
ประชาธิปัตย์ผลัดใบ(อีกครั้ง)
ประชาธิปัตย์ผลัดใบ(อีกครั้ง) : บทบรรณาธิการ
คู่ขนานไปกับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 เย็นวันที่ 8 สิงหาคมนี้ ประชาธิปัตย์ก็มีการเปลี่ยนแปลงภายในพรรค เป็นการปรับเล็ก โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ เข้ามาแทนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ คล้ายจะให้ความสำคัญกับพื้นที่ภาคกลางมากขึ้น ซึ่งก็ไม่น่าจะเป็นสาระสำคัญมากไปกว่าภาคอีสานที่ดูจะเป็นจุดอ่อนของพรรคตลอดกาล ประเด็นสำคัญควรจะอยู่ที่การกลับมาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำแนวคิดประชาธิปัตย์ผลัดใบ ครั้งนี้อาจเป็นการผลัดใบอีกครั้ง เป็นการตอกย้ำการยอมรับความเป็นผู้นำพรรคยุคที่ 2 ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วยคะแนนสนับสนุนถึง 96.038% จากนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะนำพาพรรคไปยังทิศทางใด และจะสรุปบทเรียนที่ผ่านมาได้มากน้อยแค่ไหน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้นำพรรคเพียงไม่กี่คน ที่สามารถนำพรรคไปสู่จุดสูงสุดทางการเมืองได้ นั่นคือการเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และหัวหน้าพรรคได้เป็นนายกรัฐมนตรี เขาเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์ และเป็นนายกรัฐมนตรีประชาธิปัตย์ ที่จบลงด้วยการที่นายกรัฐมนตรีลาออก ยุบสภาและถูกรัฐประหารเช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรีประชาธิปัตย์คนอื่นๆ มีหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์สามคนที่ได้กลับมาสู่ตำแหน่งผู้นำรัฐบาลหลังการเปลี่ยนแปลง คือ พ.ต.ควง อภัยวงศ์ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช และนายชวน หลีกภัย แต่ ม.ร.ว.เสนีย์ กลับมาเพียงช่วงสั้นๆ ก่อนที่จะถูกคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน นำโดยพล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ปฏิวัติยึดอำนาจไป ซึ่งหากพิเคราะห์เส้นทางการเข้าสู่อำนาจของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แล้วนับว่าน่าสนใจ
หลังจากจอมพลแปลก พิบูลสงคราม หรือ ป.พิบูลสงคราม (7 มีนาคม 2485-29 กรกฎาคม 2487) ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องเพราะสภาไม่รับหลักการ ร่าง พ.ร.บ.อนุมัติพระราชกำหนดจัดตั้งนครบาลเพชรบูรณ์ และพุทธบุรีมณฑล พ.ต.ควง อภัยวงศ์ ก็ลงหลักหมุดหมายความเป็นนายกรัฐมนตรี สายเลือดประชาธิปัตย์ (1 สิงหาคม 2487-17 สิงหาคม 2488) และจบลงด้วยการลาออก ในทันทีที่สงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติและประกาศสันติภาพ จากนั้นเป็นรัฐบาลของนายทวี บุณยเกตุ (17 กันยายน 2488-15 ตุลาคม 2488) ในช่วงสั้นๆ ต่อด้วยรัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช แห่งประชาธิปัตย์ (17 กันยายน 2488-15 ตุลาคม 2488) ในปีรุ่งขึ้น พ.ต.ควง อภัยวงศ์ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง (24 มีนาคม 2489-1 มิถุนายน 2489) จบลงด้วยการที่ พ.ต.ควงลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากรัฐบาลแพ้โหวตในสภาในชั้นรับหลักการ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองค่าใช้จ่ายของประชาชน ด้วยคะแนนเสียง 65 : 63
จนกระทั่งหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ก็นำประชาธิปัตย์กลับมาเป็นรัฐบาล (15 กุมภาพันธ์ 2518-13 มีนาคม 2518) สลับด้วยรัฐบาล ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช (14 มีนาคม 2518-12 มกราคม 2519) ก่อนที่รัฐบาลเสนีย์จะกลับมาให้คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน นำโดย พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ยึดอำนาจไปเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ถึง 2 ยุคสมัยของนายชวน หลีกภัย (23 กันยายน 2535-12 กรกฎาคม 2538) - (9 พฤศจิกายน 2540-17 พฤศจิกายน 2543) ซึ่งอายุรัฐบาลสิ้นสุดลง ด้วยการยุบสภาทั้งสองครั้ง ครั้งสุดท้ายเป็นการยุบสภา เนื่องจากพรรคพลังธรรม นำโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง โหวตไม่ไว้วางใจรัฐบาลด้วยกันเอง จากกรณี ส.ป.ก.4-01 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะก้าวเดินไปอย่างไรจากนี้



