลังองค์กรภาคีเครือข่ายติดตามเฝ้าระวังการล้มกระบวนการสรรหา กสทช.ได้เคลื่อนไหวออกแถลงการณ์เพื่อคัดค้านความพยายามในการล้มกระดานการสรรหา กสทช.

           คดีของนายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร เป็นหนึ่งในห้าของคดีที่มีการฟ้องร้องเกี่ยวกับกระบวนการสรรหา กสทช. ยังมีอีก 3 คดีในศาลปกครอง และอีก 1 สำนวนในศาลอาญา คดีนายสุรนันท์ ศาลยกคำร้อง โดยวินิจฉัยว่า การประชุมลับของคณะกรรมการสรรหา เพื่อพิจารณาคัดเลือก กสทช.นั้น ถูกต้องตามระเบียบวุฒิสภาว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา กสทช.แล้ว คดีที่เหลือก็น่าจะมีแนวโน้มเช่นเดียวกัน หากอ้างเหตุในลักษณะเดียวกัน แต่ใช่ว่าความพยายามของผู้กำลังจะสูญเสียอำนาจ และผลประโยชน์ก้อนใหญ่จะสิ้นสุด ความพยายามที่จะสร้างเงื่อนไข หรือความวุ่นวาย ความหวาดกลัวให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ก็ยังดำเนินต่อไป ตราบใดที่คนเหล่านั้นยังเห็นช่องทาง แม้กระทั่งการเข้าไปก้าวก่ายของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องเลย

           ไม่ว่าจะเป็นยุคพรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคเพื่อไทย ดีเอสไอ ไม่เคยปลอดจากการเมือง ถึงวันนี้อาจไม่มีใครรู้ว่าคดีข้อหาก่อการร้าย ที่เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของดีเอสไอนั้นเป็นการคิดค้นโดยดีเอสไอ เพื่อป้องกันมิให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี จะต้องรับโทษฐานฆ่าคนตายไม่ว่าโดยเจตนา หรือไม่เจตนา เพราะข้อหาก่อการร้าย กลายเป็นความชอบธรรมของนายอภิสิทธิ์ ที่จะสั่งการให้สังหารคนโดยไม่มีความผิด ในขณะที่คดีที่เกี่ยวข้องกับการสรรหา กสทช. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ที่อยู่รอดปลอดภัยมาสู่ยุค น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทยได้อย่างไร้กังวล ก็ทำประหนึ่งว่ากระบวนการสรรหา กสทช.เป็นอาชญากรรมร้ายแรงยิ่ง

           น่าแปลกใจในความพยายามอย่างมาก จนผิดสังเกตของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ที่คดีพิเศษไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับกระบวนการสรรหา กสทช.แต่อย่างใด แม้กระทั่งคดีนายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร ซึ่งศาลปกครองกลาง ยกคำร้องวันนี้ นายธาริตยังยืนยันว่าเป็นประเด็นเล็กน้อย ไม่ใช่ประเด็นหลัก โดยยกฟ้องในประเด็นที่นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร ขอให้เพิ่มชื่อตัวเองเข้าไปในรายชื่อ 22 รายชื่อ ส่วนประเด็นหลักๆ ที่ฟ้องว่ากระบวนการสรรหาไม่ชอบ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง คำถามก็คือ ไฉนนายธาริตจึงเป็นห่วงสถานภาพของ กสทช.มากกว่าสถานะของตัวเอง