คอลัมนิสต์

โซเชียลมีเดียเขย่าโลก?

โซเชียลมีเดียเขย่าโลก?

28 ก.ค. 2554

โซเชียลมีเดียเขย่าโลก? : บทบรรณาธิการ วันที่ 28 ก.ค.2554

          โซเชียลมีเดีย หรือสื่อสังคมออนไลน์ นับวันจะมีอิทธิพลมากขึ้นในสังคมโลก การฆาตกรรมหมู่ในนอร์เวย์ เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ และคงเป็นเบาะแสสำคัญในการติดตามพฤติกรรมของสมาชิกในชุมชนสื่อสังคมออนไลน์ที่อาจก่อเหตุช็อกโลก โดยที่ไม่มีใครคาดฝัน เช่น นายแอนเดอร์ส เบห์ริ่ง เบรวิก ผู้ก่อเหตุฆาตกรรมหมู่ในประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่สงบสุขที่สุดในโลก จากผลการศึกษาเรื่องสันติภาพโลก นายไกเอร์ ลิปเปสตัท ทนายความของเบรวิก อ้างว่าลูกความเขาอยู่ในภาวะวิกลจริต เชื่อว่าตัวเองอยู่ในภาวะสงคราม ทำให้เขากระทำไปโดยไม่รู้สึกตัวกับการกระทำร้ายแรงของตัวเอง ข้ออ้างนี้ก็คือการขาดเจตนาทางอาญา ซึ่งในหลักกฎหมายทั่วไปรวมทั้งกฎหมายไทย ผู้กระทำอาจไม่ต้องรับโทษ

           แต่หากพิเคราะห์ถ้อยคำที่เขาใช้ในโซเชียลมีเดีย ทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ รวมทั่งยูทูบ แม้อาจจะเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ถ้อยคำอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเบรวิกวิกลจริต หรือมีอาการทางประสาท นอกจากความเชื่อในเรื่องอุดมการณ์บางอย่าง เช่นที่ผู้นำนาซีสังหารหมู่ชาวยิว หรือพอลพต ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในเขมร เบรวิกเปิดบัญชีในเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมนี้ และเรียกตัวเองว่าเป็น "คริสเตียนหัวอนุรักษนิยม" ในขณะเดียวกันเขาก็เขียนทวิตเตอร์เพียงข้อความเดียว อ้างนักปรัชญาชื่อดัง จอห์น สจ็วร์ต มิลล์ ว่า "One person with a belief is equal to the force of 100,000 who have only interests." แปลว่า "คนคนเดียวที่มีความเชื่อมีพลังเท่ากับคนหนึ่งแสนคนที่มีแค่ความสนใจ"

           เบรวิกยังได้แสดงความปรารถนาของเขาที่จะเป็นอัศวินเทมพลาร์ (Templar Knight) ผ่านการโพสต์วิดีโอลงยูทูบความยาว 12 นาที โดยใช้ชื่อว่า "Knights Templar 2083" แสดงภาพถ่ายของเบรวิกหลายรูป โดยหนึ่งในนั้นเป็นรูปที่เขาสวมชุดประดาน้ำแบบหน่วย "ซีล" ของกองทัพเรือ พร้อมกับโพสท่าทางกำลังเล็งปืนกลอยู่ นอกจากนี้ยังมีคำบรรยายใต้ภาพหนึ่งระบุว่า "ก่อนที่พวกเราจะทำสงครามครูเสดของเรา พวกเราจะต้องทำหน้าที่ด้วยการทำลายมาร์กซิสม์จนย่อยยับเสียก่อน" ทั้งนี้ อัศวินเทมพลาร์เป็นองค์กรภาคีทหารคริสเตียนซึ่งรุ่งเรืองในยุคสมัยกลาง และมีบทบาทสำคัญในช่วงสงครามครูเสด

           ฆาตกรรมหมู่สะท้านโลกที่นอร์เวย์  ซึ่งเบรวิกบอกให้สังคมรับรู้มาอย่างต่อเนื่องผ่านโซเชียลมีเดีย เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ในแง่ความพึงพอใจและการใช้ประโยชน์จากสื่อชนิดใหม่ที่สังคมส่วนใหญ่อาจจะยังไม่ใส่ใจ มีข้อความตอนหนึ่งของไดอารี่ออนไลน์มากกว่า 1,500 หน้า ที่เขียนไว้เมื่อช่วงฤดูใบไม้ร่วง ปี 2009 เผยให้เห็นบันทึกของเบรวิก ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับวิธีการทำระเบิด ทัศนคติทางการเมืองที่โจมตีแนวคิดมาร์กซิสม์ และแนวคิดด้านลบต่อศาสนาอิสลาม รวมทั้งข้อความตอนหนึ่งขณะที่เขากำลังบรรยายแผนการโจมตีที่ระบุว่า "ผมจะถูกตราหน้าว่าเป็นอสูรร้ายแห่งนาซี ที่ไม่มีใครเคยพบเห็นมาก่อนตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2” และในที่สุดเขาก็ได้ทำให้คนประจักษ์แล้วในวันนี้