กองทัพยัง100%รักษาอธิปไตย-ป่า
กองทัพยัง100%รักษาอธิปไตยและพื้นป่า : ตะลุยกองทัพ โดยปัญญา ทิ้วสังวาลย์
ถือเป็นการสูญเสียครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อเครื่องเฮลิคอปเตอร์ 3 รุ่น 3 แบบ คือ เฮลิคอปเตอร์แบบ ฮท.1 หรือฮิวอี้ เฮลิคอปเตอร์แบบแบล็กฮอว์ก และเฮลิคอปเตอร์แบบเบลล์ 212 ตกในเวลาไล่เลี่ยกันจนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 17 นายด้วยกัน โดยหนึ่งในนั้นคือ พล.ต.ตะวัน เรืองศรี ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) ซึ่งการสูญเสียในครั้งนี้นำมาซึ่งความโศกเศร้าของคนไทยทั้งประเทศ
โดยเฉพาะตัวผู้นำของกองทัพบก คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ที่ไม่ทันตั้งตัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้จะมีความเสียใจ แต่ภายใต้ภารกิจที่รัดตัวในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าที่ พล.ร.9 รับผิดชอบอยู่ในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ จ.กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ที่มีความยาวทั้งสิ้นประมาณ 846 กิโลเมตร ก็มิอาจรอช้าได้
เพราะงานป้องกันการรุกล้ำอธิปไตยและรักษาผลประโยชน์ของชาติถือเป็นหัวใจหลักสำคัญที่จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการตัดไม้ทำลายป่าที่ขณะนี้ระบาดหนักในหลายพื้นที่จากกลุ่มอิทธิพลที่เข้าไปจับจองยึดพื้นที่ป่ามาเป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเอง ที่สำคัญยังมีกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า “กะเหรี่ยง-กะหร่าง” ที่รุกเข้ามายึดพื้นที่เช่นกัน
เมื่อ พล.ร.9 ขาดหัวเรือใหญ่ไปอย่าง พล.ต.ตะวัน จากเหตุแบล็กฮอว์กตกเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พล.อ.ประยุทธ์ จึงมีคำสั่งให้ พ.อ.เครือนาค เกิดขำ รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ขึ้นมาทำหน้าที่รักษาการในตำแหน่ง ผบ.พล.ร.9 เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนองค์กรต่อไปได้
พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้รับผิดชอบพื้นที่ 26 จังหวัดภาคกลาง เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าเขาในพื้นที่ 4 จังหวัดที่กองพลทหารราบที่ 9 รับผิดชอบอยู่ไม่ได้หยุดในการปฏิบัติงาน เพราะได้มอบหมายให้กองกำลังทัพพระยาเสือ (ฉก.ทัพพระยาเสือ) รับผิดชอบ โดยมีการลาดตระเวนร่วมกับอุทยานแห่งชาติตามช่วงระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้
“การทำงานจะต้องประสานงานกันอย่างใกล้ชิดทั้งทหาร และอุทยานแห่งชาติ หากพบว่าในพื้นที่ใดมีการบุกรุกพื้นที่ป่าด้วยการแผ้วถางพื้นที่จะมีการจัดกำลังร่วมกันเข้าไปปฏิบัติงานทันที เราคงไม่กลัวเหตุการณ์ หรือการใช้อากาศยานที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบก็ตาม แต่การปฏิบัติงานจะต้องมีความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นเรายอมรับและจะต้องระมัดระวังเพื่อไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมขึ้นมาอีก”
พล.ท.อุดมเดช กล่าวว่า การปฏิบัติงานในการดูแลรักษาป่า กองกำลังสุรสีห์ หรือกองพลทหารราบที่ 9 มีนโยบายในการปรับเปลี่ยนกำลังพลในการเข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยจะมีกรอบระยะเวลา 2 ปี จะมีการหมุนเวียนความรับผิดชอบของกรมทหารราบแต่ละกรมมาปฏิบัติงาน โดยในพื้นที่ 4 จังหวัด จะแบ่งการปฏิบัติงานคือ 1 กรมทหารราบก็จะรับผิดชอบในพื้นที่ 1 จังหวัด
โดยในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี จะใช้กำลังเฉพาะกิจลาดหญ้า หรือ ฉก.ลาดหญ้า ส่วนในพื้นที่ จ.ราชบุรี และ จ.เพชรบุรี จะใช้กำลังเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ หรือ ฉก.ทัพพระยาเสือ ส่วนในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ใช้กำลังเฉพาะกิจจงอางศึก หรือ ฉก.จงอางศึก แต่ละหน่วยเฉพาะกิจจะมีหน่วยควบคุมทางยุทธการจะมีกำลังจากทหารพราน คือ กรมทหารพรานที่ 14 และตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่
“ในพื้นที่ที่ปัญหาส่วนใหญ่จะเป็นชาวกะเหรี่ยง หรือชาวกะหร่าง ที่มาจากบ้านโป่งลึก และบ้านปางกรอย ที่ขยายตัวเข้ามาในพื้นที่ และอีกส่วนหนึ่งจะมาจากฝั่งประเทศพม่า โดยจะเป็นชาวบ้านที่เดินลัดเลาะเข้ามาถากถาง และมาปลูกทำเป็นไร่เลื่อนลอย โดยจะเป็นพวกข้าวไร่ และพืชอื่นๆ โดยเราระมัดระวังรวมไปถึงพืชที่เป็นเสพติด เช่น กัญชา โดยเข้ามาอยู่ในพื้นที่ 3-5 ไร่ ถ้าเราปล่อยจะทำให้ถูกกินพื้นที่ไปเรื่อยๆ“
พล.ท.อุดมเดช กล่าวว่า ขณะนี้มีพื้นที่ถูกถากถางประมาณ 500 ไร่ จากการตรวจพบของ ฉก.ทัพพระยาเสือ ครั้งที่แล้ว และจำเป็นจะต้องเข้าไปยับยั้ง เมื่อเข้าไปจับกุมก็มีการหลบหนีเนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้มีความชำนาญในพื้นที่เป็นอย่างดี แต่บางส่วนก็จับได้ก็ดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนแก๊งอำนาจมืดเข้าไปจับจองในพื้นที่ก็ดำเนินการกฎหมายเช่นกัน เราจะต้องไม่เกรงกลัวบุคคลที่ไปทำลายป่าแบบนี้
“ตอนนี้มีหลายรายที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการฟ้องร้อง หรือรอตัดสิน ทั้งนี้ในส่วนของกองทัพภาคที่ 1 ได้มีการตั้งวาระเฉพาะขึ้นมา และมอบหมายให้รองแม่ทัพภาคที่ 1 เข้าไปดำเนินการเกี่ยวกับปัญหาการบุกรุกที่ดินทั้งหมด ทั้งพื้นที่ของกองทัพ และพื้นที่ป่าเขาที่จะต้องเข้าไปดำเนินการ รวมถึงพื้นที่อุทยานหรือป่าสงวน ถ้าเราตรวจพบก็ดำเนินการร่วมกับป่าไม้ และกรมอุทยานเข้าไปดูแลเรื่องนี้”
ส่วนตำแหน่งผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง ผบ.พล.ร.9 คนใหม่นั้น พล.ท.อุดมเดช ระบุว่า การแต่งตั้งรักษาราชการแทนเป็นเรื่องระดับของ รมว.กลาโหม โดยธรรมเนียมยังไม่ได้มีการระบุบุคคลที่จะดำรงตำแหน่ง ขณะนี้ให้ พ.อ.เครือนาค เกิดขำ รอง ผบ.พล.ร.9 ที่อาวุโสสูงสุดมารักษาราชการแทน ส่วนบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นเรื่องของผู้บัญชาการทหารบกจะพิจารณา ทั้งนี้การปฏิบัติงานของกองทัพยัง 100% ต่อการรักษาอธิปไตยและพื้นป่า
"ทุกคนพร้อมทำงานและทำงานต่อไปได้ อุบัติเหตุก็เป็นเรื่องของอุบัติเหตุ เราหวาดกลัวอะไรไม่ได้ เราเสียใจที่มีกำลังพลเสียชีวิตต่อการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ผู้บัญชาการทหารบกได้มอบหมายไว้อย่างชัดเจน และให้กำลังใจกำลังพลในการทำงานเพื่อประเทศชาติต่อไป ไม่มีการลดทุกอย่างยังเหมือนเดิม"



