คอลัมนิสต์

วาระของวาทกรรม

วาระของวาทกรรม

26 เม.ย. 2552

ได้ฟังคำอภิปรายทั่วไปในสภา 2 วันแรกของ ส.ส. และ ส.ว. มีทั้งถ้อยคำ เหตุผล ข้ออ้างต่างๆ เห็นได้ชัดเลยว่าพวกที่อ้างว่าเป็นกลางสุดๆ หรือเป็นกลางจริงๆ นั้น แท้ที่จริงแล้ว เป็นกลางทั้งกลวงและลวง อาศัยลีลาพูดจาหน้าซื่อ นึกว่าชาวบ้านโง่

ได้ยินเสียงเรียกร้องให้ยุบสภา จัดการเลือกตั้งใหม่ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ส.ส. ที่มีตำแหน่งอยู่แล้วจะดิ้นรน ไม่อยากเป็น ส.ส. ขอสิ้นสุดสถานภาพ แล้วไปเลือกตั้งให้เปลืองเงินงบประมาณ เสียเวลาชาวบ้านหาพระแสงด้ามยาวทำไม

 ถ้าไม่อยากเป็น ส.ส. ก็น่าจะลาออก ไปเลือกอาชีพใหม่ที่ไม่ต้องระวังถ้าจะทำมาหากินในการสร้างรายได้แบบมีเงื่อนงำ จะได้ไม่ต้องลำบากใจ

 การเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญก็เช่นกัน ถ้าไม่พอใจรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ต้องทะลึ่งเข้ามาสมัครเป็น ส.ส. รู้ทั้งรู้ว่ากฎกติกาเป็นอย่างไร

 คำพูดและสติปัญญาของทั้ง ส.ส. และ ส.ว.บางกลุ่มแล้ว ชาวบ้านส่วนหนึ่งคงเสียดายเงินภาษีใจแทบขาด เพราะความโง่งม แยกแยะถูกผิดไม่ออก อ้างตัวเองว่าเป็นผู้ทรงเกียรติ แต่ยังยกย่องผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุกว่าเป็นคนดี

 ยิ่งมีพวกออกลายน้ำเน่า พูดผิดแล้วไม่ยอมรับ แล้วตะแบงปกป้องตัวเอง สมกับเป็นโอกาสทองสำหรับพวก ส.ส. พรรคพวกเสื้อแดงแก้ตัวแทนกลุ่มที่ชุมนุมจ้องล้มสถาบัน และเผาบ้านเผาเมือง เพราะโดนนักการเมืองหลอกให้มาเสี่ยง

 การอภิปรายทั่วไปแทนที่จะเป็นเวทีสำหรับการปรึกษาหารือเพื่อปรองดองสมานฉันท์ ดันเป็นเวทีสำหรับพ่นน้ำลาย ฉายคลิปวิดีโอ และหลอกด่ารัฐบาล

 ถ้าฝ่ายรัฐบาลไม่เตรียมพร้อมหลักฐานเหมาะๆ สำหรับตอบโต้ รับรองว่าพวกบ้องตื้น หรือเชื่อนักการเมืองลวงโลกง่ายๆ โดนหลอกให้เข้ารกเข้าพงอีก

 นายอะไร เชื้อเมืองพาน นั่น ออกแนวดราม่าขั้นดาราตุ๊กตาทองยังอาย น้ำตาซึม ตะโกนก้องในสภาว่าเป็นนักต่อสู้ พร้อมถูกดำเนินคดี ได้ใจคนไม่น้อย

 ยกตัวเองมาเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องแก๊ส ในงานแก้ต่างสำหรับพวกเผาบ้านป่วนเมือง สร้างความเดือดร้อนให้คนทั่วทั้งเมืองหลวง แล้วแกล้งเซ่อ !

 เป็นนักการเมือง ถ้าไม่ทำความเลว รับใช้คนชั่ว จะต้องกลัวคดีอาญาทำไม สภาพนักการเมืองแบบนี้ ต่อให้โดนยุบพรรคหลายครั้งก็คงไม่หมดเชื้อชั่ว

 เพราะมีทายาทอสูร ตัวตาย ตัวแทน ไม่สิ้นสุดนั่นเอง !

