
'ยิ่งลักษณ์'แค่เลขานุการนายกฯ?
เลขานุการนายกรัฐมนตรี : ขยายปมร้อน โดย ศรุติ ศรุตา
แม้จะก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยอย่างเต็มภาคภูมิ แต่เพียงไม่กี่วัน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็เริ่มจะออกอาการให้เห็นว่าแท้จริงแล้ว ทำหน้าที่ไม่ต่างจาก "เลขานุการนายกรัฐมนตรี" เท่าใดนัก
ส่วนนายกรัฐมนตรีตัวจริงนั้น ก็คงจะเป็นคนที่ยังเข้าประเทศไม่ได้ในขณะนี้
จะไม่ให้ถูกมองอย่างนี้ได้อย่างไร ในเมื่อเรื่องคืนพาสปอร์ตให้ ทักษิณ ชินวัตร นั้น ยิ่งลักษณ์บอกว่ารัฐบาลไม่มีนโยบาย แต่เรื่องที่จะไปญี่ปุ่นถึงแม้ยิ่งลักษณ์ จะยังไม่ได้พูด แต่ในฐานะนายกรัฐมนตรี จะไม่รับรู้เลยเชียวหรือว่า รัฐมนตรีต่างประเทศ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ได้อาศัยตำแหน่งหน้าที่ความเป็นรัฐมนตรีจัดการไปเรียบร้อยแล้ว
วันแรก สุรพงษ์บอกว่า ทูตญี่ปุ่นมาขอพบจึงได้แจ้งเรื่องนี้ต่อทูตญี่ปุ่นว่า ถ้าทักษิณจะขอเข้าญี่ปุ่น ก็ช่วยอนุเคราะห์ความสะดวกให้ด้วย
ฟังดูแล้วเหมือนไม่มีอะไร
แต่ล่าสุดสื่อญี่ปุ่นรายงานว่า นายยูคิโอะ เอดาโนะ โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่น ได้แถลงว่า รัฐบาลญี่ปุ่นได้อนุมัติวีซ่าแก่ทักษิณ ตามคำร้องขอของรัฐบาลไทย ที่ขอให้ญี่ปุ่นอนุญาตให้อดีตนายกฯ เข้าประเทศเป็นกรณีพิเศษ
จะให้หมายความว่าอย่างไร ?
นายกฯ หญิงคนแรกของประเทศไทย อนุญาตให้รัฐมนตรีต่างประเทศไปดำเนินการร้องขอให้รัฐบาลญี่ปุ่นอนุญาตให้นักโทษที่ถูกศาลไทยพิพากษาจำคุก 2 ปี ได้เข้าญี่ปุ่นเป็นกรณีพิเศษ ทั้งที่ญี่ปุ่นเขามีข้อห้ามอยู่แล้ว แค่คุก 1 ปี เขาก็ไม่ให้เข้าแล้ว
ไม่อยากจะคิดหรอกว่า ไปสัญญาว่าจะให้อะไรกับเขา เขาถึงได้ยอมทำอย่างนั้น
แต่โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นเขาก็ปลิ้นไส้ให้สื่อของเขาฟังว่า ฝ่ายไทยชี้แจงเหตุผลว่า การไปเยือนของทักษิณ จะช่วยเหลือเหยื่อผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ และช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีของ 2 ประเทศ
ลำพังสัญญาว่าจะช่วยเหลือเหยื่อสึนามิ-แผ่นดินไหวมันไม่เท่าไหร่ หากทักษิณจ่ายเอง
แต่ปัญหาก็คือ ที่บอกว่าการไปญี่ปุ่นของทักษิณคราวนี้ จะช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีของสองประเทศนี่สิมันชัดเจน
ว่ากันขนาดนี้แล้ว คงไม่ต้องไปถามว่า ตกลงทักษิณเป็นตัวแทนของประเทศไทยใช่ไหม ?
ถ้าเป็น ถามว่าเป็นในตำแหน่งอะไร ใครเป็นคนตั้ง ?
ถ้าไม่เป็น แล้วมันกงการอะไรของทักษิณ ที่จะไปพัฒนาความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีของไทยกับญี่ปุ่น
คำถามเหล่านี้มีเพียงคนเดียวที่จะต้องตอบให้ชัดว่าอะไรเป็นอะไร...นายกฯ ยิ่งลักษณ์เฉลยทีได้ไหม
เพราะว่ากันว่า ญี่ปุ่นเป็นเพียงประเทศแรก ยังมีอีกหลายประเทศที่ทักษิณจะต้องเดินทางไปอีก โดยเฉพาะประเทศอุตสาหกรรมใหม่ หรือที่เรียกกันว่า จี 20
ตามแผน "โลกล้อมไทย"
นานวันเข้า ภาพมันก็จะออกมาในลักษณะที่ว่า ทั่วโลกเขาอ้าแขนรับคนรวย มีความรู้ความสามารถ แต่กับประเทศไทยบ้านเกิดแท้ๆ กลับปฏิเสธ
แล้วคนที่เลือกมาทำงานนี้ก็เลือกได้ชนิดที่ว่า "ถูกตัว"
เพราะถึงจะยกพรรคเพื่อไทยขึ้นมาเขย่าสัก 3 หน ก็คงหาคนแบบสุรพงษ์ไม่ได้อีกแล้ว ที่จะกล้าไปขอให้ทูตญี่ปุ่นช่วยอนุเคราะห์ให้ทักษิณเข้าประเทศ
ตัวเล็กใจถึงอย่าง "เก่ง" การุณ เผลอๆ ก็อาจไม่กล้า อาจจะหาเหตุผล กฎหมาย จารีต ประเพณี คุณธรรม ยันภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศมาอ้างเพื่อปฏิเสธงานนี้เลยก็เป็นได้
แต่กับ "เสี่ยปึ้ง" งานแบบนี้ไม่มีปัญหา
ยังไม่ทันเข้ากระทรวงเจอหน้าข้าราชการ ก็ใช้ความเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไปบอกทูตญี่ปุ่นโดยเอาชื่อเสียงประเทศไทยอ้างได้อย่างสบายอกสบายใจ
ปัญหาคือเรื่องนี้เป็นเรื่องที่นอกเหนือการควบคุมสั่งการของนายกรัฐมนตรีหญิงของไทยหรือไม่...หรือรับรู้ทุกขั้นตอนการเคลื่อนไหวของรัฐมนตรีต่างประเทศ
แล้วถ้าหากยิ่งลักษณ์ ไม่ได้เป็นน้องสาวของทักษิณ จะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้หรือเปล่า ?
ขณะเดียวกัน เมื่อเกิดเหตุรัฐมนตรีต่างประเทศไปช่วยเหลือเกื้อกูลให้ทักษิณ ซึ่งต้องคำพิพากษาจำคุก 2 ปี ยิ่งลักษณ์ ในฐานะผู้บังคับบัญชาจะทำอย่างไร
คำถามมากมายก่ายกองเหล่านี้ สุดท้ายจะวนกลับไปที่คำเปรียบเปรยในตอนแรกๆ ว่า ตกลงยิ่งลักษณ์ยอมรับว่า ตำแหน่งที่แท้จริงในขณะนี้คือ "เลขานุการนายกรัฐมนตรี" แล้วใช่ไหม



