
สัญญาประชาคม'ปู'งานหินรบ.ชุดใหม่
นโยบายของพรรคเพื่อไทย และสัญญาประชาคมของคุณยิ่งลักษณ์ งานหินของรัฐบาลชุดใหม่ : กระดานความคิด โดย พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์
ในที่สุด ครม.ของรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ก็ปรากฏโฉมออกมาเรียบร้อย เมื่อดูรายชื่อ ภูมิหลังของแต่ละคนแล้วก็ต้องยอมรับฝีมือของคุณทักษิณว่าอยู่ในระดับเซียนทีเดียวครับ ที่จัด ครม.ให้ภาพออกมาดูดีพอสมควร เพราะ 1.ใน ครม. ไม่มีใครเป็นเสื้อแดงที่เห็นได้ชัดเจน 2.มีคนนอกที่มีความรู้พอสมควรเข้ามาอยู่ใน ครม. ด้วย 3.ใน ครม.มีผู้ช่วยคุณยิ่งลักษณ์ ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีอยู่ครบทุกด้าน โดยเฉพาะรองนายกฯ เหล่านี้ยังยังสามารถจะตอบกระทู้สดแทนคุณยิ่งลักษณ์ได้ตลอดเวลาอีกด้วย และ 4.ในตำแหน่ง รมว.การต่างประเทศ ซึ่งจะต้องทำงานหลายอย่างให้คุณทักษิณนั้น แม้จะตั้งคุณสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล มาเป็น ซึ่งมีสภาพเป็นทั้งญาติและเคยทำงานร่วมกับกลุ่มคนเสื้อแดงมาก่อน แต่ทางพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นฝ่ายค้านก็คงพูดไม่ออก เพราะเคยตั้งนายกษิต ภิรมย์ ผู้ที่เคยสนับสนุนกลุ่มเสื้อเหลืองมาเป็น รมว.การต่างประเทศเช่นกัน
ดังนั้นการแต่งตั้ง ครม.ชุดนี้ คุณทักษิณจึงได้กำไรถึง 3 ต่อ คือ ได้ใจประชาชนส่วนหนึ่งที่ไม่ตั้งคนเสื้อแดงเข้ามา, ได้คนไว้ใจได้มาดูแลนายกรัฐมนตรี มือใหม่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจซึ่งผูกพันอยู่กับนโยบายของพรรคเพื่อไทยโดยตรง และยังได้ตอบแทนคนที่เคยช่วยเหลือ สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณมาก่อน ให้มันหมดสิ้นบุญคุณกันไปในตรงนี้เลย แต่ “งานยากของรัฐบาลยังรออยู่มากครับ” เริ่มจากนโยบายของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นโจทย์หินที่ต้องใช้ฝีมือระดับเซียน เพราะนโยบายเหล่านี้ใช้เงินมากทีเดียว ถึงแม้ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไรมากนักก็ตาม เพราะรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ทิ้งเงินไว้ให้ใช้มากพอควร ส่วนที่เหลือจะกู้มาเพิ่มอีกเท่าไรก็ได้ เพราะทุนสำรองของประเทศไทยมั่นคงพอ แต่ที่สำคัญคือผลที่จะติดตามมาหลังจากดำเนินงานตามนโยบายดังกล่าวไปแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในด้านต่างๆ อย่างรุนแรงได้ในอนาคตอันใกล้นี้ ถ้าการทำงานชิ้นนี้ผิดพลาดไปแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม จึงกลายเป็นโจทย์สำคัญของรัฐบาลไปในที่สุด
สิ่งที่ติดพันมากับการแต่งตั้ง ครม.อีกประการหนึ่ง คือ เรื่องที่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงไม่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งหลายคนเห็นว่าอาจมีปัญหาขึ้นมาได้ เพราะมีข่าวว่าจะมีการจัดชุมนุมกันในวันที่ 24 สิงหาคม 2554 อีก แต่ผมเห็นว่าแกนนำเหล่านี้คงไม่ติดใจอะไรนัก เนื่องจากส่วนใหญ่ได้เป็น ส.ส.สมใจ ส่วนแกนนำที่เหลืออยู่ก็น่าจะได้ตำแหน่งทางการเมืองครบกันทุกคน ทั้งจากกระทรวงต่างๆ ที่เป็นโควตาของพรรคเพื่อไทยและสำนักนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย
มาถึงขั้นนี้แล้ว ปัญหาก็เหลืออยู่ที่การทำตามนโยบายของพรรคเพื่อไทยว่าจะทำได้หรือไม่ อันไหนทำไม่ได้จะหาทางหลีกเลี่ยงอย่างไรถึงจะดูดี เพราะหลายเรื่องผูกพันกระทบไปถึงภาคเอกชนด้วย นอกจากนั้น สัญญาประชาคมที่คุณยิ่งลักษณ์ให้ไว้ 3 เรื่อง คือ 1.แก้ไขไม่ได้แก้แค้น 2.สร้างสุข สลายทุกข์ และ 3.จะไม่ทำเพื่อกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญพอๆ กับนโยบายทีเดียวครับ แต่ผมเห็นว่าทำได้ยากกว่านโยบายเสียอีกครับ (ลองกลับไปอ่านดูอีกที) เพราะถ้าทำไม่ได้ทิศทางของรัฐบาลจะเสียไป ความเชื่อถือก็จะลดลง การต่อต้านจากมวลชนก็จะเริ่มมีขึ้น กลุ่มคนเสื้อแดงก็จะออกมาพิทักษ์รัฐบาล บ้านเมืองก็จะกลับไปสู่ทิศทางเดิมที่มีการเผชิญหน้าทางมวลชนเกิดขึ้นอีก ดังนั้นจงระวังสัญญาประชาคมทั้ง 3 ข้อนี้ให้ดีครับคุณยิ่งลักษณ์