 งานอภิปรายกลายเป็นภารกิจสำหรับ ส.ส. บางกลุ่มสร้างรายได้พิเศษในการกล่าวหาทหารในกองทัพ รัฐบาล หาว่าปราบปรามประชาชนด้วยความรุนแรง

 น่าแปลก ! ที่ไม่มีผู้สื่อข่าวเห็นศพกลางถนน หรือผู้บาดเจ็บแม้แต่รายเดียว มีแต่เรื่องศพลอยน้ำ ซึ่งยังไม่รู้ว่าเป็นใคร เวลาและสถานที่เกี่ยวเนื่องก็ขัดแย้งกัน

 มีสตรีเสื้อแดงเกือบถูกยกย่องว่าเป็นวีรสตรีในการต่อสู้ หลังจาก ส.ส.พะเยาเยินยอสารพัด เอาภาพมาแสดงว่าถูกทหารดึงผม เสียศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แถมมาปรากฏตัวในสภา ยืนขึ้นแสดงตัว พร้อมพิสูจน์ความจริง

 โดนจอมยุทธ์ “เทพเทือก” เอาภาพวิดีโอเต็มๆ มาฉายให้ชมว่าเจ้าหล่อนออกอาการอย่างไร ด่าผู้สื่อข่าวด้วยถ้อยคำหยาบคาย เลยต้องเงียบ

 ไม่รู้ว่าจะมองหน้าคนอื่นที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างไร เพราะความหวีดกรี๊ด ประณามผู้อื่น ไม่ใช่อาการของกุลสตรีมีความสุภาพเรียบร้อย

 งานนี้ชาวบ้านได้ชมคลิปฉาวหลายชุด ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ถือว่าเป็นการเตรียมเชือดเฉือนกันด้วยบทโหด แทนที่จะปรองดองสมานฉันท์

 เป็นการแยกเขี้ยวใส่กัน แทนที่จะแลกรอยยิ้ม ฮ่า!

 ส.ส.เสื้อแดงบางราย ยังไม่ยอมสิ้นลาย ทำเป็นรู้ว่าคนกระชากผมวีรสตรีนางนั้นเป็นนายทหารยศพันโท ก็เลยถูกจอมยุทธ์ “เทพเทือก” เอาภาพตัวจริงมาหักล้าง ทำเอานักกล่าวหาเป๋ มึนเค ต้องเกาะราวนั่งเก้าอี้ด้วยความอ่อนระทวย

 เมื่อพลาด ก็เล่นพาลกระแชง เอะอะโวยวายแก้เกี้ยวต่อ หาว่าทหารรุนแรงกับประชาชน จากนั้นก็เสียงอ่อยๆ ว่าเอกสารมาอย่างไรก็ว่าอย่างนั้น ไม่สงสัยว่าอาจถูกยัดไส้ หรือวางยา ถูกหลอกให้ด่าทหารและรัฐบาล หาคดีใส่ตัว

ประเด็นที่น่าสงสัยก็คือ มีแต่นักการเมืองซีกรัฐบาลและทหารเท่านั้นที่โดน ส.ส.ฝ่ายค้าน สมุนคนหนีคุกกล่าวหาว่าเล่นบทโหด ไม่แตะตำรวจแม้แต่แอะเดียว

ตำรวจก็เลยรับบทบาทเป็นพ่อพระ หรือพระเอกของนักการเมืองฝ่ายค้าน ! ไม่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเครื่องมือของรัฐในการปฏิบัติสองมาตรฐาน

จบการอภิปรายแล้ว แทนที่จะปรองดอง สงสัยว่ารอยร้าวจะแยกห่างกว่าเดิมระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เพราะหักล้างกันด้วยคำพูดและภาพคลิปวิดีโอและภาพถ่าย ไม่มีใครยอมใคร มีแต่ความอาฆาตแค้น

เห็นได้ชัดว่าฝ่ายค้านไม่ได้ทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง มุ่งเน้นแก้ตัวให้แกนนำเสื้อแดงและพฤติกรรมนอกกฎหมาย จากนั้นพยายามเยินยอคนหนีคุก อ้างว่าถูกกระบวนการสมรู้ร่วมคิดเล่นงานเริ่มต้นด้วยการรัฐประหาร

การอภิปรายน่าจะเป็นการเสียเวลา ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า มากกว่าประโยชน์ต่อการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบมีเหตุผล ไร้ผลประโยชน์แอบแฝงนิ ! อิอิอิ !!!