
ปิดเครื่องยนต์ผิดปมใหม่เบลล์212ตก
'ปิดเครื่องยนต์ผิด' ปมใหม่ 'เบลล์ 212' หลงสภาพ ชนวนแบล็กฮอว์กดาวน์' : ตะลุยกองทัพ โดย ทีมข่าวความมั่นคง
แม้ผลการสอบสวนของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเฮลิคอปเตอร์ (ฮ.) ของกองทัพบก (ทบ.) จำนวน 3 ลำ ตกกลางป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี จะยังไม่ได้ข้อสรุปเป็นทางการ แต่ดูเหมือนผลการตรวจสอบเบื้องต้นจะชัดเจนในระดับหนึ่งว่า
ฮ. 2 ลำแรกที่ตกกลางป่าลึกใกล้ชายแดนไทย-พม่า คือ ฮ.รุ่น "ฮิวอี้" และ "แบล็กฮอว์ก" จะประสบอุบัติเหตุ เนื่องจากสภาพอากาศ ส่วน ฮ.ลำที่ 3 คือ "เบลล์ 212" น่าจะเกิดจากความบกพร่องของ "อุปกรณ์" ภายในตัวเครื่องขัดข้องขณะขึ้นทำการบิน
ดังนั้น สมมติฐานของอุบัติเหตุ 2 ครั้งแรก จึงค่อนข้างชัดว่า เกิดจากสภาพอากาศเลวร้าย ขณะที่อุบัติเหตุครั้งที่ 3 ยังมีประเด็นที่ต้องค้นหาสาเหตุกันพอสมควร โดยจากข่าวที่ปรากฏออกมามี 3 ประเด็น คือ 1.ใบพัดหางไม่ทำงาน 2.ชุดเกียร์ชำรุด 3.คันบังคับเลี้ยวค้าง
ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินวิเคราะห์สาเหตุการตกของเบลล์ 212 ว่า จากการสันนิษฐานของตน ซึ่งสอดคล้องกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของทบ.เชื่อว่า สาเหตุในการตกของ ฮ.ลำที่ 3 น่าจะเกิดจาก "วัสดุเสื่อมคุณภาพ" แต่จะเป็นชิ้นส่วนไหนก็ต้องมาวิเคราะห์กัน
ผู้เชี่ยวชาญคนเดิมเริ่มวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ 3 ซึ่งเป็น "ปมใหม่" เสียก่อน โดยชี้ว่า คันบังคับเลี้ยวใน ฮ. ซึ่งมีลักษณะคล้ายแป้นเหยียบคันเร่งในรถยนต์ โดยมีคันส่ง-คันชักร้อยลงไปใต้ตัวเครื่อง และทำหน้าที่บังคับวงเลี้ยวของใบพัดหาง
คันชัก-คันส่งดังกล่าวจะถูกร้อยอยู่ในท่ออะลูมิเนียมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว และท่อดังกล่าวจะถูกสอดเข้าไปในรูที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5-2 นิ้ว
"ภายในรูจะมีการบุยางไว้อีก 1 ชั้น เพื่อป้องกันการเสียดสีระหว่างท่ออะลูมิเนียมกับชิ้นส่วนภายใน ฮ. ดังนั้น หากมองว่ามีการเสียดสีกันระหว่างคันชัก-คันส่งกับวัสดุภายในเครื่องจนเกิดการชำรุด หรือทำให้คันบังคับเลี้ยวค้างจึงเป็นไปได้ยากมาก"
ผู้เชี่ยวชาญด้านการบิน จึงไม่ค่อยปักเชื่อในสมมติฐานข้อนี้ เพราะปกติจะมีการรื้อเข้าไปดูอุปกรณ์ส่วนนี้ทุกๆ 25 ชั่วโมงอยู่แล้ว และโอกาสที่จะเสียดสีกันจนชำรุดนั้นเป็นไปได้ยากมาก ส่วนร่องรอยฉีดขาดในท่อที่ตรวจพบหลังเครื่องตกอาจเกิดจากแรงกระแทกที่รุนแรงก็ได้
โดยส่วนตัวเขาค่อนข้างเชื่อว่า สาเหตุในการตกน่าจะมาจาก 2 สมมติฐานแรก คือ 1.ใบพัดหางไม่ทำงาน (TAIL ROTOR FAILURE) และ 2.อุปกรณ์ในการถ่ายทอดกำลังเกียร์ (COMBINING GEARBOX) ชำรุด
สาเหตุที่เขาค่อนข้างเชื่อใน 2 สมมติฐานสอดคล้องกับอาการที่เครื่อง "หมุนขวา" ก่อนที่จะตกลงกระแทกพื้นอย่างรุนแรง !!
อย่างไรก็ตาม เขายังชี้ถึงอีก 1 สมมติฐานที่อาจจะเป็นไปได้ก็คือ การ "ปิดเครื่องยนต์ผิด" เนื่องจากเบลล์ 212 มี 2 เครื่องยนต์ ซึ่งอุบัติเหตุในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 10 กว่าปีมาแล้ว
"ปุ่มเครื่องยนต์ทั้ง 2 เครื่องจะอยู่บนส่วนหัวของนักบิน และจะอยู่ชิดกันมาก เหมือนเป็นแฝดกันเลย ซึ่งเคยมีกรณีเครื่องยนต์ที่ 1 ดับ แต่แทนที่นักบินจะปิดเครื่องยนต์ 1 แต่ดันไปปิดเครื่องยนต์ที่ 2 ด้วย ทำให้เครื่องตกกระแทกพื้นอย่างรวดเร็ว"
สำหรับลักษณะอาการของเครื่องยนต์ดับ คือ เครื่องจะมีอาการหมุนคว้างอย่างรุนแรง 3-4 รอบ ก่อนที่จะร่วงกระแทกพื้น ซึ่งกรณีนี้ควรจะสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ว่า เครื่องมีลักษณะอาการอย่างไร ก่อนที่จะตกกระแทกพื้น
แต่คำให้การที่ "น่าเชื่อถือที่สุด" คือ คำให้การของ "ช่างเครื่องผู้รอดชีวิต" เพราะปกติช่างเครื่องจะสวมใส่หูฟังเพื่อฟังคำสนทนาของนักบินอยู่ตลอดอยู่แล้ว และช่างเครื่องน่าจะทราบดีว่า "คำพูดสุดท้าย" ของนักบินคืออะไร
นอกจากนี้ เขายังไม่ต้องการให้ผลการสอบสวนออกมาแบบ "รีบเร่ง" ตามแรงกดดันของสังคมมากเกินไป เพราะอุบัติเหตุการบินต้องมีการสอบสวนหาสาเหตุอย่างละเอียดรอบคอบเพื่อใช้เป็น "บทเรียน" ต่อไป จึงไม่ควรละเลยข้อสมมติฐานต่างๆ หลายข้อที่ตั้งกันขึ้นมา
ผู้เชี่ยวชาญคนเดิมยังวิเคราะห์สาเหตุที่ "แบล็กฮอว์ก" ตก โดยอาศัยหลักฐานสำคัญคือภาพสุดท้ายของ นายศรวิชัย คงตันนิกุล ช่างภาพ ททบ.5 เพื่ออธิบายรูปแบบการตกด้วยว่า
"จากภาพที่ถ่ายมาจะเห็นว่า นักบินเห็นจุดที่จะลงแล้ว และกำลังพล็อตจุดที่จะลง โดยตีวงเลี้ยวซ้าย แต่เมฆเกิดปิดกะทันหันทำให้นักบินพยายามดึงเครื่องเพื่อไต่ระดับขึ้นไป แต่เนื่องจากมองไม่เห็นภูมิประเทศทำให้เกิดภาวะ Disorientation หรือหลงสภาพ เครื่องจึงบินอยู่ในลักษณะที่หงายท้อง และปักลงสู่พื้นอย่างรวดเร็ว โดยสาเหตุที่เชื่ออย่างนั้น เพราะทราบว่าล้ออยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก และถูกแขวนอยู่บนต้นไม้ ขณะที่ชิ้นส่วนอื่นๆ แตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแทบทั้งหมด"
ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินพยายามอธิบายสาเหตุ และรูปแบบในการตก โดยไม่ได้ต้องการที่จะซ้ำเติม หรือตำหนินักบินแต่อย่างใด หากแต่มีความเห็นใจนักบิน ตลอดจนนายทหาร และช่างภาพสื่อมวลชนที่ต้องปฏิบัติภารกิจในสภาพอากาศที่เลวร้ายเช่นนั้น
ทั้งนี้ เขาเชื่อว่า ระบบการ "ซ่อมบำรุง" หรือกระทั่งการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการ "จัดซื้อจัดจ้าง" ไม่น่าจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เครื่องประสบอุบัติเหตุ เพราะเรื่องการจัดหาอะไหล่ทุจริตกันได้ยาก และสามารถนำราคามาอ้างอิงกับราคาที่ปรากฏอยู่ในอินเทอร์เน็ตได้โดยง่าย
แต่สิ่งที่เขาอยากเห็นคือ การจัดหา และฝึกบินด้วย "เครื่องฝึกบิน" (Simulator) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อทดลองบินใน "ภาวะฉุกเฉิน" เช่น อากาศปิด ฟ้าผ่า เครื่องยนต์ดับ ฯลฯ เพื่อให้นักบินมีความเชี่ยวชาญ พร้อมรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเสี้ยววินาที



