เจาะประเด็นร้อน

ขยายปมร้อน

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ขยายปมร้อน + ยุบสภาดีที่สุด + สถานการณ์มาถึงตรงจุดนี้ ถึงแม้ว่าสถานภาพของ ส.ส.ที่ถูกยุบพรรคทั้งระบบเขต และสัดส่วนจะได้รับการคลี่คลาย ว่าสามารถโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ แต่ทางตันที่มองเห็นอยู่ข้างหน้า ก็ยังหาเส้นทางอื่นหลบเลี่ยงไปได้ไม่ ท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาลเดิมอย่างน้อย 2 พรรค เริ่มแสดงออกมาแล้วว่า ว่าที่นายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย หรือพลังประชาชนเดิมนั้น อาจจะหนักหนาสาหัสยิ่งกว่า สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่เป็นเครือญาติ ขึ้นครองเมือง "นอมินี" ผู้ไม่อาจบิดพลิ้วคำสั่ง น่าจะเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีที่เพิ่มวิกฤติเสียยิ่งกว่าที่เคยเป็น สถานการณ์เช่นนี้ พรรคร่วมรัฐบาลอาจตีจากได้ทุกเมื่อ เช่นเดียวกับกลุ่มก้อนภายในพรรค ที่อาจจะแปรสภาพเปิดตำนาน "งูเห่า" รอบใหม่ ที่น่าจะ "ได้ใจ" คนที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายได้ไปแบบเต็มๆ เต็มชนิดลืม "ยี้" กันเลยทีเดียว แต่ถ้าหนักสุด ทหารอาจออกมายึดอำนาจอีกครั้ง ! โดยที่ไม่รู้ว่า ครั้งนี้ จะยาวนานแค่ไหน และการ "จัดการ" กับกลุ่มการเมืองที่เคยท้าทายเมื่อครั้ง คมช.จะเป็นรูปแบบใด ที่สำคัญเมื่อถึงวันเลือกตั้ง ทักษิณ ชินวัตร จะยัง "ขายได้" และ "จ่าย" เหมือนเดิมหรือเปล่า ความไม่แน่นอนในวันข้างหน้า เมื่อชั่งน้ำหนักกับสิ่งที่มีอยู่ในวันนี้ คำถามหนักๆ ในวงแกนนำพรรคพลังประชาชน ที่ตอนนี้เป็นพรรคเพื่อไทย จึงต้องชั่งน้ำหนักว่า จะดึงดันเดินหน้าโหวตเลือก นายกฯ หรือจะยอมรับเงื่อนไขที่ได้รับมา ทั้งจากกองทัพ และภาคเอกชน ยุบสภา หรือยอมสลับขั้วให้ประชาธิปัตย์ขึ้น หรือยอมให้มีรัฐบาลแห่งชาติ ถ้าจะเลือกแสดงสปิริต ยอมให้สลับขั้ว ระยะเวลาที่เหลืออีก 2 ปีเศษ พลพรรคเพื่อไทย พร้อมหรือไม่ ที่จะเป็นพรรคฝ่ายค้าน ? แล้วไปลุ้นเอาในวันเลือกตั้งว่า ด้วยสปิริตแรงกล้าขนาดนี้ ประชาชนจะเทคะแนนเสียงให้กลับมาอีกครั้ง แนวทางนี้ต้องเรียกว่า ปิดประตูตายได้เลย ไม่ใช่แค่เพียงพลพรรคที่ยังเหลืออยู่ไม่ยอม หากแต่ "ผู้เร่ร่อนในต่างแดน" ก็ไม่ยอมเช่นกัน แล้วแนวทางตั้งรัฐบาลแห่งชาติล่ะ ? หนทางนี้มีความเป็นไปได้บ้าง ถ้าไม่มีทางอื่นให้เลือกอีกแล้ว เพราะเมื่อเป็นรัฐบาลแห่งชาติแล้ว "สัญญาประชาคม" ที่ให้ไว้ ย่อมไม่อาจต่อรอง หรือเรียกร้อง โดยยกเอาจำนวนเสียงมาอ้างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่อยากได้ กระทรวงหลักที่ยิงตรงถึงรากหญ้า อันมีผลต่อคะแนนเสียง น่าจะต้องถูกยึดไปเพื่อให้ "คนกลาง" เช่นเดียวกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่จำต้องร่วมแรงร่วมใจ (กล้ำกลืนก้อนเลือด) แก้รัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางให้ "คนนอก" แน่นอนว่า หากเลือกหนทางนี้ จะต้องเจอกับแรงเสียดทานทั้งจากกลุ่มก้อนภายในพรรค และจาก "ผู้เร่ร่อนในต่างแดน" ที่มุ่งหวังให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเอื้อประโยชน์ที่จะกลับมาในฐานะผู้บริสุทธิ์ เพราะเมื่อเป็นรัฐบาลแห่งชาติ ก็ย่อมจะต้องทำเพื่อชาติ ไม่ใช่เพื่อคนเพียงคนเดียว หนทางที่ดีที่สุดสำหรับพลพรรคเพื่อไทย จึงน่าจะเป็นการ "ยุบสภา" เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน ให้ประชาชนตัดสินใจอีกครั้ง ซึ่งจากน้ำหนักที่มีอยู่ในปัจจุบัน พรรคเพื่อไทย น่าจะครองความได้เปรียบในพื้นที่สำคัญ ที่จะชี้วัดการเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นกระสุนดินดำ หรืออำนาจรัฐก็ยังมีพร้อมอยู่ในมือ แล้วหากหลังเลือกตั้งกลับมาผงาดอีกครั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ใครหน้าไหนก็อย่าได้มาแหยม กลุ่มพันธมิตร ก็ไม่มีเหตุผลที่จะมาขับไล่ เพราะได้ประทับตรา ได้ฉันทานุมัติจากประชาชนมาแล้ว ยกเว้นว่ากรรมการบริหารพรรคซุ่มซ่ามเป็นกิ้งกือตกท่อไปทำทะเล่อทะล่าให้เขาจับได้ว่า โกงเลือกตั้งอีก อย่างนั้นก็ต้องก้มหน้ารับกรรมที่ก่อซ้ำซาก "ยุบสภา" อันเป็นข้อเสนอ ตามกรอบ ตามระบอบประชาธิปไตย ที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ประธานคณะติดตามสถานการณ์ร่วม เคยพูดดีๆ ให้ฟังแต่แรก แต่ไม่ยอมเชื่อนี่แหละ คือทางออกที่ดีที่สุดของนักเลือกตั้งแล้ว
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง