คอลัมนิสต์

นักวิชาการอันตราย

นักวิชาการอันตราย

11 ส.ค. 2554

นักวิชาการอันตราย : กระดานความคิด โดย นายหนูใหญ่ [email protected]

          ตลอดเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วจนถึงต้นสัปดาห์นี้สังคมไทยก็สับสนอยู่ด้วยเรื่องการตั้งรัฐบาล โดยมีโผต่างๆ กำหนดตัวรัฐมนตรีและตำแหน่งให้สับสนวุ่นวายกันไปทั่ว หลายคนโทษภาวะนี้ว่าเป็นเพราะนักการเมืองแย่งชิงตำแหน่งกัน แต่คนส่วนใหญ่ลืมคิดไปถึงคนอีก 2 กลุ่มที่เป็นปัญหาในการสร้างความสับสนให้สังคม

           กลุ่มที่หนึ่งคือพวกโหร ทั้งโหรโบราณและโหรสมัยใหม่ โหรโบราณก็ชอบทายเรื่องการเมือง ชอบตั้งคนโน้นคนนี้เป็นใหญ่ มีอยู่รายหนึ่งเป็นโหรที่ไม่ได้อาศัยหลักวิชาโหราศาสตร์เก่าแก่แต่อย่างไรแต่อาศัยอภินิหารซึ่งเขาอ้างว่าสามารถสื่อสารกับเทพเจ้าได้ เขาได้ทำนายว่าประเทศไทยจะไม่มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิง โหรคนนี้ก็เคยทายเรื่องใหญ่ๆ ผิดมาแล้วหลายเรื่อง แต่ก็มิได้ทำให้สำเหนียกตัวเองยังปล่อยข่าวให้สังคมเพื่อสร้างความสับสนต่อไป

           พวกโหรสมัยใหม่คือพวกทำโพลล์ก็ไม่น้อยหน้าพวกโหรโบราณ ในช่วงการเลือกตั้งก็ขมีขมันทำโพลล์ต่างๆ ถูกบ้างผิดบ้าง แต่ที่พยากรณ์ผิดพลาดมากคือการพยากรณ์จาก “เอ็กซิต โพลล์” เมื่อทีวีเขามาสัมภาษณ์ผู้ทำโพลล์สอบหาสาเหตุในทางวิชาการว่าทำไมโพลล์จึงผิดพลาดกลับหัวกลับหางแทนที่ผู้ทำโพลล์จะอธิบายเหตุผลทางวิชาการกลับไปแนะนำรัฐบาลในอนาคตว่าควรจะบริหารบ้านเมืองอย่างไร โหรสมัยใหม่กลุ่มนี้จึงจัดอยู่ในพวกนักวิชาการอันตรายพวกหนึ่ง

           อันว่านักวิชาการของไทยนั้นน่าจะแบ่งเป็น 3 พวก คือพวกที่หนึ่งเป็นครูบาอาจารย์ตามสถาบันศึกษาต่าง ๆ พวกที่สองเป็นพวกที่ทำงานอยู่กับสถาบันเกี่ยวกับงานศึกษาวิจัยและพวกที่สามเก่งมากจนทำงานกับใครไม่ได้ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่งและให้”แบรนด์” ตัวเองว่าเป็นนักวิชาการอิสระ

           ในหมู่นักวิชาการทั้ง 3 กลุ่มนี้มีมากมายที่ใช้ความเป็นนักวิชาการของตนช่วยเหลือบ้านเมืองและสังคม แต่ก็มีนักวิชาการบางคนอาจจะใช้แต่เพียงจินตนาการแฝงอคติแสดงความคิดเห็นออกมาให้สังคมไขว้เขว นักวิชาการกลุ่มนี้จัดว่าเป็นนักวิชาการอันตราย

           ผมขอยกตัวอย่างนักวิชาการอันตรายมาให้ฟังสักรายสองราย เริ่มต้นจากนักวิชาการที่มาจากรั้วมหาวิทยาลัยท่านหนึ่งได้ออกมาโพนทะนาถึงการไร้ประสิทธิภาพของเครื่องมือตรวจจับวัตถุระเบิด (โดยภายหลังตั้งฉายากันว่า “ไม้กันผี”) ไว้ใช้ในการต่อสู้กับพวกก่อการร้ายในภาคใต้ ของสิ่งนี้จะมีคุณค่าทางวิทยาศาสตร์หรือไม่ก็ตามแต่ก็เสมือน “ของขลัง“ ของบรรดาทหารและตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงชีวิตอยู่ในชายแดนภาคใต้ ในกรณีนี้ถ้านักวิชาการคิดให้รอบคอบสักหน่อยก็อาจจะใช้วิธีค่อยๆ แจ้งให้หน่วยรับผิดชอบเขารับทราบเพื่อแก้ไขต่อไป เรื่องนี้ถ้านักวิชาการผู้นั้นไม่ทราบถึงความเสียหายก็ให้ลองถามพี่น้องทหารตำรวจของเราดู

           มาอีกรายหนึ่งเป็นนักวิชาการอิสระก็ออกมาขัดคอเรื่องที่ผู้ประกอบการค่ายมือถือจะให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคใหม่ที่เรียกเป็นรหัสว่า “3จี” บนคลื่นความถี่เดิมของแต่ละราย ทั้งนี้นอกจากจะเป็นการปรับปรุงเชิงธุรกิจของตนให้ทันสมัยอยู่เสมอแล้วผลจะตกแก่ประชาชนทั่วไปโดยได้ใช้เทคโนโลยีร่วมสมัยได้เสียที แทนที่นักวิชาการรายนี้ซึ่งมีพื้นฐานเศรษฐศาสตร์กลับแปลงตัวเป็นนักกฎหมายหยิบประเด็นต่างๆ ออกมาล้วนแต่เป็นการนำปัญหาเข้าไปสู่มุมอับซึ่งแก้ไขไม่ได้ นักวิชาการประเภทนี้จัดเป็นผู้ถ่วงความเจริญเพราะแทนที่จะช่วยกันแก้ปัญหาชี้ทางออกกลับนำปัญหาเข้าไปซุกมุมอับจนไม่รู้จะทำอย่างไรกัน เศรษฐกิจของบ้านเมืองก็จะไม่โตไปตามที่ควรเป็น

           ผมหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาคุยเพื่อให้ท่านผู้อ่านได้รู้ทันนักวิชาการอันตรายจะได้ไม่เชื่อในความคิดเห็นทุกเรื่องไป และสำหรับนักวิชาการอันตรายเหล่านี้ก็ควรได้ไปหาหนังสือซึ่งเขียนโดยพระอาจารย์ใหญ่ พระพรหมคุณาภรณ์ ที่ชื่อ “นักวิชาการ เทศ-ไทย (หาความรู้ให้แน่ ใช่แค่คิดเอา)” จะได้มีปัญญาขึ้นบ้าง